แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 5
1
แจกฟรี ! เมนูข้าวแกงทำขายดี สูตรอาหารไทย ประจำร้านข้าวแกง มีทั้งเมนูผัด เมนูทอด เมนูนึ่ง และน้ำพริก ทำขายได้ตั้งแต่เช้ายันค่ำ การันตีขายดิบขายดีและกำไรดีด้วย

ใครอยากเปิดร้านข้าวแกงลองมาทำเมนูกับข้าว แบบไม่จำเจวนไปทุกวันดีไหม ถ้าใครยังนึกไม่ออกให้ช่วยได้นะคะ ขอนำเสนอวิธีทำข้าวแกงหลากหลาย เช่น ผัดหอยลาย ผัดมะเขือยาวหมูสับ แกงส้มผักรวมกุ้ง ต้มผักกาดดอง หมูก้อนทอด ทอดมันปลา ห่อหมกปลาช่อน จะทำขายก็ดี หรือทำกินเองก็ได้ เตรียมข้าวสวยรอเลยจ้า

เมนูผัด
1. ผัดหอยลาย

เมนูข้าวแกงขายดีมีทุกร้านที่ส่วนใหญ่คุ้นตานั่นคือ ผัดหอยลาย เริ่มจากเอาหอยลายไปลวกให้สุกแล้วค่อยผัดกับเครื่องโขลก เพิ่มสีสันและความเผ็ดด้วยน้ำพริกเผา

ส่วนผสม ผัดหอยลาย
• หอยลาย (ล้างสะอาด) 500 กรั
• น้ำเปล่า (สำหรับลวกหอยลาย)
• น้ำมันพืช (สำหรับผัด)
• พริกขี้หนู (โขลกละเอียด) ตามชอบ
• กระเทียม (โขลกละเอียด)
• เต้าเจี้ยว 2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
• ใบโหระพา (เด็ดเป็นใบ 1 ถ้วย)

วิธีทำผัดหอยลาย
1. ใส่น้ำเปล่าลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟจนน้ำเดือด ใส่หอยลายลงลวกพอสุก ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
2. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟพอร้อน ใส่พริกกับกระเทียมโขลกลงไปผัดพอหอม ใส่เต้าเจี้ยวลงผัด ตามด้วยน้ำพริกเผาและน้ำตาลทราย ผัดให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ
3. ใส่หอยลายที่ลวกเตรียมไว้ลงผัดสักครู่ จากนั้นใส่ใบโหระพาลงผัดพอเข้ากัน ปิดไฟ ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

2. ผัดผักรวมกุ้ง

ผัดผักรวมหมูร้านข้าวแกงไหน ๆ ก็ทำขายกัน ถ้าไม่อยากซ้ำก็ลองมาทำเมนูผัดผักรวมกุ้ง ใส่บรอกโคลี แครอต ดอกกะหล่ำ เห็ดฟาง และข้าวโพดอ่อน ปรุงรสเค็มนิดหน่อย

ส่วนผสม ผัดผักรวมกุ้ง
• กระเทียมสับหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
• กุ้งสด (ปอกเปลือกผ่าหลัง) 200 กรัม
• บรอกโคลี (หั่นชิ้น) 100 กรัม
• ดอกกะหล่ำ (หั่นชิ้น) 100 กรัม
• เห็ดฟาง (ผ่าครึ่ง) 100 กรัม
• ข้าวโพดอ่อน (หั่นเฉียง) 100 กรัม
• น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
• ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
• น้ำ 3 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมันพืช (สำหรับผัด)

วิธีทำผัดผักรวมกุ้ง
1. ลวกบรอกโคลีในน้ำร้อนประมาณ 30 วินาที ตักใส่น้ำเย็นจัด หรือน้ำผสมน้ำแข็งแล้วสะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
2. ผัดกระเทียมจนมีกลิ่นหอม ใส่กุ้งสดลงไป ผัดพอให้กุ้งถูกน้ำมันจนทั่วแล้วใส่บรอกโคลี ดอกกะหล่ำ เห็ดฟาง และข้าวโพดอ่อนลงไป ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว และน้ำ ผัดผสมให้เข้ากันไม่เกิน 1 นาที



เมนูอาหาร ข้าวแกงทำขายดี ทำกินอร่อย กับข้าวไทย ๆ ทำไม่ยาก ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.plawharn.com/

2
มือถือเปียกน้ำให้เอาไปแช่ถังข้าวสาร ได้ผลจริงหรือเป็นเพียงแค่ความเชื่อผิด ๆ มาหาคำตอบกัน

การนำมือถือที่เปียกน้ำไปแช่ถังข้าวสารนั้น จัดว่าเป็นวิธียอดฮิตอันดับหนึ่งที่ใครต่อใครต่างทำกันมายาวนาน เพราะเชื่อว่าข้าวสารจะช่วยดูดซับความชิ้นออกจากภายในตัวเครื่องมือถือได้ แต่บางทีนั่นอาจจะเป็นความเชื่อที่เราเข้าใจกันแบบผิด ๆ มาตลอดก็ได้ และยิ่งไปกว่านั้นมันยังอาจก่อให้เกิดผลเสียกับมือถืออีกด้วย

ทางเว็บไซต์ iFixit ได้ออกมาเปิดเผยว่า การนำมือถือเปียกน้ำไปแช่ถังข้าวสารนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงความเชื่อผิด ๆ ที่หลายคนคิดกันไปเองว่ามันช่วยดูดความชื้นออกจากมือถือได้ แต่ความจริงแล้วมันไม่ได้ช่วยอะไรเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเหตุผลที่หลายคนนำมือถือเปียกไปแช่ในข้าวสารแล้วสามารถกลับมาเปิดใช้งานได้ปกตินั้น แท้จริงแล้วเป็นแค่ความโชคดีเท่านั้น เพราะถึงแม้จะวางเอาไว้ข้างนอกเฉย ๆ มันก็ให้ผลไม่ต่างกันเลย นั่นคือถ้าโชคดีก็เปิดติด แต่ถ้าโชคไม่ดีก็ต้องส่งศูนย์ซ่อมอยู่ดี แม้ว่าจะนำไปแช่ในข้าวสารแล้วก็ตาม

ยิ่งไปกว่านั้นคือ นอกจากวิธีดังกล่าวจะไม่ช่วยอะไรแล้ว มันยังอาจก่อให้เกิดผลเสียตามมาอีกก็คือ เศษเมล็ดข้าวสารเล็ก ๆ อาจเข้าไปตามช่องและพอร์ตต่าง ๆ ของมือถือ และอาจเข้าไปค้างอยู่ในตัวเครื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาได้อีก โดยทาง iFixit ได้มีภาพตัวอย่างภายในเครื่องมือถือหลังผ่านการแช่ในข้าวสารมาให้ดูกันด้วย (ตามภาพประกอบด้านล่าง)

ทั้งนี้ทาง iFixit ได้แนะนำว่า วิธีที่ดีที่สุดเมื่อทำมือถือเปียกน้ำก็คือ ให้รีบปิดเครื่อง แล้วแกะเครื่อง ถอดแบตเตอรี่ เพื่อเช็ดภายในเครื่องให้แห้งให้เร็วที่สุด แต่สำหรับผู้ที่ไม่เชี่ยวชาญก็ไม่ควรแกะเครื่องเอง รวมทั้งเครื่องที่ยังอยู่ในช่วงรับประกัน ควรรีบนำไปส่งศูนย์ซ่อมจะดีกว่า และไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ควรนำไปแช่ในถังข้าวสาร เพราะว่ามันไม่ช่วยอะไรเลย


โทรศัพท์มือถือ เปียกให้แช่ถังข้าวสาร ได้ผลจริงหรือแค่ความเชื่อผิด ๆ ? ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.plawharn.com/

3
 เอาใจหนุ่มๆ นักท่องราตรี พาไปเที่ยวผับฮอต พริตตี้สวย โคโยตี้แจ่ม ผับ โคโยตี้ สวย พริตตี้ขาว น่าเช็คอินในกรุงเทพฯ ไปป่ะล่ะ! เอาใจหนุ่มๆ นักท่องราตรี พาไปเที่ยวผับฮอต พริตตี้สวย โคโยตี้แจ่ม ให้คุณได้สนุกกันทุกค่ำคืน แต่ละร้านบอกเลยว่า เห็นรูปแล้วน่าไปเช็คอินมาก

1.The Villa Pub

คลับสุดหรูแห่งย่านเหม่งจ๋าย ภายในร้านตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น กว้างขวาง และมีโซนให้ได้เลือกนั่งมากมาย สุขใจไปกับพริตตี้สาวสวยที่จะมารอต้อนรับคุณและเอนเตอร์เทนดูแลเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังมีการแสดงจากโคโยตี้สุดเซ็กส์ซี่ที่จะทำให้คุณหัวใจกระชุ่มกระชวยตลอดทั้งคืนแบบแนบชิดติดขอบเวที

ที่ตั้ง : แยกเหม่งจ๋าย ถ.ประชาอุทิศ กรุงเทพฯ

เวลาเปิด – ปิด : 20.00 – 02.00 น.

2.The Secret

ผับสุดหรูแห่งย่านเกษตร-นวมินทร์ ที่จะมีสาวๆ พริตตี้มารอต้อนรับและมอบความสุขให้กับคุณมากถึง 200 คน ภายในร้านมีการแบ่งโซนให้ได้เลือกนั่ง และดื่มด่ำไปกับเสียงเพลงจากวงดนตรีคืนละ 3 วง

นอกจากนี้ยังมีโซนห้องคาราโอเกะ ที่เพียบโซนชิลเอาท์ โอเพ่นแอร์ในสไตล์เรสเทอรองท์ที่มีเมนูอาหารจานเด็ดทั้งอาหารไทย จีน ยุโรป และการแสดงจากวงดนตรีโฟล์คซองที่จะมาเคิมเต็มความสุขให้คุณในทุกๆ คืน

ที่ตั้ง : ถ.เกษตร-นวมินทร์ แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ

เวลาเปิด – ปิด : 21.00 – 03.00 น.

3.The Pimp

The PIMP คลับสุดหรูที่รอต้อนรับคุณด้วยพริตตี้สาวสวยหุ่นเซ็กซี่ที่พร้อมจะกระชากใจในค่ำคืนที่แสนพิเศษ ภายในร้านตกแต่งอย่างสวยงามหรูหรา พร้อมเวทีขนาดยักษ์และวงดนตรีระดับเทพที่จะมาบรรเลงเพลงดนตรีเพราะๆ และดื่มด่ำไปกับลีลาการเต้นสุดเร้าใจจากโคโยตี้สาวสวยที่พร้อมจะสะกดให้คุณหลงใหลและสนุกไปด้วยกัน หนุ่มๆ คนไหนที่กำลังหาสถานที่เช็คอินคืนนี้ต้องไปที่ The PIMP


พาไปเที่ยวผับฮอต พริตตี้สวย โคโยตี้แจ่ม ให้คุณได้สนุกกันยามค่ำคืน ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.tomorrowland.club

4
ราตรีนี้ยังอีกแสนไกล… ช่วงเวลาของเหล่าคนที่รักในเสียงดนตรีจะมารวมกัน โดยเฉพาะ #สายตื๊ด #สายย่อ จะต้องมาระเบิดความมันส์ แดนซ์กระจายกับที่สุดของ 5 ผับชื่อดัง ที่จะเปลี่ยนให้เป็นค่ำคืนแห่งความสนุก

ด้วยแนวเพลงที่มีจังหวะโดนใจ ให้ออกมาโชว์สเต็ปลีลา และปลุกอารมณ์ให้คึกคักยามราตรี

ร้านเดโม่ (Demo)

ผับชื่อดังย่านทองหล่อ หนึ่งในร้านโปรดของใครหลายคน ร้านตกแต่งสไตล์ย้อนยุคโมเดิร์น

เป็นผับที่มีการตกแต่งอย่างสวยงาม จนมักจะถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานปาร์ตี้อยู่เสมอ

ภายในร้านแบ่งเป็นโซนเคาน์เตอร์บาร์ เหมาะนั่งสั่งเครื่องดื่มเบาๆ และโซนเก้าอี้ นั่งสบายแถมยังได้เฮฮากับแก๊งเพื่อน

ส่วนใหญ่ร้านจะเปิดแนวเพลงในช่วงยุค 80 อย่างดนตรีแนวอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ (Electronic Dance Music : EDM)

พร้อมเหล่าดีเจชื่อดัง อาทิ Bassjackers, Hard Rock Sofa, Aly & Fila ฯลฯ มาคอยเปิดเพลงสร้างบรรยากาศสีสันความสนุก

ชวนให้อยากออกแดนซ์ และโยกไปตามจังหวะเพลง

เปิดทุกวัน เวลา 21.00 – 02.00 น.

การเดินทาง ด้วยรถยนต์ จากถนนสุขุมวิท มุ่งหน้ามาทางสุขุมวิทซอย 63 หรือทองหล่อ 10

จะสังเกตเห็นร้านเดโม่ (Demo) ติดร้านฟังกี้ วิลล่า พิกัด 13.732411, 100.585486

ร้านออนิกซ์ (Onyx)

ค่ำคืนนี้เอาให้สุด ไปตื๊ดๆกันต่อกับร้านเหล้าย่าน RCA คลับของคนรักในเสียงเพลง ภายในตัวร้านโปร่งโล่ง

ตกแต่งสไตล์ยุค 70 แบ่งเป็นโซนแดนซ์ และโซนวีไอพีที่มีให้เลือกนั่งทั้งด้านล่างและด้านบนของร้าน

ร้านสร้างบรรยากาศด้วยดนตรีจังหวะสนุกแนวยุค 80 และยุค 90 อย่างแนว EDM, Trance, Progressive House

เพิ่มความสนุกด้วยระบบเสียงขั้นเทพ และระบบไฟ LED ที่สุดไปกว่านั้นก็คือ เหล่าดีเจชื่อดังจากต่างประเทศ

อาทิ DJ ELLIE จากประเทศไต้หวัน ฯลฯ จะคอยแวะเวียนมาสร้างสีสันทุกค่ำคืน

เปิดทุกวัน เวลา 18.00 – 24.00 น.

การเดินทาง ด้วยรถยนต์ จากถนนพระราม 9 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าโครงการ แล้วเลี้ยวซ้ายขับตรงไปจนสุดถนน

จะเจอด้านหน้าร้านออนิกซ์ (Onyx) ซ้ายมือ ร้านแรก หากเดินทางโดยรถใต้ดิน (MRT) ให้ลงที่สถานีเพชรบุรี




แดนซ์มันส์ 5 ผับชื่อดัง สำหรับคนรักเสียงเพลง ตื๊ดได้ทั้งคืน ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.tomorrowland.club

5
อากาศร้อนแบบนี้อาจทำให้น้องหมาเสี่ยงต่อการเป็น “ฮีทสโตรก (Heat Stroke)” ซึ่งอันตรายจนอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยค่ะ วันนี้ Petcitiz จะพาคนเลี้ยงน้องหมาทุกคน มารู้จักกับวิธีคลายร้อน และวิธีรับมือกับโรคนี้กันค่ะ

เมื่อย่างเข้าหน้าร้อน ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์เลี้ยงก็คงไม่ชอบสักเท่าไหร่ สำหรับผู้เลี้ยงอย่างเราก็คงจะมีวิธีคลายร้อนหลากหลายวิธีด้วยกัน แต่ถ้าหากเป็นสัตว์เลี้ยงอย่างน้องหมาของเราล่ะ เขาจะคลายร้อนอย่างไร? และด้วยสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นทุกวัน อาจทำให้น้องหมาเสี่ยงต่อการเป็น ฮีทสโตรก (Heat Stroke) ซึ่งโรคนี้อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยนะคะ วันนี้ Petcitiz จะพาคนเลี้ยงน้องหมาทุกคน มารู้จักกับวิธีคลายร้อน และวิธีรับมือกับฮีทสโตรกกันค่ะ

ฮีทสโตรก (Heat Stroke) คืออะไร?
ฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือ โรคลมแดด เป็นโรคที่พบบ่อยในหน้าร้อน ซึ่งปกติแล้วน้องหมาของเราจะมีการระบายความร้อนออกทางลิ้น และอุณหภูมิในร่างกายโดยปกติของน้องหมานั้นจะอยู่ที่ประมาณ 38-39 องศาเซลเซียส เลยทีเดียวค่ะ หากสภาพอากาศร้อนสูงขึ้น เราจะสังเกตได้ว่าน้องหมาจะมีอาการหอบแรง บางตัวอาจชักและเสียชีวิตลงได้ เพราะหากอุณหภูมิสูงถึง 40 องศาเซลเซียล เมื่อไร ก็จะแสดงอาการของโรคฮีทสโตรกให้เห็น และจะเริ่มเป็นอันตรายต่อตับ ไต หัวใจ สมอง รวมไปถึงระบบการทำงานในร่างกายของน้องหมาอาจเกิดภาวะการทำงานล้มเหลว เนื่องจากรับความร้อนที่มากเกินไป และไม่สามารถต้านทานอากาศที่ร้อนจัดได้นั่นเอง ถือว่าเป็นโรคที่น่ากลัวมากสำหรับหน้าร้อนนี้เลยทีเดียวค่ะ

วิธีสังเกตอาการ
1.อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น เมื่อเราเอามือไปสัมผัสตัวของน้องหมาก็จะรับรู้ได้ถึงอาการที่ร้อนผิดปกติ หากไม่แน่ใจ ให้เช็คอุณหภูมิโดยการนำปรอทวัดไข้มาวัด ซึ่งอุณหภูมิปกติจะอยู่ที่ 38-39 องศาเซลเซียส หากเกินมากกว่านี้ให้รีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน
2.บางตัวมีอาการอาเจียน ถ่ายเหลว หรือถ่ายเป็นเลือด
3.เหงือกจะสีแดงเข้ม บางตัวอาจมีเลือดออกเป็นจุดตามลำตัว และอาจมีน้ำลายไหลเยอะ หายใจถี่ปนหอบ ควรให้น้องจิบน้ำทุกๆ 5 นาที หากอยู่ในที่ร้อนจัด

วิธีป้องกัน

1.ไม่ควรทิ้งน้องหมาไว้ในรถเพียงลำพัง ถึงแม้เราจะเปิดแอร์ทิ้งไว้ให้น้องอยู่ก็ตาม เวลาเพียงแค่แป๊บเดียวก็สามารถทำให้เกิดอันตรายได้นะคะ



เมื่อ สุนัข เป็น HEAT STROKE ควรทำอย่างไร ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.plawharn.com/

6
รูขุมขนกว้าง ปัญหารูขุมขนกว้างส่วนใหญ่มักเป็นปัญหาที่เกิดมาจากพันธุกรรม โดยรูขุมขนใหญ่มักจะพบได้ในบริเวณ T-zone และเกิดขึ้นบ่อยสุดในคนผิวมัน รูขุมขนเป็นสิ่งที่ต้องมีกันทุกคน แต่ถ้าอยากให้รูขุมขนเล็กลง ก็ต้องเข้าใจก่อนว่า จะทำให้เล็กขนาดไหน แบบไม่เหลือรูเลยหรือเนียนแบบท้องแขนเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ ! เพราะยังไม่มีวิธีใด ๆ ที่สามารถทำให้เรียบได้ขนาดนั้น ยิ่งบริเวณจมูกยิ่งยากใหญ่ แต่ก็สามารถแก้ปัญหารูขุมขนกว้างให้เล็กลงได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

สาเหตุรูขุมขนกว้าง
การดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม ปัญหารูขุมขนกว้างนั้นมักเกิดจากการดูแลผิวที่ผิดวิธี เช่น การไม่ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ไม่ล้างเครื่องสำอางก่อนเข้านอน ไม่ขัดผิว ไม่ใช้มอยส์เจอไรเซอร์เลย เป็นต้น

สิวอุดตันและสิวหัวดำ สิวคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้รูขุมขนกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ชอบบีบสิวเป็นประจำ
ฮอร์โมนของวัยแรกรุ่น สำหรับวัยนี้จะเป็นวัยที่รูขุมขนจะขยายใหญ่อยู่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะผิวจะมีการขับความมันออกมามากขึ้น
ผิวผลิตน้ำมันมากเกินไป เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดรูขุมขนกว้าง เพราะถ้าต่อมใต้ผิวผลิตน้ำมันมากเกินไป ก็จะเกิดการขยายของรูขุมขน ทำให้รูขุมขนกว้างได้

แสงแดด การถูกแสงแดดเป็นประจำจะทำให้ผิวของคุณหนาขึ้น และนั่นอาจเป็นสาเหตุทำให้รูขุมขนอุดตันจนทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นได้ อีกทั้งแสงแดดยังเป็นตัวทำลายอีลาสตินและคอลลาเจนใต้ผิว ส่งผลให้ผิวขาดความยืดหยุ่น คอลลาเจนที่เป็นตัวรักษาความกระชับก็ถูกทำลายไป ทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น
พันธุกรรม สำหรับใครที่คุณพ่อหรือคุณแม่เป็นคนที่มีรูขุมขนกว้าง มันก็ไม่แปลกเลยที่คุณจะเป็นแบบนั้นด้วย
สภาพแวดล้อม ความเครียด สิ่งสกปรกอุดตันรูขุมขน ฯลฯ

วิธีกระชับรูขุมขน
รักษาความสะอาด การรักษาความสะอาดผิวหน้าเป็นวิธีพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเหนื่อยหนักง่วงนอนแค่ไหน คุณก็ห้ามนอนทั้ง ๆ ที่ยังมีเครื่องสำอางอยู่บนผิวหน้าเป็นอันขาด และควรล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้งก่อนเข้านอน ซึ่งจะเป็นการช่วยกำจัดความมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกที่เข้าไปอุดตันรูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้รูขุมขนกว้างได้


วิธี กระชับรูขุมขน !สามารถแก้ปัญหารูขุมขนกว้างให้เล็กลงได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/รูขุมขนกว้างวุฒิศักดิ์/

7
ถ้าให้คุณเลือกกิน อาหารไทย ที่มีรสชาติจัดจ้าน จี๊ดจ๊าด สักหนึ่งเมนู คุณจะเลือกกินเมนูไหนเป็นอันดับแรกคะ? อ๊ะ อ๊ะ คงมีหลายเมนูจนเลือกกันไม่ถูกกันเลยใช่ไหม? ก็เพราะอาหารไทยในบ้านเรานั้นอร่อยแทบทุกเมนู เอาเป็นว่าวันนี้เราได้คัดเลือกเมนูสุดฮอตที่คนไทยนิยมกิน พร้อมวิธีทำมาฝากแล้วค่ะ จะมีเมนูที่เพื่อนๆ คิดกันไว้บ้างหรือเปล่าน้า…

1.ยำวุ้นเส้น

หากใครหิวจนทนไม่ไหว เราขอแนะนำเมนูยำวุ้นเส้นไปเลยค่ะ ใช้เวลาเพียงแป๊บเดียวก็ได้กินแล้วรวดเร็วทันใจ เครื่องปรุงไม่เยอะ วัตถุดิบก็หาง่าย จับนู่นจับนี่มาลวก ใส่เครื่องปรุง คลุกให้เข้ากันเป็นอันจบ จะวัยไหนก็กินได้

วัตถุดิบ

วุ้นเส้น 1 ห่อ
หมูสับ 50 กรัม
กุ้งขนาดกลาง 10 ตัว
พริกขี้หนูหั่นหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
หอมหัวใหญ่หั่น 1 ลูก
ขึ้นฉ่ายหั่นชิ้น 2 ต้น
มะเขือเทศหั่นชิ้น 2 ลูก
น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2½ ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

อันดับแรก ต้มน้ำให้เดือด ลวกหมูสับ กุ้ง เสร็จแล้วตักขึ้นมาพักไว้ในถ้วย ต่อด้วยลวกวุ้นเส้นจนสังเกตเห็นว่าเส้นใส ใช้นิ้วจิ้ม ถ้านุ่มแล้วรีบตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ อย่าลวกจนอืดนะคะ เดี๋ยวจะหมดความอร่อยได้

เมื่อลวกทุกอย่างสุกหมดแล้ว ถึงขั้นตอนการทำน้ำยำแล้วค่ะ เตรียมชามใบใหญ่ใส่พริก น้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาล คลุกทุกอย่างให้เข้ากัน ใส่มะเขือเทศหั่นชิ้น หอมหัวใหญ่ กุ้ง หมูสับ และวุ้นเส้นลงไปในชาม คลุกให้เข้ากันอีกครั้ง โรยขึ้นฉ่ายปิดท้ายเป็นอันเสร็จ ตักใส่จานแล้วกินได้เลยจ้า

2.หมูมะนาว

เมนูนี้เหมาะสำหรับกินเล่น หรือกินเรียกน้ำย่อยก่อนมื้ออาหารค่ะ ถือเป็นเมนูรองท้องมากกว่าที่จะนำมากินกับข้าว พูดถึงเมนูนี้ขึ้นมาทีไรเป็นอันต้องน้ำลายไหลโดยอัตโนมัติ เพราะเมื่อไรก็ตามที่ร่างกายต้องการความแซ่บ ก็อดคิดถึงเจ้าหมูมะนาวนี้ไม่ได้ อย่ารอช้าดีกว่าค่ะ มาเตรียมของให้พร้อมแล้วลงมือทำ
กันเลย

วัตถุดิบ

เนื้อหมูสไลด์บาง 300 กรัม
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
มะนาวหั่นซีก 3 ลูก
กระเทียมจีนหั่นหยาบ 1 หัว
พริกขี้หนูสับ 6 เม็ด
ก้านคะน้า

วิธีทำ

หากอยากทำเมนูรสชาติจี๊ดจ๊าดแต่เรียบง่าย เราขอแนะนำเมนูนี้ให้เป็นตัวเลือกของคุณเลยดีกว่าค่ะ เริ่มจากนำชิ้นหมูไปลวกแค่พอสุกเตรียมไว้ก่อน เสร็จแล้วสลับมาทำน้ำราด นำน้ำตาล น้ำปลา พริกซอย กระเทียมหั่นหยาบ และน้ำมะนาวมาผสมให้เข้ากัน ขั้นตอนนี้หากใครชอบรสชาติเผ็ดแซ่บก็เพิ่มระดับกันตามใจชอบนะคะ จากนั้นหั่นก้านคะน้าในแนวเฉียง นำไปแช่น้ำเย็นไว้สักพักเพื่อความกรอบ

เมื่อเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เรามาลงมือจัดจานกันได้เลยค่ะ วางก้านคะน้ารองจานเป็นอันดับแรก ตามด้วยหมู และราดน้ำที่เราปรุงไว้ลงบนเนื้อหมูก็เป็นอันเสร็จค่ะ และนี่ก็คือเมนูหมูนาวที่ทำง่ายภายในเวลาอันรวดเร็วค่ะ เรียกเพื่อนๆ มาชิมความแซ่บกันเลยดีกว่า

3.ต้มซุปเปอร์ขาไก่

ว่าด้วยเรื่องอาหารรสจัดจ้านแล้วละก็ ซุปเปอร์ขาไก่ ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจนะคะ ใครหลายคนต่างก็ติดใจในความเปื่อยของขาไก่ แถมเป็นเมนูอันดับต้นๆ ที่ทุกคนต้องคิดถึงเมื่อร่างกายโหยหาความเผ็ดแซ่บ เราเชื่อว่ามีบางคนประสบปัญหากับเมนูนี้ในเรื่องของการแทะขาไก่ หากไปกินตามร้านเราต้องคอยรักษาภาพลักษณ์กันสักนิด ซึ่งความอร่อยก็จะลดลงตามไปด้วย ไม่ถึงอกถึงใจเอาซะเลย ถ้าอย่างนั้นเรามาตัดปัญหาด้วยการทำกินเองดีกว่าค่ะ จะมีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้างเราไปดูกันเลย

วัตถุดิบ

น้ำเปล่า
ตะไคร้บุบพอแตก
ข่าหั่นแว่น
หอมใหญ่หั่น
เกลือป่น
ขาไก่
เครื่องต้มยำสำเร็จรูป
ใบมะกรูดฉีก
พริกสดหั่น
ผักชีฝรั่งหั่นท่อน

วิธีทำ

เป็นอีกเมนูที่ทำง่ายๆ กระบวนการทำไม่ซับซ้อนเลยค่ะ เริ่มจากเตรียมน้ำหม้อพอประมาณ ตั้งไฟรอจนน้ำเดือด เมื่อเดือดได้ที่แล้วใส่หอมใหญ่ ข่า ตะไคร้ เกลือเล็กน้อย ตามด้วยขาไก่ และปิดฝารอให้เดือด ชอบความเปื่อยมากน้อยแค่ไหนก็กะเวลาเอาตามชอบเลยค่ะ พอขาไก่ของเราเปื่อยได้ที่แล้ว ให้ใส่ใบพริกสด มะกรูด และผักชีฝรั่งลงไป คนสัก 2-3 รอบ แล้วจึงตักใส่ถ้วย เท่านี้ก็พร้อมซดน้ำซุปแซ่บๆ ขาไก่เปื่อยๆ แล้วจ้า



รวม เมนูอาหาร ไทยสุดแซ่บถูกปากคนไทย ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/เมนูอาหาร/

8
วันนี้ Gurubaan ก็มีก็มีไอเดียแต่งห้องอาบน้ำกลางแจ้งนอกบ้าน มาฝาก มีหลากหลายแบบ หลากหลายสไตล์ ในการแต่งฝักบัวอาบน้ำไว้นอกบ้าน ให้ชื่นชมกัน เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างบรรยากาศการอาบน้ำที่เปิดโล่งรับบรรยากาศธรรมชาติ ถ้าอย่างนั้นเรามาดูกันเลยดีกว่า ว่าห้องอาบน้ำนอกบ้านแบบเปิดโล่ง รับบรรยากาศกลางแจ้งจะมีความสวยงาม และมีสไตล์แบบไหนกันบ้าง



ห้องนอนสีเบจสุดหรูที่เชื่อมต่อกับห้องน้ำกลางแจ้งด้านนอกด้วยกระจกใสบานใหญ่ ให้ความรู้สึกโปร่ง สบายตา และดูโรแมนติกสุดๆ


พื้นที่อาบน้ำในมุมเล็กๆ ของบ้านที่ตกแต่งแบบเรียบง่ายใกล้ชิดธรรมชาติในสไตล์ที่ลงตัว



ห้องอาบน้ำกลางแจ้ง ที่ให้บรรยากาศการอาบน้ำกลางธรรมชาติ ด้วยผนังกั้นที่เป็นรั้วไม้ และมีต้นไม้ช่วยเพิ่ม ความรู้สึกสดชื่น เหมือนได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง


ห้องอาบน้ำข้างบ้านเปิดโล่งที่ล้อมรอบด้วยกำแพงไม้ ตกแต่งแบบเรียบง่ายดูมีสไตล์


ห้องน้ำกลางแจ้งหลังคาเปิดโล่งที่ล้อมรอบด้วยกำแพงหินธรมมชาติ กั้นส่วนอาบน้ำด้านนอกและด้านในด้วยประตูกระจกใสบานใหญ่




ไอเดียสร้างมุมอาบน้ำไว้นอกบ้านในสไตล์ที่ลงตัว ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/บ้าน/

9
ข่าว HTC U12+ ยังหลุดออกมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดก็มีภาพข้อมูลของสมาร์ทโฟน HTC U12+ โดยคราวนี้ภาพที่หลุดออกมาคล้ายๆรูปที่อยู่ข้างกล่อง เรามาดูกันเลยว่าสเปคจะเป็นยังไงกันบ้าง

จากภาพระบุว่า HTC U12+ มีสเปคดังต่อไปนี้

ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 845

แรมขนาด 8GB

พื้นที่จัดเก็บข้อมูลขนาด 128GB

จอแสดงผล QHD HD+ ขนาด 5.5 นิ้ว

กล้องหลังมี OIS ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ความกว้างรูรับแสง f/1.5

เทคโนโลยีชาร์จเร็ว Qualcomm 4.0

รองรับการชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi

มาตรฐานการกันน้ำระดับ IP68

มีระบบสแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)

เสียงระบบความละเอียดสูง BoomSound

กล้องหน้าคู่มี OIS ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และฟีเจอร์ Edge Sense 2 ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงการใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น


สเปค สมาร์ทโฟน เรือธง HTC U12+ จากข้อมูลข้างกล่อง ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/สมาร์ทโฟน/

10
เมื่อคุณตัดสินใจจะเลี้ยงปลาสวยงาม และเลือกชนิดปลาที่จะเลี้ยงแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การเข้าไปดูข้อมูลปลาที่ร้านค้าปลาออนไลน์ หรือไปที่ฟาร์มปลาสวยงาม หรือร้านขายปลาสวยงาม เพื่อเลือกซื้อปลาที่ต้องการมาเลี้ยง

ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะหากได้ปลาที่ไม่แข็งแรง ไม่สมบูรณ์ หรือมีเชื้อโรคติดมา ปลาที่ซื้อมาเลี้ยงอาจตายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน หรือคุณอาจจะต้องทนเลี้ยงปลาที่ไม่สมประกอบไปอีกนาน

วิธีการเลือกซื้อปลาสวยงาม ควรจะพิจารณาจากสิ่งต่อไปนี้

ควรเลือกซื้อปลาในเวลากลางวัน เพราะคุณจะสังเกตสีสันที่แท้จริงของปลาได้ดี แต่ในปัจจุบันการจัดตู้ปลามีความทันสมัยมากขึ้น โดยร้านขายปลาสวยงามมักจะติดหลอดไฟพวกแสงสะท้อน แล้วเปิดไว้ตลอดเวลาเพื่อทำให้เห็นว่าปลามีสีสดใสมากกว่าที่เป็นจริง คุณต้องใช้ความสามารถในหารมองของคุณให้ดี

สังเกตสภาพของตัวปลา คือคุณจะต้องเลือกปลาที่ไม่มีร่องรอยความบอบช้ำ เช่นเกล็ดหลุด ครีบแหว่ง หรือมีแผลตามลำตัว เพราะอาจเป็นปลาที่ได้รับการกระทบกระเทือนจากการขนส่ง หรือมีการระบาดของโรคพยาธิเกิดขึ้น ถ้าเลือกซื้อปลาที่บอบช้ำมาเลี้ยง อาจเกิดการติดเชื้อต่างๆ ได้ ยิ่งถ้ามีการระบาดของโรคพยาธิอยู่แล้ว ปลาที่เลือกซื้อมาก็มักจะตายหมด

สังเกตลักษณะการว่ายน้ำหรือการทรงตัวของปลา ควรสังเกตว่าชนิดปลาที่จะซื้อมีลักษณะการว่ายน้ำอย่างไร เช่น พวกปลานีออน ปลาเสือสุมาตรา ปลาสอด และปลาซิวชนิดอื่นๆ มักชอบว่ายน้ำวนเวียนไปมาตลอดเวลาบริเวณกลางน้ำถึงผิวน้ำ ต้องไม่เซื่องซึม ว่ายลงไปพักอยู่ที่ก้นตู้ หรือลอยตัวอยู่แต่ผิวน้ำ พวกปลาเทวดาและปลาปอมปาดัวร์ ชอบว่ายน้ำช้าๆ ลักษณะเป็นสง่า ต้องไม่ไปซุกอยู่ตามหินหรือมุมตู้ ปลาทองต้องว่ายน้ำได้อย่างสมดุล ว่ายไม่เอียงไปมา การทรงตัวในน้ำอยู่ในลักษณะที่ตรงเมื่ออยู่กับที่ และสามารถว่ายทวนกระแสน้ำได้ดี

สังเกตลักษณะการกางของครีบต่างๆ คือปลาปกติที่ไม่มีปัญหาเรื่องการติดเชื้อหรือการเกิดโรค จะกางครีบออกเกือบตลอดเวลา แต่ปลาที่มีอาการผิดปกติ มักจะหุบครีบลู่ติดตัวไม่ค่อยกางออก

สังเกตสีสันของปลา ควรสังเกตเปรียบเทียบปลาในกลุ่มเดียวกัน ปลาที่มีสีสันสดเข้มกว่า ลวดลายเด่นชัด ย่อมมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแกร่งกว่า
สังเกตความสมบูรณ์ของอวัยวะต่างๆ ควรเป็นปลาที่มีอวัยวะครบถ้วนตรงตามชนิด เช่น ลำตัวโดยเฉพาะคอดหางไม่คดงอ ครีบไม่โค้งพับหรือขาดหายไป

สังเกตว่าไม่มีปลาตายปะปนอยู่ในบ่อหรือตู้ปลาที่จะเลือกซื้อ หรือไม่มีปลาที่แสดงอาการติดเชื้อปะปนอยู่ นอกจากนั้นเมื่อนำปลามาปล่อยเลี้ยงในตู้ที่เตรียมไว้แล้ว หากพบว่าปลาตัวใดมีอาการผิดปกติ ควรรีบแยกปลาตัวดังกล่าวออกไปเลี้ยงต่างหาก จนแน่ใจว่าอาการดีเป็นปกติจึงค่อยนำกลับมาปล่อยเลี้ยงในตู้ต่อไป


วิธีการเลือกซื้อ ปลาสวยงาม สังเกตลักษณะการกางของครีบต่างๆ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/ปลาสวยงาม/

11
หากพูดถึงสภาพอากาศในบ้านเรา เรียกได้ว่าร้อนอบอ้าวขนาดนี้จึงไม่แปลกเลยที่สาวไทยจะมีปัญหารูขุมขนกว้างกันซะเป็นส่วนมาก ดังนั้นหลาย ๆ คนจึงต้องมองหาวิธีแก้ไข

โดยวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการหา “ครีมกระชับรูขุมขน” มาใช้นั่นเอง แต่ทั้งนี้สาว ๆ จะรู้ได้อย่างไรว่าครีมกระชับรูขุมขนยี่ห้อไหนใช้แล้วดี ถ้าหากใครที่กำลังกังวลใจเรื่องนี้อยู่และตัดสินใจไม่ได้สักที วันนี้กระปุกดอทคอมมีรีวิวครีมกระชับรูขุมขนมาให้ดูเป็นตัวเลือกกันแล้วค่ะ ดูสิจะมียี่ห้อไหนน่าสอยมาใช้กันบ้างนะ ?

1. Smooth E Gold Cream

ครีมตัวนี้ใคร ๆ ก็พูดถึง เพราะใช้แล้วดีจริง ๆ นอกจากจะช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลงได้อย่างเห็นผลแล้ว ยังจะช่วยลดริ้วรอย และทำให้หน้านุ่ม เต่งตึงขึ้นอีกด้วย บอกเลยใครใช้ก็ต้องติดใจ อาจมีหลอดที่สองที่สามตามมาแน่นอน สนนราคาอยู่ที่หลอดละประมาณ 140-600 บาท (แล้วแต่ขนาดค่ะ)

2. La Mer Creme de La Mer

ครีมบำรุงผิวในตำนานที่สาว ๆ กรี๊ดหนักมาก ตัวนี้ใครใช้ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารูขุมขนกระชับขึ้นจริง ๆ แถมใช้ไปสักพักจะรู้สึกว่าหน้าดูเด็กลง ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น เรียบเนียนขึ้น สำหรับตัวนี้ต้องบอกเลยว่าใครใช้ก็ไม่มีผิดหวัง แต่ถ้าพูดถึงราคาอาจทำเอาหลายคนถึงกับต้องปาดเหงื่อ เพราะกระปุกหนึ่งอยู่ที่ประมาณ 7,000-12,000 บาทเลยทีเดียว

3. Olay Total Effects 7 in One Day Cream Gentle

ครีมทาหน้าสูตรเข้มข้น ทาแล้วจะรู้สึกว่าหน้าชุ่มชื้น ไม่เหนียวเหนอะหนะ หลายคนที่เคยใช้การันตีว่าช่วยกระชับรูขุมขนอย่างได้ผล สำหรับตัวนี้ไม่มีน้ำหอมนะคะสาว ๆ ดังนั้นใครที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายก็สามารถใช้ได้ และยังจะช่วยให้ผิวหน้ามีสุขภาพดีขึ้นอีกด้วย สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 500 กว่าบาทค่ะ

4. Provamed Pore Minimizer Gel Cream

ครีมตัวนี้เนื้อครีมจะมีลักษณะเป็นเจลใส ๆ ทาแล้วผิวหน้าจะชุ่มชื้นและรู้สึกสบายผิว ใช้ไปสักพักจะรู้สึกได้ชัดว่ารูขุมขนจะค่อย ๆ เล็กลง และหน้ามันน้อยลง เป็นอีกตัวที่พลาดไม่ได้เช่นกันค่ะสาว ๆ ตัวนี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 450 บาท

5. DHC Vitamin C Essence

วิตามินซีสูตรน้ำ ทาแล้วซึมเร็วมาก หลายคนที่เคยใช้บอกต่อเป็นเสียงเดียวกันว่าเริด ใช้เพียงไม่นานจะรู้สึกว่ารูขุมขนเล็กลง หน้ามันน้อยลง และช่วยให้ปัญหาสิวลดลงด้วย แต่หลอดหนึ่งก็แอบแพงอยู่เหมือนกันนะคะสาว ๆ ประมาณ 2,300 บาทค่ะ

6. SK-II Skin Refining Treatment

อีกหนึ่งครีมกระชับรูขุมขนที่สาว ๆ ไม่ควรพลาด สำหรับตัวนี้นอกจากจะช่วยให้รูขุมขนเล็กลงแล้วยังจะช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนอีกด้วย ส่งผลให้ปัญหาสิวลดลง และหน้ามันน้อยลง ซึ่งเหมาะมาก ๆ สำหรับสาว ๆ ที่มีผิวมันหรือผิวผสมค่ะ สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 5,000 บาท

7. Bioderma Pore Refiner Sebium

สาว ๆ ผิวมันและผิวผสมที่กำลังตามหาครีมกระชับรูขุมขน ตัวนี้แหละค่ะคือคำตอบ เพราะทาแล้วจะช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าได้ดี อีกทั้งยังช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน ใช้ไปสักพักจะรู้สึกว่ารูขุมขนเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด และผิวหน้าก็เรียบเนียนขึ้น บอกเลยตัวนี้สาว ๆ ผิวมันต้องเลิฟแน่นอน สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 1,300 บาทค่ะ

เอ้า ! เมื่อรู้จักผู้ช่วยดี ๆ กันไปแล้ว คราวนี้ใครที่มีปัญหารูขุมขนกว้างก็ลองสอยมาใช้กันดูสิคะ งานนี้คอนเฟิร์ม ! เตรียมโบกมือลารูขุมขนกว้างกวนใจกันได้เลย




ครีม กระชับรูขุมขน เพื่อนคู่ผิวสาวหน้ามัน-รูขุมขนกว้าง ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/รูขุมขนกว้างวุฒิศักดิ์/

12
อร่อยแท้สด ๆ จากทะเล ชวนทำกุ้งผัดพริกแกง สูตรอาหารไทยใส่ถั่วฝักยาวผัดกับน้ำพริกแกงใส่กุ้งแห้ง คลุกกับข้าวสวยอร่อยหนักมาก

ตามคำเรียกร้องของคนพิเศษที่อยากกินเมนูผัดพริกแกง ใส่ถั่ว แต่เนื่องจากมีกุ้งสดเหลือ ๆ เลยขอทำเมนูผัดพริกแกงกุ้งแล้วกันเนอะ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำกุ้งผัดพริกแกง หรือ ผัดพริกขิงกุ้ง จับกุ้งไปทอดจนสุกแล้วผัดกับน้ำพริกแกงใส่กุ้งแห้งตำจนเข้ากัน ตามด้วยถั่วฝักยาวเคี้ยวกรุบ ตบท้ายโรยใบมะกรูด ใครชอบอาหารทะเลจะดัดแปลงเป็นผัดพริกแกงปลาหมึกก็อร่อยนะคะ

ผัดพริกแกงกุ้งกับถั่วฝักยาว 1 จาน ให้พลังงานประมาณ 245 กิโลแคลอรี

ตะโกน้อย ชวนฝอย อร่อยกับกุ้ง ปลา ผัก
ส่วนผสม กุ้งผัดพริกแกง

• กุ้งสด
• ถั่วฝักยาว
• น้ำพริกแกงเผ็ด
• กุ้งแห้ง
• น้ำปลา
• น้ำตาลแว่น
• มะกรูดฝอย

วิธีทำกุ้งผัดพริกแกง

กุ้งที่เหลือ ๆ จากขาย พอได้มาทำกับข้าว

ผ่าหลังกุ้งทั้งเปลือก เลือกเอาลำไส้ออก ส่วนหัวก็กรีดลง ควักเอากระเพาะอาหารออกมา กระเพาะกุ้งจะเป็นถุงอยู่บนหัวกุ้ง ลักษณะคล้าย ๆ กระเพาะปู บางคนเมาเพราะอาจจะไปโดนน้ำย่อยในส่วนนี้

เครื่องปรุงตามที่เห็น กะเอาตามความคุ้นชิน เพิ่มกุ้งแห้งให้เนื้อเครื่องแกงข้น เวลาผัดออกมาแล้วดูดี

ตั้งกระทะให้น้ำมันร้อน เอากุ้งลงไปทอดจนตัวสุก ใช้เวลาไม่เกิน 2 นาที เพราะมีผ่าหลัง ทอดหัวกุ้งต่อ เอาตัวขึ้นพาดบนกระทะ จุ่มหัวลงทอดอีกราว 2-3 นาที แล้วตักพักรอไว้

ผัดเครื่องแกงกับน้ำมันจนสุกหอม ปรุงรสด้วยน้ำปลากับน้ำตาลแว่น ชิมรสชาติให้หวานมาก่อนเค็มตามด้วยเผ็ด ใส่ถั่วฝักยาว ตามด้วยกุ้ง เปิดไฟแรงให้ถั่วสลบ คลุกเคล้าให้เครื่องแกงเคลือบทุกอณูน้องกุ้งก่อนใส่ใบมะกรูดฝอย

ภาคกลางเรียกผัดพริกขิง กลิ่นของเครื่องแกงจะหอมมาพร้อมกับความอร่อย กุ้งแห้งจะเคลือบเครื่องแกงเห็นเป็นผงฝอย กินแล้วอร่อยหวาน ๆ เค็ม ๆ มีความเผ็ดมาตัด ถั่วฝักยาวต้องไม่สุก ไม่เช่นนั้นจะนิ่มไม่กรอบอร่อย คลุกข้าวอร่อยนัก ถ้าได้กากหมูยิ่งจะดี

ทุกเช้าตะโกน้อยต้องลงมาสำรวจแปลงผัก ฉีดน้ำรดผักคือหน้าที่ เจอผักที่สุกสามารถเอาไปทำกับข้าวได้ก็จะเก็บเอามาล้างน้ำแช่ตู้เย็น ได้ผักมาสี่ห้าต้น

ช่วงนี้ตะโกน้อยไม่ค่อยว่างครับ เอาสว่านไปจี้ล้อทั้งวัน ดูเอาการเอางานดี

ว้าว ! ส่วนตัวเคยทำผัดพริกแกงกุ้งนะ แต่ไม่เคยจับกุ้งไปทอดก่อนเลย พอเห็นจากสูตรด้านบนก็น่าทำตามเหมือนกัน เพราะจะได้เสียเวลาในการผัดไม่เยอะ และได้กุ้งเนื้อเด้งกินด้วย



เมนูอาหาร กุ้งผัดพริกแกง รสแซ่บเคี้ยวกรุบพร้อมสูตรน้ำพริกแกงใส่กุ้งแห้ง ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/เมนูอาหาร/

13
การตกแต่ง ห้องนอน สไตล์โมเดิร์น คือการแต่งห้องด้วยของน้อยชิ้น แต่ใช้ของที่ดูทันสมัย เก๋ไก๋ ฟังก์ชั่นครบครันจบในชิ้นเดียว สำหรับการใช้สี จะใช้สีที่อยู่ในโทนเดียวกัน เช่น ดำ ขาว เทา หรือจะใช้สีโทนเข้มตัดเข้ม โทนเข้มตัดโทนอ่อนก็ได้เช่นกัน

ห้องนอน คือห้องที่เราสามารถสร้างสรรค์ความเป็นตัวเองให้กับมันได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการใส่ลายวอลเปเปอร์ให้กับผนังห้อง การเลือกลายผ้าปู การใช้สี สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำให้ภาพลักษณ์ของห้องดูเปลี่ยนไป สำหรับสไตล์การตกแต่งที่เราจะพูดถึงต่อไปนี้ก็คือ สไตล์โมเดิร์น แม้จะดูธรรมดา เรียบง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยความทันสมัย จะสามารถตกแต่งได้อย่างไรบ้าง… ตาม Gurubaan ไปดูกันเลยค่ะ

1.ผนังห้องอิฐบล็อก
ผนังห้องนอนสามารถตกแต่งให้ดูโมเดิร์นได้ ด้วยการก่อผนังด้วยอิฐบล็อก ซึ่งข้อดีของการตกแต่งห้องด้วยวิธีนี้คือ คุณจะประหยัดค่าทาสี และค่าฉาบปูนไปมาก โดยคุณสามารถเผยผิวของอิฐบล็อกสีน้ำตาลออกมาโชว์ได้อย่างสวยงาม หรือหากไม่ชอบสีนี้คุณสามารถเพิ่มสีสันได้โดยการทาสีลงที่อิฐ เช่นทาสีขาว สีเทา ตามแบบที่ชอบได้เลยค่ะ

2.ใช้โทนสีอ่อนตัดกับโทนสีเข้ม
การเลือกคู่สีในการแต่งห้องก็มีความสำคัญไม่แพ้สิ่งใด เพราะจะทำให้ห้องนั้นดูมีความทันสมัยมากขึ้น การเลือกใช้สีสามารถใช้ได้ทั้งสีโทนอ่อน หรือสีโทนเข้ม และสามารถใช้สีในโทนที่ตัดกันได้ เพื่อให้ดูเป็น Mood And Tone สีที่ตัดกันจะทำให้เห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน เช่น โทนสีเข้มตัดกับโทนสีที่อ่อนกว่าเล็กน้อย ,โทนสีอ่อนตัดกับโทนสีเข้ม, สีขาวตัดกับพื้นสีแดง, สีส้มตัดกับสีเทา เป็นต้น ลองเลือกสีที่ตัวเองชอบแล้วนำมามิกซ์ให้เข้ากันดูนะคะ

3.ห้องนอนแบบสมาร์ทดีไซน์
เป็นการออกแบบ ห้องนอน ให้มีความทันสมัยมากขึ้น เช่น หากใครจัดเตียงนอนติดชิดไว้กับฝาผนัง ก็ให้ลองเปลี่ยนมาจัดไว้ตรงกลางห้องนอนแทน จะทำให้ดูสวยงามแปลกตาไปอีกแบบ หรือการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานแปลก และหลากหลาย เช่น มีโคมไฟหัวเตียงดีไซน์แปลก, มีโคมไฟตรงกลางเตียง, ทีวีพับเก็บได้ ซึ่งเป็นการจัดสรรสิ่งของภายในห้องให้เอื้อต่อการใช้งานที่สะดวกอีกด้วย

4.ตกแต่งด้วยไม้
รู้ไหมคะว่าห้องนอนสไตล์โมเดิร์นสามารถตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ หรือผนังไม้ได้ ช่วยทำให้ห้องมีความวินเทจเพิ่มเข้ามา การเอาไม้มาตกแต่งอาจจะต้องเลือกไม้ที่มีรูปทรงแปลกๆ สักหน่อย เลือกใช้แผ่นไม้ขนาดใหญ่ขัดเงา หรืออาจจะเป็นแบบผนังไม้ อีกทั้งสามารถตกแต่งได้ทั้งแบบโทนสีเข้ม และโทนสีอ่อนขึ้นอยู่กับความชอบของคุณด้วยค่ะ

5.ตกแต่งแบบโล่งๆ
น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ คือคำที่เหมาะกับการจัดห้องตามหัวข้อนี้มากค่ะ ตกแต่งห้องด้วยสไตล์โล่งๆ ของน้อยชิ้น แต่เลือกทุกอย่างให้ดูดี สวยหรูดูแพง แต่ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ของแพงก็ได้ค่ะ (ต้องคัดของกันสักหน่อย) เช่น การเลือกเฟอร์นิเจอร์ ก็เลือกตัวที่มีดีไซน์แปลกใหม่ สีห้องและของทุกอย่างที่เอามาใส่ในห้อง ก็ต้องเลือกให้เหมาะสม ผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว ไม่จำเป็นต้องใส่ทุกอย่างที่ต้องการในห้อง เพราะจะทำให้ดูไม่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หรือหลุดจากธีมที่ต้องการ แค่เลือกของที่ใช่แล้วแต่งน้อยๆ ก็ดูสวยได้เช่นกันค่ะ

6.ตกแต่งห้องนอนด้วยธีมสีดำ
การแต่งห้องด้วยโทนสีดำ คุณผู้ชายน่าจะรู้สึกชอบมากกว่าผู้หญิงทั่วไป เพราะมันให้ความรู้สึกแบบแมนๆ ทุกอย่างในห้องจะเป็นโทนสีดำไปหมด ใช้สีดำเป็นสีหลักในการควบคุมโทนทุกสิ่งภายในห้อง ซึ่งถือว่าตกแต่งได้ง่ายเลยค่ะ ซึ่งสีดำเป็นสีพื้นฐานงานดีไซน์เกือบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นไอเทมไหนก็มีสีดำหมด ในขณะเดียวกันก็ทำให้รู้ได้สึกว่าผู้ที่อาศัยในห้องนี้ต้องเป็นคนเท่ และมีเสน่ห์สุดๆ

7.ตกแต่งด้วยธีมสีขาว
จากโทนสีดำเอาใจคุณผู้ชายไปแล้ว มาลองดูโทนสีขาวแบบสะอาดตากันบ้าง โทนสีนี้ก็น่าจะถูกใจสาวๆ อยู่ไม่ใช่น้อยนะ การตกแต่งห้องนอนให้คุมโทนโดยใช้สีขาวเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องนอน ผ้าม่าน ผนัง หรือเฟอร์นิเจอร์ อิทธิพลของสีขาวจะทำให้เกิดความรู้สึกที่ดูเรียบง่าย ปลอดโปร่ง และสบายตา แถมยังทำให้ห้องดูแพงอีกด้วย และไอเทมสีขาวหาก็ซื้อได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะวางตรงจุดไหนของห้อง ก็ทำให้ดูสวยไปหมด ไม่เชื่อก็ต้องลองดูนะคะ

8.แบบห้องนอนโมเดิร์นโรแมนติก
สำหรับคู่รักข้าวใหม่ปลามัน สาวน้อยใหญ่ หรือผู้ชายที่ชอบความโรแมนติก ก็ต้องดูแบบการแต่งห้องนอนตามข้อนี้เลยค่ะ คุณสามารถเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สีหวานๆ ของตกแต่งลายลูกไม้ หรือจะเลือกใช้ผ้าปูที่นอนให้เข้ากับบรรยากาศตามสไตล์ที่ชอบ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ห้องนอนสุดแสนจะโรแมนติก เพิ่มเสน่ห์ในตัวคุณให้กับค่ำคืนนี้แล้วค่ะ

9.แต่งห้องชมวิว
ไอเดียนี้เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบความเป็นธรรมชาติ ชอบชมวิว มีที่พักอยู่บนอาคารสูง หรือท่ามกลางธรรมชาติ ให้ใช้ผนังเป็นกระจกใสขนาดใหญ่ เป็นทั้งแบบผนังแนวตั้งและแนวนอน เพื่อให้เห็นวิวได้ชัดเจนขึ้น ส่วนมากจะใช้กับห้องนอนที่เป็นบ้านพักตากอากาศ ทำให้สามารถรับลมชมวิวได้สะดวกยิ่งขึ้น

สำหรับการแต่ง ห้องนอน สไตล์โมเดิร์น จะเห็นได้ว่าสไตล์นี้ไม่ค่อยมีองค์ประกอบอะไรมากมาย สามารถตกแต่งด้วยของตกแต่งได้อย่างหลากหลาย เน้นดีไซน์ที่ทันสมัยแต่ใช้น้อยชิ้น และตำแหน่งของเตียงนอนมักจะถูกจัดวางไว้ตรงกึ่งกลางของห้อง เพื่อให้ห้องดูโล่ง โปร่งสบายตา… เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ห้องที่ดูโมเดิร์นแล้วค่ะ



ห้องนอน สไตล์โมเดิร์น เรียบง่าย แต่สวยงามอย่างลงตัว ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/ห้องนอน/

14
Samsung ได้เปิดตัวชุดพัฒนาเซ็นเซอร์ถ่ายภาพ ISOCELL Dual ที่มาพร้อมกับ อัลกอริทึมซอฟต์แวร์ เพื่อแก้ปัญหาการพัฒนากล้องคู่ในสมาร์ทโฟนระดับกลาง และระดับล่าง

ชุดพัฒนาดังกล่าวประกอบไปด้วยเซ็นเซอร์ 13 + 5 ล้านพิกเซล สำหรับการถ่ายภาพเอฟเฟก Bokeh (หน้าชัดหลังเบลอ), เซ็นเซอร์ 8 + 8 ล้านพิกเซล สำหรับการถ่ายภาพในที่มืด และ อัลกอริทึม ซึ่งช่วยให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนสามารถพัฒนาฮาร์ดแวร์ในสมาร์ทโฟนทุกระดับ รวมถึงระดับล่าง เพื่อรองรับการถ่ายภาพทั้ง 2 แบบข้างต้น ได้อย่างเบ็ดเสร็จ

Ben K. Hur รองประธานฝ่ายการตลาดของ System LSI ที่ Samsung Electronics กล่าวว่า

“ชุดพัฒนา ISOCELL Dual ครบวงร ของ Samsung นี้ จะทำให้การพัฒนาสมาร์ทโฟนเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น และช่วยให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนทุกระดับ สามารถใช้งานฟีเจอร์กล้องคู่ได้อย่างน่าพึงพอใจ”



Samsung เปิดตัวชุดพัฒนาเซ็นเซอร์ ISOCELL Dual: เน้นพัฒนากล้องคู่ใน สมาร์ทโฟน ทุกระดับ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/สมาร์ทโฟน/

15
ทำให้โตเร็ว
ให้อาหารสดครับ ลูกน้ำดีที่สุด  ไรแดงด้วยจะโตเร็ว  แต่ข้อเสียคือน้ำจะขุ่นและเสียเร็ว ถ้าน้ำขุ่นให้เปลี่ยนน้ำดีกว่านะครับ บางคนไม่อยากเปลี่ยนน้ำใช้น้ำยาปรับใสแทน ไม่ดีครับ เพราะตัวปลาจะปรับสภาพตามนั้น พอมาเปลี่ยนน้ำอีกทีปลาจะว่ายเอื่อยๆบางตัวก็หงายท้องไปซะงั้น จะทำให้ไม่สบายใจกันเปล่าๆ และอีกอย่างที่อยากแนะนำคือ แหนครับ  แหนเล็กๆเขียวๆนี่แหล่ะทำให้ปลาทองโตเร็ว เคยไปเยี่ยมชมฟาร์มปลาที่ ปากท่อ ราชบุรีที่บ่อนี้เขามีเคล็ดลับครับเขาเลี้ยงแหนไว้ให้ปลากินกันเลย ผมเคยลองมาแล้วปลาชอบมากครับ  แต่จะโตเร็วโตช้าก็ขึ้นอยู่กับใจคนเลี้ยงครับว่าร้อนแค่ไหน 
ทำให้สวย
มีผู้กล่าวว่า ถ้าเลือกซื้อปลาที่สวยและมีสายเลือดที่ดี นำไปเลี้ยงแล้วปลามีการพัฒนาที่ด้อยลง แสดงให้รู้ว่าฝีมือการเลี้ยงยังไม่ดี ถ้าเลี้ยงแล้วปลาคงสภาพเดิม ฝีมือการเลี้ยงก็อยู่ในระดับทั่วไป แต่ถ้าเลี้ยงไปแล้วปลามีพัฒนาการที่ดีขึ้น ยิ่งโตยิ่งสวยขึ้น ก็เรียกได้ว่า มีฝีมือการเลี้ยงที่ดีมาก การที่จะทำให้การเลี้ยงปลาทองให้โตด้วย และสวยได้ั ไม่ใช่เรื่องยากเย็น การเตรียมความพร้อมให้ครบถ้วนตามที่ได้เขียนไว้ข้างต้น เป็นพื้นฐานของการเลี้ยงปลาให้มีคุณภาพดีได้ ปัจจัยหลักที่สำคัญที่สุด ก็คือ การเอาใจใส่ ดูแลปลา อย่างสม่ำเสมอ การรักษาคุณภาพน้ำให้สะอาดอยู่เสมอ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ควรมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำปลาทองของท่านอยู่เสมอ ๆ หากเปลี่ยนถ่ายน้ำได้ทุกวันยิ่งดี ไม่ใช่เรื่องยากหากท่านมีการเดินท่อน้ำใหม่ และเดินท่อน้ำเก่าทิ้ง เพียงแต่เปิดให้น้ำเก่าไหลทิ้ง ดูดสิ่งสกปรก ขี้ปลา ออก และเปิดเติมน้ำใหม่ลงสู่บ่อทีละน้อย ก็จะทำให้บ่อปลาของท่านมีน้ำที่ใสสะอาดอยู่ตลอดเวลา อุณหภูมิของน้ำใหม่ มักจะสูงกว่าอุณหภูมิของน้ำในบ่อ การเปิดเติมน้ำใหม่ทีละน้อย จะช่วยให้ปลาสามารถปรับตัวได้ และมีสุขภาพแข็งแรง ควรหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนถ่ายน้ำอย่างกระทันหัน เพราะอาจจะทำให้ปลาอ่อนแอ และป่วยได้
การให้อาหารปลา ควรเลือกสรรอาหารปลาที่สะอาด และมีคุณภาพดี ในปัจจุบันอาหารเม็ดก็มีการพัฒนาคุณภาพของสินค้าขึ้นไปมาก มีโปรทีนสูง และอาหารเม็ดบางชนิดก็ช่วยให้ปลาย่อยง่าย ขับถ่ายเป็นปกติ และสามารถซื้อหาได้สะดวก ควรให้อาหารแก่ปลาครั้งละน้อย ให้ปลาสามารถกินหมดได้ภายใน 5-10 นาที หากเป็นปลาเล็ก จนถึงปลาในรุ่นโทไซ ควรให้อาหารบ่อยครั้งเพื่อให้ปลาสมบูรณ์ หากไม่มีเวลามากพอ ก็สามารถหาซื้อเครื่องให้อาหารปลาอัตโนมัติ ซึ่งตั้งเวลาการให้อาหารปลา และจำนวนอาหารมากน้อยตามที่ต้องการได้ การให้อาหารสด จำพวก หนอนแดง ลูกน้ำ ก็จะทำให้ปลามีความสมบูรณ์เต็มที่ แต่ทั้งนี้อาจจะเสี่ยงต่อการติดโรคได้ จึงควรนำอาหารเหล่านี้มาฆ่าเชื้อ โดยการแช่ในน้ำที่ผสมยาที่สามารถฆ่าปรสิต ปลิงใส เห็บ และเชื้อโรคอื่น ๆ ได้ เช่น ยา Aquarium 2 , ไซเตส หรือแช่ในน้ำผสมด่างทับทิม เป็นต้น โดยแช่ไว้ในระยะเวลาประมาณ 30 นาที จากนั้นนำไปล้างในน้ำสะอาดหลาย ๆ เที่ยว แล้วจึงค่อยให้ปลากิน หรืออีกวิธีคือการนำอาหารสดล้างให้สะอาดตามขั้นตอนข้างต้น จากนั้นนำไปแช่ช่องแข็งในตู้เย็น อย่างน้อย 3 วัน แล้วจึงค่อยให้ปลากิน ก็จะสามารถควบคุมโรคได้อย่างดีที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ้การล้างอาหารสดให้สะอาดก่อนให้ปลากินจะแก้ไขปัญหาของเชื้อโรคที่ติดมาได้ แต่ข้อสำคัญอีกอย่างที่ไม่ควรมองข้ามก็คือเปลี่ยนถ่ายน้ำให้สะอาดหลังจากการให้อาหารสด
การจับปลาขึ้นมาจากบ่อ ควรใช้กาละมังตักปลาขึ้นมาพร้อมกับน้ำ หรือกระชอนพิเศษที่ทำขึ้นโดยเฉพาะ การจับปลาด้วยมือเปล่าควรล้างมือให้สะอาดก่อน แต่ก็ไม่ควรทำ เพราะอุณหภูมิของมือคนจะอยู่ที่ประมาณ 36.5 องศา แต่อุณหภูมิของปลาจะต่ำกว่ามาก หากต้องการจับปลาด้วยมือจริง ๆ ให้นำมือแช่ไว้ในบ่อปลาสักพักหนึ่งก่อนแล้วค่อยจับ ก็สามารถช่วยได้
เมื่อปลาป่วย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาของสิ่งมีชีวิต ก็ควรรีบทำการรักษาทันที อย่าปล่อยไว้สักระยะแล้วค่อยรักษา เพราะจะทำให้ปลามีอาการทรุดลง และยากต่อการรักษา การที่ปลาจะป่วยได้จะต้องมีสาเหตุ ลองนึกย้อนหลังไปสัก 1-2 วันว่า การเลี้ยงของท่านมีอะไรผิดปกติไปบ้างหรือเปล่า เช่น ให้อาหารสดที่ไม่สะอาด , ปล่อยให้น้ำในบ่อสกปรก โดยไม่เปลี่ยนถ่ายน้ำ, น้ำฝนตกสู่บ่อ เป็นต้น การรักษาในเบื้องต้นคือการเปลี่ยนถ่ายน้ำให้สะอาด แล้วใส่เกลือสะอาดลงไปในบ่อเล็กน้อย งดการให้อาหารเด็ดขาด เปิดออกซิเจนให้แรงขึ้น คอยดูอาการ หากวันรุ่งขึ้นยังไม่ดีขึ้น ให้เติมเกลือลงในบ่อเพิ่ม รวมเป็นประมาณ 300 กรัม ต่อน้ำ 100 ลิตร ตามปกติปลาจะมีอาการดีขึ้นภายใน 1 –2 วัน
สรุปแล้ว ก็คือ น้ำสะอาด อาหารสมบูรณ์ หลีกเลี่ยงที่จะทำให้ปลาต้องปรับสภาพกะทันหัน เพียงเท่านี้ก็สามารถเลี้ยงปลาให้สวยได้แล้ว
ผมรวบรวมวิธีการเลี้ยงปลาทอง โดยอาศัยประสบการณ์ในการเลี้ยงที่ผ่านมา โดยเฉพาะปลาทอง Ranchu, Tosakin และ Jikin และอาศัยการสังเกต และสอบถาม Breeder ที่มีชื่อเสียง จากการที่ได้เดินทางไปเยี่ยมชมฟาร์มปลาที่ประเทศญี่ปุ่น แต่โดยทั่วไปแล้ว ปลาทองทุกสายพันธุ์จะมีวิธีการเลี้ยงที่ใกล้เคียงกัน ทำให้สามารถนำวิธีการเลี้ยงนี้ ไปใช้ได้กับปลาทองทุกชนิด


การเพาะ

ปลาทองจัดว่าเป็นปลาที่ดำเนินการเพาะพันธุ์ได้อย่างง่ายๆ   โดยวิธีการเพาะแบบช่วยธรรมชาติ   ปกติปลาทองจะมีการแพร่พันธุ์วางไข่ในตู้กระจกหรือบ่อที่ใช้เลี้ยงอยู่แล้ว   ซึ่งมักจะไล่ผสมพันธุ์วางไข่ในตอนเช้าของวันถัดไปหลังจากที่ผู้เลี้ยงมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำใหม่ให้   แต่ที่ผู้เลี้ยงไม่พบว่ามีลูกปลาทองเกิดขึ้นในตู้เลี้ยงปลา   เนื่องจากว่าปลาทองเป็นปลาที่ไข่ทิ้งไม่มีการดูแลรักษาไข่   เมื่อวางไข่แล้วก็จะหวนกลับมากินไข่ของตัวเองอีกด้วย   นอกจากนั้นปลาทองตัวอื่นๆหรือปลาชนิดอื่นที่เลี้ยงรวมอยู่ในตู้ด้วย   ก็จะคอยเก็บกินไข่ที่ออกมาด้วย   กว่าที่ไข่ที่เหลืออยู่จะฟักตัวออกมา   ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 2 - 3  วัน   ไข่ก็จะถูกปลาทยอยเก็บกินไปเกือบหมด   ส่วนไข่ที่รอดจากถูกกินจนตัวอ่อนฟักตัวออกมา   ตัวอ่อนที่ยังช่วยตัวเองไม่ได้ก็จะกลายเป็นอาหารที่ดีของปลาต่างๆอีก   เพราะลูกปลาจะมีขนาดพอๆกับลูกน้ำ   ทำให้ถูกจับกินไปจนหมดอย่างรวดเร็ว

                  ดังนั้นหากต้องการลูกปลาทองก็จำเป็นต้องมีการจัดการการเพาะให้ถูกต้อง   จึงจะได้ลูกปลาจำนวนมากตามต้องการ     การเพาะปลาทองจะทำได้ดี   คือ   ปลาวางไข่ง่าย   ตั้งแต่เดือนเมษายน  ถึง  เดือนกันยายน   โดยดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

6.1 การเตรียมบ่อเพาะ   บ่อที่เหมาะสมสำหรับการเพาะปลาทองควรเป็นบ่อซีเมนต์   มีขนาดประมาณ  1  ตารางเมตร   ขัดล้างให้สะอาดด้วยแปรงและสบู่แล้วฉีดน้ำล้างหลายๆครั้ง   จากนั้นเตรียมน้ำใหม่ที่ระดับประมาณ  20 - 25  เซนติเมตร  นอกจากนั้นยังอาจใช้กะละมังขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 50 เซนติเมตรเป็นบ่อเพาะปลาทองก็ได้

                  ปลาทองหรือปลาเงินปลาทอง   มีชื่อสามัญว่า  Goldfish   เป็นปลาสวยงามน้ำจืดที่นิยมเลี้ยงมานานแล้ว   จัดเป็นปลาที่ติดตลาด   คือเป็นปลาที่มีจำหน่ายในร้านขายปลาสวยงามทุกร้านและสามารถขายได้ราคาดีตลอดปี   โดยทั่วไปจัดว่ามีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน   ซึ่งชาวจีนจะเรียกปลาทองที่ได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติว่า Chi Yu  และเรียกปลาทองที่เลี้ยงอยู่ตามบ้านว่า Chin Chi Yu   ในประเทศญี่ปุ่น   ปลาทองได้รับความนิยมเลี้ยงกันอย่างมาก   และมีการพัฒนาวิธีการเพาะพันธุ์   มีการคัดเลือกปลาที่มีลักษณะเด่นต่างๆมาผสมพันธุ์กัน   ทำให้ได้ปลาทองที่มีลักษณะสวยงามขึ้นมาหลายชนิด   และได้รับความนิยมแพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ
1 ประวัติของปลาทอง           

                ชาวจีนเป็นชาติแรกที่นิยมเลี้ยงปลาทอง  โดยปลาทองสายพันธุ์ดั้งเดิมไม่มีความสวยงาม มากนัก   มีลักษณะทั่วไปคล้ายปลาไน   เพียงแต่ว่ามีสีสันสวยงามและสดกว่าปลาไน   





มีสูตรเลี้ยงปลาทองดีดีมาบอก ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/รู้ก่อนคิดเลี้ยงปลาทอง/

หน้า: [1] 2 3 ... 5