แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - panne rattana

หน้า: [1] 2 3 ... 13
1
การจะทำ “บ้าน” ให้เป็น “บ้าน” ไม่ใช่เพียงแค่ซื้อบ้านที่แพงที่สุดหรือดีที่สุดแล้วจบแค่นั้น แต่เมื่อซื้อมาแล้ว เราต้องหมั่นดูแลรักษาอยู่เสมอ

แม้เวลาในชีวิตของคนในปัจจุบันจะหมดไปกับการทำงานหรือการอยู่ข้างนอกซะส่วนใหญ่ แต่เชื่อสิว่าถ้าคุณลองใช้เวลาเพียงไม่เท่าไหร่มาทำปัด กวาด เช็ด ถู ดูแลบ้านให้ถูกวิธี เวลาแห่งการพักผ่อนที่ใช้ไปกับครอบครัวจะกลายเป็นเวลาที่ผ่อนคลายและคุ้มค่าที่สุด

กลับจากบ้านมาเหนื่อยๆ อาจจะหมดแรงทำงานบ้าน แต่ในวันหยุดที่จะถึงนี้ มาลองใช้เวลาไปกับการทำงานบ้านที่ทำได้ง่าย พร้อมกับไอเดียตกแต่งบ้านเก๋ๆ ที่ประหยัดเวลา ไม่ต้องบิวท์อิน ไม่ต้องจ้างอินทีเรียมาดีไซน์ให้ แต่ขอเพียงแค่นำความคิดสร้างสรรค์ที่เรามีมาใช้ บ้านก็สวยงามได้ในแบบของตัวเองได้

ดูแลเฟอร์นิเจอร์สุดหวง ให้ใหม่อยู่เสมอ

นอกจากการกวาดขยะ ถูพื้น เช็ดฝุ่นต่างๆ ก็มีเฟอร์นิเจอร์นี่แหละที่ต้องหมั่นดูแลรักษา เพราะราคาที่ซื้อมาก็ไม่ใช่ถูกๆ สำหรับใครที่ไม่อยากดูแลมากก็อาจจะเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ดูแลง่ายหน่อย แต่เชื่อว่ามีอีกหลายคนที่เลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่ดีไซน์ ถึงแม้ดูแลยากก็ยอม

ทั้งนี้ หลักเบื้องต้นในการดูแลเฟอร์นิเจอร์นั้นง่ายนิดเดียว อย่างเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในร่ม ก็ไม่ควรปล่อยให้โดนแสงแดดหรือฝน โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ไม้หรือเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินต่างๆ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ตามท้องตลาดทั่วไป มักจะดูแลทำความสะอาดง่ายอยู่แล้ว หลักๆ ก็แค่ปัดฝุ่นหรือใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ แล้วเช็ด

แต่ถ้าเป็นพวกโซฟาเนื้อผ้าหรือกำมะหยี่ ก็อาจจะใช้เครื่องดูดฝุ่นช่วย เพราะเนื้อผ้าลักษณะนี้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดี ยิ่งบ้านไหนมีลูกหรือสัตว์เลี้ยง ยิ่งต้องหมั่นทำความสะอาดเสมอ ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าเฟอร์นิเจอร์ชนิดไหน ก็ต้องระวังเรื่องความชื้นหรือสารเคมีต่างๆ เพราะอาจจะเสียหายได้ง่ายและพังก่อนเวลาที่เหมาะสม

ดูแลสวน อย่าปล่อยให้รก แม้ภายในบ้านจะสวยแค่ไหน แต่ถ้าปล่อยให้บริเวณโดยรอบหญ้าขึ้นรก ใบไม้แห้งร่วงเกลื่อนกลาด นอกจากจะไม่น่ามองแล้ว ยังเสี่ยงเป็นที่อยู่ของสัตว์ไม่ได้รับเชิญนานาชนิด แถมยังเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น บ้านจะโทรมเร็วกว่าบ้านที่เขาหมั่นตัดหญ้า ตัดกิ่งไม้ หรือดูแลรดน้ำต้นไม้อยู่เสมอ ซึ่งถ้าหากไม่มีเวลา เราอาจเรียกใช้บริการคนสวนมาช่วยอีกแรงก็ได้


บ้านพฤกษา วงแหวน-รามอินทรา : เทคนิคดูแลบ้านตามสไตล์คนไม่มีเวลา คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/price/บ้านโครงการใหม่-16-44/ภัสสร-วงแหวน-รามอินทรา-Passorn-Wongwaen-Ramintra-1448852/

2
เพื่อนๆ รู้ไหมคะว่า คนสมัยก่อนได้ฝึกสัตว์ชนิดหนึ่งให้ทำการส่งสาร แถมในปัจจุบันสัตว์ชนิดนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึง “ตัวแทนของผู้ส่งสาร” หรือ “เครื่องหมายแห่งสันติภาพ” ซึ่งจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก “ นกพิราบ ” นั่นเองค่ะ

ว่าด้วยเรื่องการสื่อสารในสมัยที่ยังไม่มีสื่อโซเชียล เพื่อนๆ คงจะทราบกันอยู่แล้วว่าเวลาเราจะติดต่อ หรือส่งข่าวสารหากัน ก็คงจะหนีไม่พ้นการส่งจดหมายนั่นเอง และผู้ทำหน้าที่ส่งสารก็คือ บุรุษไปรษณีย์

แต่… หากย้อนกลับไปสักหลายร้อยปีก่อน (สักช่วงสมัยสงครามโลก) เมื่อครั้งนั้นคนสมัยก่อนได้ฝึกสัตว์ชนิดหนึ่งให้ทำการส่งสาร และในปัจจุบันสัตว์ชนิดนี้เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึง “ตัวแทนของผู้ส่งสาร” หรือ “เครื่องหมายแห่งสันติภาพ” สัตว์ที่ว่านี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้นากจาก “เจ้านกพิราบ” นั่นเองค่ะ วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาย้อนเวลาไปดูกันว่า ทำไมเราถึงยกให้เจ้านกพิราบเป็นบุรุษไปรษณีย์เมื่อครั้งก่อน ตามมาเล้ย!!!

มีหลักฐานบันทึกไว้ว่า ชาวอียิปต์โบราณเป็นผู้ริเริ่มใช้นกพิราบในการสื่อสาร และมีกีฬาแข่งนกเกิดขึ้น ซึ่งในเวลาต่อมาได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายในชาวกรีกโรมัน แถมยังกระจายไปถึงประเทศตะวันออกกลางอีกด้วยค่ะ โดยการฝึกนกพิราบนี้ได้พัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ จนเป็นการใช้ประโยชน์ ถึงขั้นจัดตั้งขึ้นเป็นกิจการนกพิราบไปรษณีย์ (regular pigeon-post) ขึ้นในประเทศกลุ่มทวีปยุโรป รวมทั้งฝึกเพื่อนำไปสนับสนุนปฏิบัติการทางทหาร

ในขณะช่วงของการสงคราม นกพิราบสื่อสารก็ได้มีบทบาททอย่างมากเช่นกัน ซึ่งในเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 พวกมันยิ่งมีบทบาทมากขึ้น เมื่อทางการฝ่ายต่อต้านได้มีการส่งนกพิราบสื่อสารจำนวนเกือบ 17,000 ตัว ส่งข่าวไปให้กับทหารหน่วยใต้ดินที่มีการต่อต้านทางการเยอรมัน และมีนกพิราบที่รอดมาจากสงครามถึง 2,000 ตัวด้วยกัน และพวกมันได้บินกลับออกมาอย่างปลอดภัยอีกด้วยล่ะค่ะ จากเหตุการณ์นี้เจ้าพวกนกพิราบสื่อสารนั้นยังมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือนักบินจำนวนมากให้รอดพ้นจากอันตรายในสงครามด้วย พวกเขาจึงได้นำนกพิราบติดตัวไปด้วยแล้วใช้พวกมันนำข่าวสาร หรือนำสัญญาณขอความช่วยเหลือ มายังหน่วยกู้ภัยในกรณีที่เครื่องบินประสบอุบัติเหตุพุ่งตกลงทะเล โดยจากเหตุการณ์นั้น ในสมัยสงครามโลกรูปนกพิราบสีขาวจึงกลายเป็น “สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ” หมายถึง ความสงบ ปลอดภัย และสันติสุขของมวลประชาชาติ นกพิราบสื่อสารในยุคสงครามเปรียบเสมือนวีรบุรุษ อย่างพิพิธภัณฑ์ในประเทศอังกฤษ และสหรัฐอเมริกามีประวัติที่น่าสนใจเกี่ยวกับเจ้านกพิราบนี้เสมอ ซึ่งได้รับการเชิดชูราวกับทหารที่ออกรบเลยทีเดียว และถือว่าเป็นนกที่มีความกล้าหาญในการปฏิบัติการภารกิจสงคราม บางตัวได้รับการแต่งตั้งและมียศเป็นถึงผู้กอง แถมยังมีรูปปั้นเป็นอนุสรณ์เพื่อรำลึกถึงการปฏิบัติงานของพวกมัน


นกพิราบ ตำนานบุรุษไปรษณีย์แห่งอดีตกาล คลิ๊กที่นี่ https://www.petcitiz.info/นก/

3
แน่นอนว่าการแก้ปัญหา “ส้วมตัน”​ หรือ “ชักโครกกดไม่ลง” นั้นเป็นงานที่ไม่มีใครอยากทำเลยซักนิด แต่สุดท้ายเราก็ต้องกลั้นใจทำอยู่ดี วิธีนี้ที่เราเอามาฝาก อาจจะไม่เวิร์คทุกครั้ง แต่มันก็น่าลองอยู่ไม่น้อย ไปดู!

1. เทน้ำยาล้างจานลงในชักโครกที่ตันลงไปประมาณหนึ่ง น้ำยาล้างจานหนักกว่าน้ำ เพราะฉะนั้น มันจะทิ้งตัวจมลงด้านล้างทันที

2. ทิ้งไว้ราว 20-30 นาที น้ำยาล้างจานจะค่อยๆ ไหลไปซึมกับสิ่งที่อุดตัน ทำให้สิ่งที่อุดตันลื่นขึ้น พร้อมที่จะหลุด

3. เทน้ำร้อนลงไปหนึ่งกระป๋อง น้ำยาล้างจานกับสิ่งอุดตันจะหลุดล่อนลงไปด้านล่าง ทำให้ชักโครกของคุณหายตัน

4. กดชักโครกเพื่อเติมน้ำตามปกติ

เจ๋งและง่ายสุดๆ ไปเลยใช่มั้ยล่ะ? ถ้าคุณชอบเรื่องนี้ ก็อย่าลืมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ แบบนี้ให้เพื่อนๆ และคนรอบข้างของคุณด้วยล่ะ

วิธีแก้ปัญหาส้วมตัน ชักโครกตัน ควรทำอย่างไรในเบื้องต้น

หนึ่งในปัญหาน่าปวดหัวที่มาพร้อมกับความเลอะเทอะ คงหนีไม่พ้นอาการชักโครกตัน ที่ถ้าหากว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เป็นต้องเอามือกุมขมับ เพราะนอกจากจะใช้งานชักโครกเจ้ากรรมนั่นต่อไม่ได้แล้ว ยังต้องเผชิญกับของเสียและสิ่งปฏิกูลต่างๆ ที่ไม่สามารถขจัดไปได้ สาเหตุหลักๆ ที่ส้วมหรือชักโครกตันนั้นก็มาจากหลากหลายสาเหตุ ทั้งการที่ทิ้งของต่างๆ จำพวกกระดาษทิชชู่ หรือผ้าอนามัยลงไปในโถ ซึ่งมันเป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้ยาก และเมื่อสะสมรวมตัวกันมากๆ ก็จะไปอุดตันท่อทำให้ชักโครกนั้นเกิดอาการกดไม่ลง วิธีแก้นั้นก็มีอยู่ดังนี้

1. ใช้ลูกยางปั๊ม เป็นวิธีเบื้องต้นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะว่าลูกยางนั้นหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด วิธีใช้ให้สวมหัวลูกยางลงในคอชักโครก จากนั้นออกแรงกดปั๊มเป็นจังหวะ แรงอัดของลูกยางจะช่วยดันสิ่งที่อุดตันอยู่ในท่อให้ไหลออกไป แต่วิธีนี้อาจจะต้องยอมเลอะหน่อยนะครับ

2. โซดาไฟ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยม เพราะโซดาไฟนั้นมีฤทธิ์กัดกร่อน ซึ่งจะช่วยทะลวงสิ่งที่อุดตันอยู่ภายในท่อให้หลุดออกไปได้ วิธีใช้ก็คือให้ผสมโซดาไฟกับน้ำอุ่น(ค่อยๆเทลงไป เพราะมันจะมีควันพุ่งออกมา ระวังอย่าให้เข้าตา) จากนั้นก็ราดโซดาไฟที่ผสมแล้วลงในชักโครก ไม่นานสิ่งที่อุดตันก็จะหลุดออกไป แต่ต้องระมัดระวังในการใช้งานด้วยนะครับ และต้องสวมถุงมือยางทุกครั้งขณะใช้ ตัวโซดาไฟนี้สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายวัสดุก่อสร้างครับ

3. น้ำยาล้างท่ออุดตัน เป็นอีกหนึ่งวิธีที่แนะนำครับ เพราะน้ำยาประเภทนี้มักจะมีสารละลายไขมัน ซึ่งจะทำปฏิกิริยากับสิ่งที่อุดตันอยู่ในท่อ ความร้อนที่เกิดจากปฏิกิริยาที่ว่านี้ จะช่วยละลายสิ่งอุดตันให้หลุดออกไปจากท่อชักโครกได้ ข้อแนะนำคือควรระมัดระวังในการใช้งาน เพราะสารเคมีประเภทนี้มักมีฤทธิ์กัดกร่อนสูง ขณะที่ใช้งานควรสวมถุงมือยางด้วยเพื่อความปลอดภัย


มาดูวิธีแก้ปัญหา ชักโครกกดไม่ลง โดยไม่ต้องใช้ที่ดูดกัน! คลิ๊กที่นี่ https://www.bcithailand.net/ท่อตัน/

4
การควบคุมเสียงสำหรับอาคาร เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการออกแบบเพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการใช้งาน ของแต่ละพื้นที่ใช้สอยในอาคาร โดยเสียงที่มีผลกระทบต่ออาคารจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือเสียงจากภายนอกอาคาร (External Noises) และเสียงจากภายในอาคา(Internal Noises)การป้องกันเสียงจากภายนอก สามารถที่จะป้องกันเสียงได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้

1) ควบคุมด้วยระยะทาง ทุกระยะห่างจากต้นกำเนิดเสียง ความดังของเสียงจะลดลง อาทิ หากที่ดินของบ้านอยู่ติดถนนหรือบริเวณที่มีเสียงรบกวน อาจจะต้องวางตำแหน่งอาคารให้ไกลออกจากถนนให้มากเท่าที่จะทำได้
2)หลีกเลี่ยงบริเวณที่เสียงกระทบโดยตรง อาทิ การทำแผงหรือผนังกันเสียง ซึ่งอาจเป็นผนัง แนวรั้ว แนวต้นไม้ ที่จะช่วยกั้นเสียงและลดความเข้มของ เสียงโดยตรงก่อนที่จะที่จะถึงอาคาร
3) การวางผังอาคาร โดยให้พื้นที่ใช้สอยส่วนที่ไม่ต้องการความเงียบมากเป็นตัวป้องกันเสียง หรือกำหนดตำแหน่งช่องเปิดของอาคารหลีกเลี่ยงแนวทางของเสียง
4) การเลือกใช้วัสดุกันเสียงให้กับกรอบอาคาร
อาทิ การบุฉนวนใยแก้วให้กับผนังกรอบอาคาร การเลือกใช้กระจกสองชั้น หรือการใส่ฉนวนกันเสียงให้กับส่วนหลังคาอาคาร

ส่วนการป้องกันเสียงจากภายในอาคาร จะแบ่งเสียงภายในออกเป็น 2 ประเภท คือ เสียงโดยตรง(Direct Noise) และเสียงสะท้อน (Reverberant Noise) สามารถที่จะป้องกันเสียงได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้

1)ลดเสียงจากแหล่งกำเนิด เสียงโดยตรง สามารถลดได้ด้วยการใช้แผงกั้นระหว่างต้นกำเนิดเสียงกับผู้ฟังเก็บต้นกำเนิดเสียงไว้ในกล่อง /ห้องที่ปิดมิดชิดที่ทำด้วยวัสดุป้องกันเสียง / ห้องที่มีผนังหนาทึบ หรือทำพื้นสองชั้นที่มีความยืดหยุ่นรองรับเครื่องกล เพื่อช่วยลด Structure-borne Sound ส่วนเสียงสะท้อนสามารถลดโดยการใช้วัสดุดูดซึมเสียงที่ผนัง โดยเฉพาะด้านที่ทำให้เกิดเสียงสะท้อนมาก
2) ลดเสียงที่มาตกกระทบ โดยการวัสดุดูดซับเสียง และวัสดุป้องกันเสียง อาทิ การใช้แผ่นฉนวนเยื่อกระดาษบุเสริมตรงผนังด้านที่เป็นทางต้นกำเนิดเสียง หรือบุแผ่นชานอ้อยเพื่อดูดซับเสียงในโรงแสดงมหรสพ
3) การวางผังอาคาร โดยการแยกบริเวณที่มีเสียงดัง ออกจากบริเวณที่ต้องการความเงียบ หรืออาจจะกั้นพื้นที่สองส่วนนี้ด้วยห้องอื่น


ฉนวนกันเสียง การดูดซับเสียง/ควบคุมเสียง คลิ๊กที่นี่ https://www.ฉนวนกันเสียง.com/ฉนวนกันเสียงดัง/

5
ปลากัด ชื่อนี้เราคงคุ้นเคยและได้ยินมากันตั้งแต่ยังเด็ก แล้วรู้ไหมว่าแท้จริงแล้วปลากัดนั้นมีกี่ชนิด หรือกี่สายพันธุ์กันนะ วันนี้น้องแมวสีเทาจึงขอพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับสายพันธุ์ปลากัดให้มากขึ้นกันค่ะ

ปลากัดถือว่าเป็น ปลาสวยงาม ของไทยที่มีชื่อเสียงทำให้ผู้คนรู้จักไปทั่วโลก ทั้งในเมืองไทยและต่างชาติต่างให้ความสนใจในด้านของความสวยงาม การกีฬา และการสร้างรายได้ที่แน่นอนให้กับเกษตร หรือผู้ที่ชื่นชอบ มูลค่าซื้อขายภายในประเทศแต่ละปีประมาณ 5-10 ล้านบาท วันนี้น้องแมวสีเทาจึงจะขอพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับสายพันธุ์ปลากัดแสนสวยกันค่ะ

⦁ ปลากัดลูกป่า/ปลากัดทุ่ง

เป็นปลากัดที่สามารถพบได้ตามธรรมชาติ มีลักษณะลำตัวที่เล็ก บอบบาง ครีบและหางค่อนข้างสั้นกว่าสายพันธุ์อื่น มีสีน้ำตาลขุ่นหรือเทาแกมเขียว ไม่ทนทานในการกัดเท่ากับปลากัดลูกหม้อ โดยเวลากัดกันจะใช้เวลาน้อยมาก

⦁ ปลากัดลูกหม้อ/ปลากัดไทย/ปลากัดครีบสั้น

ปลากัดสายพันธุ์นี้พัฒนามาจากการเพาะเลี้ยง และการคัดสายพันธุ์มาหลายชั่วอายุ เพื่อการกัดต่อสู้โดยเฉพาะ มีรูปร่างลำตัวที่โตกว่าปลากัดลูกทุ่ง และปลากัดลูกผสม มีลักษณะปากใหญ่ ว่ายน้ำปราดเปรียว สีสันสวยงามหลากสี เช่น สีแดงเข้ม น้ำเงินเข้ม น้ำตาลเข้ม หรือสีผสมระหว่างสีต่างๆ ปลาชนิดนี้กัดได้ทรหดยิ่งกว่าชนิดอื่น ใช้เวลาในการกัดนาน จึงนิยมเลี้ยงมากกว่าปลากัดลูกทุ่ง และปลากัดลูกผสม โดยแบ่งประเภทของปลากัดลูกหม้อตามรูปร่างของร่างกาย ได้แก่

– ปลากัดลูกหม้อทรงปลาช่อน มีลักษณะลำตัวยาว ทรงกระบอก คล้ายปลาช่อน มีหน้าสั้น ช่วงหัวยาวและโคนหางใหญ่ ถือเป็นปลาที่มีลีลาการต่อสู้ที่ดุดัน และมีพละกำลังมาก

– ปลากัดลูกหม้อทรงปลาหม้อ มีลักษณะลำตัวสั้น หนา ลำตัวกว้างหนาเมื่อมองจากทางด้านข้างและด้านบน ลักษณะลำตัวคล้ายกับปลาหมอไทย เป็นปลาที่ทรหด และว่องไวในการกัด

– ปลากัดลูกหม้อทรงปลากราย มีลักษณะหน้างอนขึ้น ลำตัวสั้นแบน เป็นปลาที่คล่องแคล่ว และว่องไวในการกัด

⦁ ปลากัดลูกผสม (พันธุ์สังกะสี หรือ พันธุ์ลูกตะกั่ว)

เป็นลูกปลาที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างปลากัดลูกหม้อกับปลากัดลูกทุ่ง โดยอาจผสมระหว่างพ่อที่เป็นปลาลูกหม้อ และแม่ที่เป็นปลาลูกทุ่ง หรือพ่อเป็นปลาลูกทุ่ง แม่เป็นปลาลูกหม้อ สามารถผสมได้ทั้งสองแบบ ผู้เพาะต้องการให้ปลาลูกผสมที่ได้มีลักษณะปากคม กัดคล่องแคล่วว่องไวแบบปลาลูกทุ่ง และมีความอดทนแบบปลาลูกหม้อ โดยพยายามคัดปลาที่มีลักษณะลำตัวเป็นปลาลูกทุ่ง เพราะเมื่อนำไปกัดกับปลาลูกทุ่งแท้ๆ ปลาลูกผสมนี้จะกัดทนกว่าปลาลูกทุ่งค่ะ


มาดูสายพันธุ์ปลากัด ปลาสวยงามกันเถอะ คลิ๊กที่นี่ https://www.plawharn.com/

6
OPPO Find X เป็นสมาร์ทโฟนจาก ออปโป้ ที่สวยงามมากๆ โดยส่วนตัวผมยกให้เป็นสมาร์ทโฟนที่สวยที่สุดในเวลานี้เลยครับ แถมยังมาพร้อมนวัตกรรมสุดล้ำที่ไม่เหมือนใคร เป็นการกลับมาของ OPPO Find Series หลังจากที่ห่างหายไปนานถึง 4 ปี

สำหรับการกลับมาในครั้งนี้ OPPO Find X มาพร้อมด้วยดีไซน์หน้าจอไร้ขอบอย่างสมบูรณ์แบบ โดยหน้าจอกินพื้นที่มากถึง 93.8% ของด้านหน้าทั้งหมด (สูงที่สุดในสมาร์ทโฟนทุกรุ่นในตอนนี้) พร้อมด้วยเทคโนโลยีซ่อนกล้อง Stealth 3D ที่ก่อนหน้านี้ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ในประเทศฝรั่งเศส พร้อมด้วยการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทยในงาน OPPO 10th Years Anniversary ที่ผ่านมา สำหรับ OPPO Find X วางจำหน่ายในราคา 29,990 บาท โดยจะมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Bordeaux Red และ Glacier Blue

นอกจากนี้ ออปโป้ ยังวางจำหน่ายรุ่นสุดพิเศษ OPPO Find X Automobili Lamborghini Edition สำหรับตลาดพรีเมี่ยม ในราคา 49,990 บาท ซึ่งรุ่นนี้คุ้มค่ากว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน ด้วยสเปคที่จัดเต็ม RAM 8GB และ ROM 512GB พร้อมกับเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จไวใหม่ล่าสุด Super VOOC ที่สามารถชาร์จเต็ม 100% โดยใช้เวลาเพียงแค่ 35 นาทีเท่านั้น (เร็วที่สุดในโลก ณ ตอนนี้) นอกจากนี้ยังมาพร้อมชุดหูฟังไร้สาย O-Free ในชุดจำหน่ายอีกด้วย

การเชื่อมต่อ
2G GSM: 850/900/1800/1900 MHz
3G WCDMA: Bands 1/2/4/5/6/8/19
4G FDD-LTE: Bands 1/2/3/4/5/7/8/12/13/17/18/19/20/25/26/28/29/32/66
4G TD-LTE: Bands 34/38/39/40/41(2496-2690MHz)
HSPA 42.2/5.76 Mbps, LTE-A Cat16 1024/150 Mbps
รองรับการใช้งาน 4G LTE ทั้ง 2 ซิม
Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, WiFi Direct, hotspot
Bluetooth 5.0, A2DP, LE
NFC
GPS, A-GPS, GLONASS, BDS
Type-C 3.0, USB On-The-Go


รีวิว OPPO Find X การกลับมาของสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมของ ออปโป้ คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/mobilephone/review/686/

7
Samsung Galaxy Note 9 สมาร์ทโฟนเรือธงตัวท็อปที่ดีที่สุดในปีนี้ของ Samsung ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และข่าวดีก็คือ ในขณะนี้ผมก็มีเครื่อง Galaxy Note 9 ตัวจริงเสียงจริงเครื่องแรกๆ ในประเทศไทยอยู่ในมือแล้วเช่นกัน ดังนั้นเดี่ยวผมจะพาทุกท่านไปแกะกล่องลองสัมผัสกับ Galaxy Note 9 กันแบบด่วนๆ ก่อนเลยครับว่า สมาร์ทโฟนเครื่องนี้ดีกว่ารุ่นเดิมอย่างไร และมีอะไรใหม่ๆ มาให้เราได้ใช้งานกันบ้าง

เมื่อเปิดกล่องออกมา นอกจากตัวเครื่องแล้ว ก็จะมี Soft Case แบบใส, เข็ม SIM Door Key, หูฟัง AKG, จุกยางสำรอง, หัวปากกาสำรอง, อะแดปเตอร์ USB-A to USB-C, อะแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่แบบ Adaptive Fast Charging, สาย USB Type-C และคู่มือการใช้งาน

เมื่อเทียบรูปลักษณ์ภายนอกกับรุ่นพี่อย่าง Galaxy Note 8 ก็พบว่ามีดีไซน์โดยรวมที่แทบจะถอดแบบกันมาครับ บนบอดี้โลหะที่ประกบด้วยกระจกที่ด้านหน้า-ด้านหลังแบบ Metal-Glass ที่สามารถป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่นได้ในระดับ IP68 เช่นเดิม

แต่ Galaxy Note 9 จะมีหน้าจอ Infinity Display Super AMOLED QHD+ ในสัดส่วนแบบ 18.5:9 ที่ใหญ่ขึ้นเป็นขนาด 6.4 นิ้ว เรียกว่าใหญ่ที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟน Samsung ตอนนี้เลยทีเดียว

ส่วนกล้องคู่ หากสังเกตดูจะเห็นว่ามีขนาดของเลนส์ที่ไม่เท่ากันเหมือนเดิม นั่นก็เพราะ Galaxy Note 9 เลือกใช้โมดูลกล้องเดียวกันกับ Galaxy S9+ ซึ่งประกอบด้วยกล้อง Wide Angle ที่สามารถปรับรูรับแสงได้ที่ขนาด f/1.5 กับ f/2.4 กับกล้อง Telephoto ที่มีรูรับแสงขนาด f/2.4 พร้อมระบบป้องกันการสั่นแบบ Dual OIS ดังนั้นเรื่องการถ่ายภาพจึงยอดเยี่ยมไม่แพ้ Galaxy S9+ อย่างแน่นอน


พรีวิว Samsung Galaxy Note 9 มีอะไรใหม่ ดีกว่าเดิมแค่ไหน คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/mobilephone/%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%87-SAMSUNG-Galaxy-Note-9-128GB-1449713/

8
หลายคนอาจไม่สนใจโน้ตบุ๊กมือสอง พราะคิดว่าเพิ่มเงินอีกนิดก็ได้ของมือหนึ่ง แต่ถ้าเปรียบเทียบการใช้งานและราคาแล้ว ถ้าคุณเจอโน้ตบุ๊กมือสองสเปกดีๆ ที่ใช้งานมาไม่นาน ก็อาจจะดีกว่า ที่แน่ๆ คือราคาถูกกว่ามาก

Mac หรือ Windows?
Mac อาจมีความโดนเด่นในเรื่องการใช้งานด้านกราฟฟิกและการออกแบบ รวมถึงมีความสวยงาม สะดวกในการใช้งาน ไม่ต้องกังวลเรื่องไวรัส แต่ราคาก็ยังถือว่าสูงกว่ามากเมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊กที่เป็น Windows ข้อได้เปรียบคือมีหลายระดับราคาตามงบประมาณ การทำงานกับอุปกรณ์อื่นได้แพร่หลาย รวมถึงถ้าคุณคุ้นเคยกับการใช้ Windows อาจจะเป็นไปได้ยากที่จะเปลี่ยนมาใช้ Mac

ขนาดหน้าจอ
-11-12 นิ้ว บางและเบาที่สุด แต่อย่างไรก็ตามอาจจะเล็กไปสำหรับผู้ใช้บางคน
– 13-14 นิ้ว ให้สมดุลที่ดีเหมาะแก่การใช้งานและการพกพา น้ำหนักกำลังดี แป้นพิมพ์มีขนาดกำลังดี ประหยัดเนื้อที่บนโต๊ะทำงาน สามารถวางบนตักได้
– 15 นิ้ว ขนาดที่ได้รับความนิยม มองสบายแต่ออกจะค่อนข้างใหญ่และหนักไปสักหน่อย เว้นแต่บางรุ่นที่ไม่ได้บรรจุไดรฟ์ดีวีดีเข้าไปด้วยก็อาจจะมีน้ำหนักน้อยลงหน่อย
– 17-18 นิ้ว หากคุณใช้งานโน้ตบุ๊กบนโต๊ะทำงานทุกวันขนาดหน้าจอ 17-18 นิ้วก็น่าจะเหมาะโดยเฉพาะการใช้งานที่ต้องประมวลผลสูง เล่นเกมระดับ high-end หรือใช้เป็น workstation

สเปกเครื่อง
รายละเอียดสเปกโน้ตบุ๊ก เช่น CPU, RAM, HDD, การ์ดจอ ขึ้นอยู่กับการใช้งานของคุณเอง เช่น ถ้าคุณใช้งานขั้นพื้นฐาน เช่น รับส่งอีเมล เล่นเน็ต พิมพ์เอกสารทั่วไป โน้ตบุ๊กโดยทั่วไปสามารถรองรับได้แทบทั้งนั้น แต่ถ้าคุณต้องการใช้งานเล่นเกม 3D, ตัดต่อวิดีโอความละเอียดสูง ก็จำเป็นต้องใช้งานโน้ตบุ๊กที่มีสเปกสูงกว่า

สำรวจราคาโน้ตบุ๊กมือสอง
แต่ละรุ่น ยี่ห้อ จากเว็บต่างๆ เพื่อเก็บข้อมูล โดยมากราคาโน้ตบุ๊กมือสองจะขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งาน แต่ก็ไม่หนีกันมาก หากถูกกว่าปกติควรระวังเพราะอาจเป็นโน้ตบุ๊กที่มีปัญหา


อยากได้ notebookมือสอง ต้องดูอะไรบ้าง? คลิ๊กที่นี่ https://www.salenotebooklaptop.com

9
ถ้าไม่อยากโดนแฮกข้อมูลขณะใช้บริการ Wi-Fi สาธารณะ ต้องดู! เพราะเรามีวิธีใช้ Wi-Fi สาธารณะอย่างปลอดภัย และเชื่อถือได้มาบอกต่อค่ะ

อินเทอร์เน็ต Wi-Fi ฟรีตามพื้นที่สาธารณะ ส่วนใหญ่มักจะให้เข้าใช้งานได้ง่าย ไม่ต้องกรอกรหัสผ่าน จึงทำให้แฮกเกอร์สามารถดักขโมยรหัสผ่าน หรือข้อมูลสำคัญไปได้ โดยที่ผู้ใช้บริการอาจจะไม่รู้ตัว วันนี้ Potato Techs ก็มีวิธีใช้ Wi-Fi สาธารณะให้ปลอดภัยมาฝากกันค่ะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูกันเลย

1.เลือกใช้บริการ Wi-Fi สาธารณะที่เชื่อถือได้

เลือกใช้บริการ Wi-Fi สาธารณะที่เชื่อถือได้ เช่น ผู้ให้บริการอย่าง True, AIS, Dtac, 3BB เนื่องจากเป็นผู้ให้บริการขนาดใหญ่ เป็นที่รู้จักกันดีแล้ว ความปลอดภัยก็ต้องมาเป็นอันดับแรก ดังนั้นความน่าเชื่อถือค่อนข้างดีเลยทีเดียว หากเป็นไปได้ก็อยากให้ใช้บริการผ่านผู้ให้บริการกลุ่มนี้จะปลอดภัยที่สุด

2.ใส่รหัสผ่านก่อนเข้าใช้แอพพลิเคชั่น

เพื่อป้องกันการถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวขณะที่ใช้บริการอินเทอร์เน็ต Wi-Fi สาธารณะโดยไม่รู้ตัว ผู้ใช้งานควรตั้งรหัสผ่านก่อนเข้าใช้งานแอพฯ ที่มีข้อมูลสำคัญๆ เช่น แอพแชทที่มีข้อความสนทนาสำคัญ, แอพจดบันทึกต่างๆ เกี่ยวกับผู้ใช้งาน, แอพด้านการเงินของผู้ใช้งาน เป็นต้น

3.ตรวจสอบ URL ก่อนเข้ารหัส Wi-Fi

ขณะใช้อินเทอร์เน็ต Wi-Fi สาธารณะ ถ้ามีการล็อกอิน หรือให้กรอกรหัสผ่านบนเว็บไซต์ใดๆ ผู้ใช้งานควรตรวจสอบก่อนว่า URL เว็บไซต์นั้นเป็น https:// หรือไม่ หากไม่ใช่ให้หลีกเลี่ยงการล็อกอินเข้าใช้งาน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านบราวเซอร์ ทั้งนี้ https:// หรือที่เรียกว่า SSL จะช่วยป้องกันการดักข้อมูลระหว่างการใช้งานได้นั่นเอง

4.เปิดใช้งาน VPN ขณะใช้อินเทอร์เน็ต

การติดตั้งและเปิดใช้งาน VPN ขณะใช้อินเทอร์เน็ต Wi-Fi สาธารณะ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้เป็นอย่างมาก เนื่องจากการรับส่งข้อมูลการใช้งานต่างๆ รวมทั้งข้อมูลสำคัญ และรหัสผ่านของผู้ใช้จะถูกส่งผ่านเซิร์ฟเวอร์ที่มีการเข้ารหัส ทำให้แฮกเกอร์ไม่สามารถดักจับขโมยข้อมูลได้


แนะนำ 5 วิธีใช้ WI-FI สำหรับโน๊ตบุ๊คให้ปลอดภัย คลิ๊กที่นี่ https://www.potatotechs.com/โน๊ตบุ๊ค/

10
อาหาร / สูตรอาหารไทยมีที่มาอย่างไร
« เมื่อ: ตุลาคม 18, 2018, 09:56:58 AM »
อาหารไทย เป็นอาหารที่เน้นเครื่องเทศในการประกอบอาหาร รสชาติอาหารที่ได้จะมีความเข้มข้น จัดจ้าน นับว่าเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทย ซึ่งต้มยำกุ้งและผัดไทย เป็นเมนู อาหารไทย ที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก

อาหารไทย ถือเป็นอาหารที่มีความครบเครื่องทั้งเรื่องคาวหวาน นอกจากรสชาติจะถูกปากคนไทยแล้ว ชาวต่างชาติที่ได้ลิ้มรสยังยกนิ้วให้เลย น่าภาคภูมิใจนะคะ ด้วยรสชาติอันเข้มข้น เน้นหนักที่เครื่องเทศ มีเครื่องปรุงหลากหลาย รสชาติอาหารแต่ละอย่างจึงมีความพิเศษเฉพาะตัว รวมถึงการใช้เครื่องปรุงต่างๆ หากจะประกอบอาหารไทยให้อร่อยนั้น จำเป็นต้องศึกษาจากตำราอาหารไทย บวกกับต้องใช้ความชำนาญและประสบการณ์นั่นเอง

อาหารประจำชาติของไทยนั้นถูกสั่งสม และถ่ายทอดกันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีต จนกลายเป็นเอกลักษณ์ และวัฒนธรรมประจำชาติที่สำคัญของไทย ขณะที่อาหารพื้นบ้าน คือ อาหารที่นิยมรับประทานกันเฉพาะท้องถิ่น เป็นอาหารที่ทำง่าย โดยอาศัยพืชผักหรือวัตถุดิบที่มีอยู่ในแต่ละท้องถิ่นนั้นๆ มาประกอบเป็นอาหาร มีการสืบทอดวิธีปรุง และวิธีการทำอาหารต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ลองย้อนอดีตกลับไปดูความเป็นมาของอาหารไทยกันดีกว่าค่ะ ว่ามีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยใด

สมัยสุโขทัย

หลักฐานจากศิลาจารึก และวรรณคดีที่สำคัญ อย่างไตรภูมิพระร่วงของพญาลิไท ได้กล่าวถึงอาหารในสมัยสุโขทัยว่า คนสมัยนั้นกินข้าวเป็นอาหารหลัก และกับข้าวส่วนใหญ่ก็คือ ปลา อาจกินเนื้อสัตว์ชนิดอื่นบ้าง จากการค้นพบในไตรภูมิพระร่วงยังปรากฏคำว่า “ข้าวหม้อแกงหม้อ” อยู่ในจารึกนั้น และผักต่างๆ เช่น แตงแฟง และน้ำเต้า ส่วนข้าวตอกกับน้ำผึ้ง เป็นขนมหวานที่คนสุโขทัยชื่นชอบมากที่สุด โดยใช้วัตถุดิบใกล้ตัวมาทำเป็นขนมหวาน ส่วนใหญ่คนสมัยนั้นนิยมกินผลไม้กันค่ะ

สมัยอยุธยา

ในสมัยอยุธยาถือได้ว่าเป็นยุคที่รุ่งเรืองมากที่สุด เพราะมีการติดต่อทางการค้ากับชาวต่างชาติ จากการศึกษาเอกสาร และการจดบันทึกของชาวต่างชาติที่เข้ามาค้าขายในสมัยอยุธยา พบว่า ผู้คนในยุคนี้มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย อาหารหลักยังคงเป็นข้าว ส่วนกับข้าวมีแกง ต้ม และปลา ยังเป็นวัตถุดิบหลักในการประกอบอาหาร การประกอบอาหารจะเริ่มใช้น้ำมันจากมะพร้าวและกะทิ คนสมัยนี้รู้จักการถนอมอาหารมากขึ้น เช่น นำปลาไปตากแห้ง หรือตำน้ำพริกเก็บไว้ และกล่าวถึงแกงปลาต่างๆ ที่ใช้เครื่องเทศ เช่น หัวหอม กระเทียม สมุนไพร และเครื่องเทศแรงๆ และไม่นิยมกินหมู เพราะชาวบ้านไม่ฆ่าสัตว์เพื่อนำมาทำอาหาร

หลักฐานการค้นพบนี้มาจากบันทึกของบาทหลวงชาวต่างชาติ ได้บันทึกไว้ถึงเรื่องราวของอาหารประจำชาติต่างๆ ที่เข้ามาอย่างแพร่หลายในช่วงยุคของสมเด็จพระนารายณ์ เช่น ญี่ปุ่น โปรตุเกส สเปน เปอร์เซีย และฝรั่งเศส จากหลักฐานระบุว่าในสมัยอยุธยาตอนปลาย อาหารจีนเริ่มเข้ามามีอิทธิพลและแพร่หลายในราชสำนัก โดยผ่านทางการสัมพันธไมตรีทางการทูต ต่อมาอาหารจีนเริ่มแพร่หลายไปยังคนทั่วไป และเริ่มรับเอาวัฒนธรรมการกินอาหารแบบชาวจีนมากขึ้น จนอาหารจีนจึงกลายเป็นอาหารของคนไทยไปเสียแล้ว

สมัยธนบุรี

มีหลักฐานปรากฏในตำรา การทำกับข้าว เล่มที่ 2 โดยท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ได้กล่าวถึงความต่อเนื่องของวัฒนธรรมของอาหารไทย ตั้งแต่สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยกรุงธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์ตามลำดับ การเดินทางของสูตรอาหารผ่านทางข้าราชบริพาร ข้าราชการ หรือแม้แต่การบอกต่อกันในสังคมเครือญาติ เนื่องจากอาหารไทยสมัยกรุงธนบุรีนั้นมีความคล้ายคลึงสมัยอยุธยา และมีอาหารประจำชาติจีน สมัยรัตนโกสินทร์อีกด้วย การศึกษาความเป็นมาของ อาหารไทย ในยุครัตนโกสินทร์นี้ จำแนกตามยุคสมัยที่นักประวัติศาสตร์ได้กำหนดไว้ คือ ยุคที่ 1 ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 จนถึงรัชกาลที่ 3 และในยุคที่ 2 ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 จนถึงรัชกาลปัจจุบัน


สูตรอาหารไทยมีที่มาอย่างไร คลิ๊กที่นี่ https://www.parpaikin.com/สูตรอาหาร/

11
ในมุมของผู้ใช้ บริการรถรับจ้าง เมื่อมีความจำเป็นต้อง ขนย้ายบ้าน ขนย้ายหอพัก ขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ ก็อยากได้รถรับจ้าง ดี ๆ สักคัน ทั้ง รถกระบะขนของ รถกระบะรับจ้าง รถบรรทุกรับจ้าง รถรับจ้างทั่วไป รถ6ล้อรับจ้าง และ รถรับจ้างขนของ ชนิดอื่นๆ ซึ่งสิ่งที่จะเป็นตัวบอกได้ว่ารถรับจ้างที่ไหนดีบ้างนั้น ก็มีด้วยกัน 5 คุณลักษณะที่พอจะนำมาเป็นเครื่องมือในการดูลักษณะได้ เรามาดู รถรับจ้างจังหวัดกระบี่ มีคุณลักษณะที่ดีและเป็นที่ถูกใจของผู้ใช้บริการทุกคนว่ามีอะไรบ้างกันค่ะ

1.รถรับจ้างจังหวัดกระบี่ มีการติดต่อสื่อสารตลอดเวลา

ลักษณะที่ดีประการหนึ่งของ รถกระบะรับจ้างจังหวัดกระบี่ รถรับจ้างขนของ คือ เมื่อคุณต้องการใช้บริการรถรับจ้างจังหวัดกระบี่เวลาใดก็สามารถทำได้ เพราะ รถรับจ้างจังหวัดกระบี่ ให้บริการตลอด 24 ชม. การสื่อสารเป็นไปโดยสะดวก เพราะเราเข้าใจคุณ ที่สำคัญในระหว่างการขนย้ายก็สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ตลอดเวลา เพื่อให้รู้ว่าตอนนี้รถรับจ้างจังหวัดกระบี่เดินทางถึงช่วงไหนแล้ว คุณจึงไม่พลาดการติดต่อในทุกเวลา

2.การบริการที่รวดเร็วของ รถรับจ้างขนย้ายจังหวัดกระบี่

เมื่อคุณมีความต้องการ รถรับจ้างขนย้ายจังหวัดกระบี่ รถหกล้อรับจ้าง แล้ว คงอยากให้การขนย้ายของเสร็จเร็ว ๆ ก่อนอื่นรถรับจ้างจังหวัดกระบี่ก็ต้องมาถึงเร็ว ๆ ก่อน ซึ่งจุดนี้ทาง รถหกล้อรับจ้างจังหวัดกระบี่ ได้ทำเป็นประจำอยู่แล้ว โดยคุณไม่ต้องรอนาน เพียงแต่คุณทำการ แพ๊คสิ่งของรอไว้ก็จะเป็นการง่ายที่จะขนย้ายอย่างรวดเร็วโดยทีมงานที่ผ่านงานมาอย่างโชกโชน จะช่วยจัดการสิ่งของให้ทั้งหมดอย่างรวดเร็วทันใจ

3.มาตรฐานการบริการของ รถรับจ้างขนของจังหวัดกระบี่

สำหรับมาตรฐานการบริการ รถรับจ้างขนของจังหวัดกระบี่ เน้นให้บริการอย่างมีคุณภาพทั้งระบบ เริ่มตั้งแต่คนขับรถ เด็กขนของ ตลอดจนพนักงานรับโทรศัพท์ล้วนบริการจากใจจริงด้วยความสุภาพเปี่ยมด้วยอัธยาศัยไมตรี

4.รถรับจ้างทั่วไปจังหวัดกระบี่มีราคาถูก

รถรับจ้างทั่วไป ที่ดีควรมีราคาถูกไม่แพงมากเกินไป จนทำให้ผู้ใช้บริการคิดหนัก ซึ่งเรื่องราคาถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ใช้บริการต้องทราบก่อนการดำเนินการทุกครั้ง โดยส่วนใหญ่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ค่าบริการรถรับจ้างจังหวัดกระบี่ถูกจริง ๆ


คุณลักษณะ รถรับจ้างจังหวัดกระบี่ ที่ให้บริการที่ดี คลิ๊กที่นี่ http://www.rodrubjang-youservice.com/category/169

12
เอกลักษณ์อันโดดเด่นของปลาหมอสีที่ทำให้คนรักปลาหลงใหล คือ โหนกบนหัว ลวดลาย และสีแดงสดบนตัวปลาหมอสีมีความเกี่ยวพันในเรื่องของความเชื่อ และโชคลาภ อาหารที่ใช้เลี้ยงคือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ปลามีความสวยงาม

ปลาหมอสีเป็นปลาสวยงามที่ได้รับความนิยมเลี้ยงมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในปลาที่มีความเกี่ยวพันกับเรื่องความเชื่อ โชคลาภ เข้ามาเกี่ยวข้อง เอกลักษณ์อันโดดเด่นของปลาหมอสีคือ โหนกบนหัว ลวดลาย และสีแดงสดที่อยู่บนตัว สำหรับใครที่เริ่มสนใจอยากจะเลี้ยง วันนี้เรามีเคล็ดไม่ลับที่จะทำให้ปลาหมอสีของคุณสวยเด่นกว่าใคร จะมีเทคนิคอย่างไรบ้าง ตามไปดูกันเลยค่ะ

• สภาพพื้นที่เลี้ยง

ควรเป็นจุดที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านไปมามากเกินไป ตู้ปลาควรมีขนาด 24-42 นิ้ว มืดสักหน่อยและติดไฟสีชมพู หลายอาจสงสัยว่าทำไมต้องทำตู้ให้มืดและติดไฟสีชมพู นั่นเพราะว่าปลาหมอสีมีสีหลักของตัวเองคือ สีแดง เป็นนักล่าชนิดหนึ่งที่พร้อมจู่โจมทุกสิ่งที่เข้ามาใกล้ การทำตู้ปลาให้มืดนั้นจะทำให้ตัวปลามีสีแดงเพิ่มขึ้นได้ สีแดงนี้จะทำให้พลางตัวและจู่โจมเหยื่อได้ง่ายขึ้นในที่มืด ส่วนไฟสีชมพูจะทำให้เราเห็นสีของปลาได้ชัดเจนขึ้นในตู้มืด เมื่อเปิดไฟแล้วตักปลาขึ้นมาดู ก็จะเริ่มเห็นสีแดงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละวัน

• ใช้ปลาหมอสีอีกตัวเป็นตัวช่วย

หลายคนน่าจะรู้อยู่แล้วว่าปลาหมอสีมีนิสัยค่อนข้างดุ เลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นแทบไม่ได้เลย แล้วจะทำอย่างไรกันล่ะ เรื่องนี้สามารถแก้ไขได้โดยหาซื้อแผ่นใสตามร้านขายปลาสวยงามทั่วไป หรือแหล่งตลาดสัตว์เลี้ยง เช่น จตุจักร หรือ ตลาดนัดธนบุรี (สนามหลวง2) เมื่อได้แผ่นใสมาแล้วให้นำมากั้นกลางไว้ระหว่างปลาหมอสีของเราฝั่งหนึ่ง กับปลาหมอสีตัวผู้ที่มีสีแดงสดกว่าอีกฝั่ง เพื่อให้ปลาทั้งสองแข่งกันเร่งสีตัวเองออกมา ซึ่งอาจจะได้หัวที่ใหญ่และกลมแถมมาด้วย แต่ถ้าเป็นปลาหมอสีตัวเมีย แน่นอนว่าปลาหมอสีตัวผู้จะเร่งสีแดงเพื่อเรียกร้องให้ตัวเมียสนใจตามสัญชาตญาณ

• อาหารการกิน

อาหารคือส่วนสำคัญที่ทำให้สีของปลาหมอมีความโดดเด่นขึ้นมา ปลาจะสวยหรือไม่สวยนั้นขึ้นอยู่กับอาหารที่เราให้ อาหารของปลาแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ อาหารสด มีทั้งแบบแช่แข็งและแบบที่ยังมีชีวิตอยู่ อีกชนิดคือ อาหารแห้ง (ชนิดเม็ด)

แน่นอนว่าอาหารมีให้เลือกมากมายหลายสูตร มีคุณสมบัติและกลิ่นเฉพาะที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เลี้ยงว่าต้องการให้ปลาเสริมสร้างพัฒนาการในด้านใด


เทคนิคการเลี้ยง ปลาสวยงาม ปลาหมอสีให้สวยเด่นกว่าใคร คลิ๊กที่นี่ https://www.petcitiz.info/ปลาสวยงาม/

13
การค้นหาแพทย์ที่ใช่และเหมาะสม เป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับการรักษาการจัดฟันแบบใส Invisalign ของคุณ

รับการประเมินรอยยิ้มของเราฟรีเพื่อผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนใคร จากนั้นพบกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ที่ได้รับการฝึกอบรมการจัดฟันแบบใส Invisalign เพื่อค้นหาคนที่คุณรู้สึกสบายใจด้วยมากที่สุด

ในช่วงการให้คำปรึกษาเบื้องต้น แพทย์ของคุณจะหารือเกี่ยวกับความต้องการของคุณและประเมินว่าการรักษาด้วยการจัดฟันแบบใส Invisalign เหมาะสมกับคุณหรือไม่

แทบจะมองไม่เห็น

อุปกรณ์จัดฟันแบบใส Invisalign แทบไม่สามารถมองเห็นได้เลย ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถยิ้มได้อย่างเปิดเผยเมื่อเทียบกับเครื่องมือจัดฟันแบบดั้งเดิมที่มองเห็นลวดและเหล็ก

สามารถถอดออกได้

อุปกรณ์ฟันแบบใส Invisalign ทำจาก SmartTrack® ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่น ทำให้ง่ายต่อการถอดและสวมใส่เป็นอย่างมาก ซึ่งแตกต่างจากแบบเหล็กดัดฟันที่ต้องใส่ติดกับฟันตลอดเวลา ตอนนี้คุณสามารถเพลิดเพลินกับอาหารที่คุณชื่นชอบได้ตลอดเวลา

เจ็บน้อยกว่า

เทคโนโลยี SmartStage®และSmartForce®ช่วยทำให้เชื่อมั่นได้ว่าฟันของคุณจะค่อยๆ เคลื่อนไปสู่ตำแหน่งที่แพทย์จัดฟันกำหนดไว้อย่างมีถูกต้องตลอดการรักษาของคุณ ซึ่งต่างกับการจัดฟันแบบเหล็กที่อาจจะก่อการระคายเคืองและทำให้เกิดอาการเจ็บปวดได้

การมาพบแพทย์ที่น้อยครั้งลง

ไม่เหมือนกับการจัดฟันแบบเหล็กที่คุณต้องไปพบแพทย์ของคุณทุก 3-4 สัปดาห์ การจัดฟันด้วย Invisalign ช่วยลดความถึ่ในการไปคลินิกของคุณเหลือเพียงทุก 6-8 สัปดาห์

ระยะเวลารักษาที่ชัดเจนกว่า

การรักษาของการจัดฟันแบบใสด้วย Invisalign ช่วยให้คุณเห็นภาพทุกขั้นตอนของการรักษา ทำให้คุณได้ภาพของระยะเวลาในการรักษาที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ส่วนการจัดฟันแบบเหล็กคุณจะทราบระยะเวลาในการรักษาโดยประมาณในตอนช่วงเริ่มต้นของการรักษาเท่านั้น


มาเริ่มจากข้อดีของการจัดฟันแบบใส Invisalign เมื่อเทียบกับการจัดฟันแบบเหล็กดัดฟัน คลิ๊กที่นี่ https://www.idolsmiledental.com/invisalign/

14
อายุมากขึ้นก็มีปัญหาเรื่องผิวหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องรูขุมขนกว้างที่เป็นปัญหากวนใจอันแก้ไขยากของคุณสาว ๆ แต่จะว่าไปก็ไม่ใช่ว่าไม่มีวิธีแก้นะคะ เพราะเพียงแค่คุณดูแลผิวพรรณด้วย เคล็ดลับกระชับรูขุมขน แบบนี้ รับรองว่ารูขุมขนจะใหญ่ชัดแค่ไหน ก็กระชับขึ้นได้แน่นอน มาดูกันเลยว่าจะมีวิธีไหนบ้าง

ทำความสะอาดผิวขั้นพื้นฐานให้ดี
สาว ๆ หลายคนอาจไม่ได้ใส่ใจกับขั้นตอนในการทำความสะอาดผิวหน้า แต่รู้หรือไม่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เลยค่ะ เพราะการล้างหน้าให้สะอาด จะช่วยกำจัดไขมันและสิ่งสกปรกที่อุดตันในรูขุมขนให้หลุดออก ไม่ว่าคุณจะแต่งหน้าหรือไม่ก็ตาม ขั้นแรกควรเช็ดผิวด้วยคลีนซิ่งเพื่อเอาเมคอัพและสิ่งสกปรกออก จากนั้นล้างหน้าด้วยโฟมหรือสบู่สูตรอ่อนโยน ปิดท้ายด้วยการเช็ดโทนเนอร์ที่ช่วยกระชับรูขุมขน และทาครีมบำรุงผิว เพื่อช่วยบำรุงให้ผิวเนียนกระชับ รับรองว่าเห็นผลแน่นอนค่ะ

มาส์กหน้าด้วยโยเกิร์ต
คุณสาว ๆ ลองนำโยเกิร์ตรสธรรมชาติมาพอกหน้าทิ้งไว้ สักประมาณ 5 – 10 นาที ก็สามารถช่วยให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม รูขุมขนดูกระชับขึ้นได้นะคะ เนื่องจากในโยเกิร์ตมีกรดแลคติกและโปรไบโอติก ซึ่งช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว และยังมีส่วนช่วยลดการขยายขนาดของรูขุมขนอีกด้วย ทำเพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้นก็สวยใสได้แล้ว

ประคบน้ำแข็งก็ช่วยได้
วิธีง่าย ๆ ที่เห็นผลไม่แพ้กันก็คือการประคบน้ำแข็งค่ะ เริ่มจากล้างหน้าให้สะอาด แล้วเอาน้ำแข็งห่อผ้าสะอาดไว้ จากนั้นนำมาถูวนเบา ๆ ในบริเวณที่มีรูขุมขนกว้าง โดยวิธีนี้ควรทำเป็นประจำในทุกเช้าหรือก่อนนอน ครั้งละ 15 – 30 นาที เพียงเท่านี้รูขุมขนของคุณจะกระชับขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ

ไข่ขาวตัวช่วยกระชับ
นอกจากไข่ขาวจะนิยมนำมาใช้ดึงสิวเสี้ยนแล้ว เรื่องกระชับรูขุมขน ไข่ขาวก็ช่วยได้เหมือนกันนะคะ โดยวิธีง่าย ๆ ก็คือ นำไข่ขาวมาผสมกับน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำมาทาให้ทั่วผิวหน้า แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง ล้างออกด้วยน้ำอุ่น จากนั้นล้างหน้าด้วยน้ำเย็นอีกครั้ง รับรองว่ารูขุมขนเนียนกระชับแน่นอน ส่วนใครที่มีผิวแพ้ง่ายหรือกลัวระคายเคือง อาจจะใช้เพียงไข่ขาวอย่างเดียวโดยไม่ต้องผสมน้ำมะนาวก็ได้ค่ะ

กล้วยหอมปลอบประโลมผิว
ไม่ต้องงไปค่ะ เพราะหลายคนอาจจะไม่รู้ว่ากล้วยหอมช่วยแก้ปัญหารูขุมขนได้จริง ๆ เพราะกล้วยหอมมีคุณสมบัติในการกระชับรูขุมขน เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยบำรุงให้ผิวพรรณเต่งตึง โดยวิธีการคือนำกล้วยมาฝานเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วผสมนมสด หรือน้ำผึ้ง จากนั้นบดส่วนผสมให้ละเอียดเป็นเนื้อครีม แล้วนำมาพอกหน้าไว้ประมาณ 15 นาที ค่อยล้างออก เพียงเท่านี้รูขุมขนก็จะดูเล็กลงพร้อมกับผิวอันชุ่มชื้นแล้วล่ะค่ะ


เรื่องนี้อยากใส่ใจ “เคล็ดลับกระชับรูขุมขน” คลิ๊กที่นี่ https://www.beautysanta.com/

15
ฉนวนกันเสียง สำคัญมากสำหรับผู้อยู่อาศัยหรือผู้ใช้งานอาคาร โรงงานหรือสิ่งปลูกสร้างต่างๆที่ประสบปัญหาด้านเสียง ทั้งเรื่องเสียงดังเกินกว่ากฎหมายกำหนด เสียงก้อง และ เสียงสะท้อนภายในอาคาร

เสียงจากการทำงานของเครื่องจักรในโรงงาน และเสียงรบกวนภายในห้องอัดเสียง หรือ ห้องบันทึกเทปโทรทัศน์ เป็นต้น ฉนวนกันเสียงที่ดี และได้รับการออกแบบไว้อย่างถูกต้อง จะช่วยลด ปัญหาด้านมลภาวะทางเสียง ให้หมดไป หรือลดน้อยลงไปจนรู้สึกได้

การดูดซับเสียงหรือการควบคุมเสียงสะท้อน (Sound Absorption) การออกแบบห้องที่ต้องการลดเสียงสะท้อน เช่น ห้องประชุม, โรงละคร, โรงภาพยนตร์, ห้องบรรยาย, ห้องดูหนัง – ฟังเพลง, ห้องคาราโอเกะ

หากมีเสียงสะท้อน หรือเสียงก้องเกิดขี้น จะทำให้ประสิทธิภาพของเสียงที่หูของผู้ฟังได้ยินอาจลดประสิทธิภาพลงไป ดังนั้นต้องออกแบบให้มีวัสดุที่สามารถดูดซับเสียงได้ดี เพื่อป้องกันเสียงที่มากระทบฝ้าเพดาน พื้น ผนัง โดยสามารถดูได้จากค่า NRC ซึ่งเป็นค่าที่ระบุความสามารถการดูดซับเสียงของวัสดุต่าง ๆ
วัสดุทุกชนิดสามารถดูดซับเสียงได้ในระดับที่แตกต่างกันไป เมื่อคลื่นเสียงวิ่งกระทบวัสดุ จะมีบางส่วนของพลังงานเสียงถูกดูดซับและที่เหลือจะสะท้อนออกไป และเสียงที่สะท้อนออกไปนั้นจะมีพลังงานน้อยกว่าแหล่งกำเนิดเสียงเสมอ และพลังงานเสียงที่ถูกดูดซับเข้าไปจะถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นพลังงานรูปอื่น โดยทั่วไปจะเป็นความร้อน และจำนวนพลังงานที่ถูกดูดซับเข้าไปจะถูกแสดงในรูปของสัมประสิทธิ์การดูดซับเสียง (Sound Absorption Coefficient) คือค่าที่แสดงความสามารถในการดูดซับเสียงของวัสดุ ถ้าหากใช้วัสดุที่ดูดซับเสียงไม่ดีจะทำให้เกิดเสียงก้องภายในห้องนั้น ๆ ได้


ฉนวนกันเสียง สำคัญอย่างไร คลิ๊กที่นี่ https://www.noisecontrol.company/

หน้า: [1] 2 3 ... 13