แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 14
1
อาหาร / ทำอาหาร ให้ถูกปากแบบร้านตามสั่ง
« เมื่อ: ธันวาคม 05, 2018, 07:25:41 PM »
ผู้ทำอาหารที่ดีนั้น ต้องทำความรู้จักกับเครื่องปรุงให้ทั่วถึง การเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพ การปรุงรสให้เหมาะกับอาหารแต่ละประเภท การเก็บอาหารให้คงความสด และการจัดตกแต่งให้ดูน่ากิน
หากคุณเป็นคนที่ชอบทำอาหาร และอยากจะพัฒนาการทำอาหารของตัวเอง แต่ยังไม่มีความมั่นใจในฝีมือ กลัวว่า สูตรอาหาร ของเรานั้นจะไม่อร่อยเหมือนกับร้านอาหารตามสั่งที่เคยไปกิน อย่าเป็นกังวลไปเลยค่ะ หมั่นฝึกฝนต่อไป ลองให้สมาชิกในบ้านชิมแล้วฟังคอมเมนท์ เพื่อนำไปปรับเปลี่ยนเทคนิคการทำของตัวเอง นอกจากจะมีเทคนิคในการทำอาหารแล้ว ต้องมีไหวพริบ และเป็นคนช่างสังเกตด้วย ถือเป็นสิ่งสำคัญในการทำอาหารเลยก็ว่าได้ค่ะ

บางคนอาจจะบอกว่า การทำอาหารไม่มี สูตรอาหาร ที่ตายตัวหรอก แต่ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวมากกว่า การทำอาหารให้อร่อยก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ง่ายสำหรับคนทำอาหารไม่เป็น เพียงแค่ต้องใส่ใจในขั้นตอน และรายละเอียดยิบย่อยอีกนิด อาจส่งผลให้อาหารจานนั้นอร่อยก็เป็นได้ การทำอาหารนั้นเหมือนกับศิลปะแขนงหนึ่ง ต้องใช้เวลา และพรสวรรค์ของแต่ละคนด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น หากคุณอยากจะทำอาหารให้อร่อยแบบร้านอาหารตามสั่ง ต้องหมั่นฝึกฝนและมุ่งมั่น เรามีหลักง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

1.รู้จักเครื่องปรุงเป็นอย่างดี

สิ่งนี้สำคัญมากสำหรับผู้ที่อยากทำอาหาร สิ่งที่คุณควรรู้จักอันดับแรกๆ ก็คือ เครื่องปรุง รสชาติของเครื่องปรุงแต่ละชนิดเป็นอย่างไร หรือควรใส่เครื่องปรุงสัดส่วนเท่าใดในแต่ละเมนูอาหาร เช่น การปรุงรสด้วยน้ำตาลชนิดต่างๆ ควรรู้ว่าการทำอาหารชนิดใดควรใส่น้ำตาลทราย หรือน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลสองชนิดนี้มีรสชาติที่แตกต่างกัน พูดง่ายๆ ก็คือ น้ำตาลทรายจะหวานแหลม ส่วนน้ำตาลปี๊บจะให้ความหวานแบบกลมกล่อม

2.เลือกวัตถุดิบให้เป็น

การเลือกวัตถุดิบเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำอาหารค่ะ เพราะถ้าหากเราเลือกวัตถุดิบที่ไม่มีคุณภาพมาทำอาหาร อาจทำให้อาหารจานเด็ดของคุณออกมาไม่น่ากินสักเท่าไร และเพื่อให้อาหารทุกจานได้คุณภาพอย่างที่สุด จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบที่สดใหม่อยู่เสมอ เพราะวัตถุดิบที่สดใหม่จะมีความอร่อยของมันเองอยู่แล้ว เช่น การเลือกซื้อปลา หากเราต้องการปลาที่สดเพื่อนำมาทำอาหารสักหนึ่งเมนู ก็ควรเลือกปลาที่เกล็ดไม่หลุด เหงือกยังแดงสด และตายังใสอยู่ เป็นต้น

3.ชิมให้เก่ง

ก่อนที่คนเราจะทำอาหารเก่งนั้น ต้องหมั่นฝึกฝนด้วยการลงมือทำและชิม ผู้ทำอาหารที่ดีต้องการรับรู้ถึงรสชาติของการปรุงในเมนูต่างๆ รู้ว่าเมนูไหนควรจะมีรสชาติเปรี้ยว หวาน หรือเค็ม จึงจะถือว่าผู้ทำอาหารมีทักษะในการชิมที่ชำนาญแล้ว เพราะอย่างที่บอกแหละค่ะ รสชาติอาหารนั้นมีหลากหลาย และแตกต่างกันไป ฉะนั้น เราควรชิมเพื่อหาจุดเด่นของอาหารจานนั้นให้ได้เสียก่อน

4.เก็บอย่างไร

การเก็บอาหารให้คงความสด เป็นอีกปัจจัยหนึ่งของการทำอาหารเช่นกันค่ะ เพราะนอกจากเราจะได้วัตถุดิบดีแล้ว เราต้องรู้จักวิธีการจัดเก็บวัตถุดิบด้วย เช่น การเก็บผักในตู้เย็น หากเราวางผักไว้ในช่องที่ใช้ความเย็นมากเกินไป อาจทำให้ผักช้ำหรือเหี่ยวได้ และหากนำเอามาใช้ประกอบอาหารอีกครั้งจะทำให้วัตถุดิบนั้นไม่อร่อย

5.สีสัน

หากอาหารที่เราทำมีสีสันน่ารับประทาน ก็จะทำให้เรามีความรู้สึกที่ดีต่ออาหารจานนั้น และช่วยเสริมให้อาหารจานนั้นมีความอร่อยมากขึ้นจริงไหมคะ? เพราะฉะนั้นนอกจากกลิ่นที่หอมของอาหารแล้ว การจัดจานอาหารให้ดูสวยงาม ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยดึงดูดให้อาหารนั้นน่ากินมากขึ้นค่ะ


ผู้ทำอาหารที่ดีนั้น ต้องทำความรู้จักกับเครื่องปรุงให้ทั่วถึง การเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพ การปรุงรสให้เหมาะกับอาหารแต่ละประเภท การเก็บอาหารให้คงความสด และการจัดตกแต่งให้ดูน่ากิน
หากคุณเป็นคนที่ชอบทำอาหาร และอยากจะพัฒนาการทำอาหารของตัวเอง แต่ยังไม่มีความมั่นใจในฝีมือ กลัวว่า สูตรอาหาร ของเรานั้นจะไม่อร่อยเหมือนกับร้านอาหารตามสั่งที่เคยไปกิน อย่าเป็นกังวลไปเลยค่ะ หมั่นฝึกฝนต่อไป ลองให้สมาชิกในบ้านชิมแล้วฟังคอมเมนท์ เพื่อนำไปปรับเปลี่ยนเทคนิคการทำของตัวเอง นอกจากจะมีเทคนิคในการทำอาหารแล้ว ต้องมีไหวพริบ และเป็นคนช่างสังเกตด้วย ถือเป็นสิ่งสำคัญในการทำอาหารเลยก็ว่าได้ค่ะ

บางคนอาจจะบอกว่า การทำอาหารไม่มี สูตรอาหาร ที่ตายตัวหรอก แต่ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวมากกว่า การทำอาหารให้อร่อยก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ง่ายสำหรับคนทำอาหารไม่เป็น เพียงแค่ต้องใส่ใจในขั้นตอน และรายละเอียดยิบย่อยอีกนิด อาจส่งผลให้อาหารจานนั้นอร่อยก็เป็นได้ การทำอาหารนั้นเหมือนกับศิลปะแขนงหนึ่ง ต้องใช้เวลา และพรสวรรค์ของแต่ละคนด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น หากคุณอยากจะทำอาหารให้อร่อยแบบร้านอาหารตามสั่ง ต้องหมั่นฝึกฝนและมุ่งมั่น เรามีหลักง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

1.รู้จักเครื่องปรุงเป็นอย่างดี

สิ่งนี้สำคัญมากสำหรับผู้ที่อยากทำอาหาร สิ่งที่คุณควรรู้จักอันดับแรกๆ ก็คือ เครื่องปรุง รสชาติของเครื่องปรุงแต่ละชนิดเป็นอย่างไร หรือควรใส่เครื่องปรุงสัดส่วนเท่าใดในแต่ละเมนูอาหาร เช่น การปรุงรสด้วยน้ำตาลชนิดต่างๆ ควรรู้ว่าการทำอาหารชนิดใดควรใส่น้ำตาลทราย หรือน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลสองชนิดนี้มีรสชาติที่แตกต่างกัน พูดง่ายๆ ก็คือ น้ำตาลทรายจะหวานแหลม ส่วนน้ำตาลปี๊บจะให้ความหวานแบบกลมกล่อม

2.เลือกวัตถุดิบให้เป็น

การเลือกวัตถุดิบเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำอาหารค่ะ เพราะถ้าหากเราเลือกวัตถุดิบที่ไม่มีคุณภาพมาทำอาหาร อาจทำให้อาหารจานเด็ดของคุณออกมาไม่น่ากินสักเท่าไร และเพื่อให้อาหารทุกจานได้คุณภาพอย่างที่สุด จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบที่สดใหม่อยู่เสมอ เพราะวัตถุดิบที่สดใหม่จะมีความอร่อยของมันเองอยู่แล้ว เช่น การเลือกซื้อปลา หากเราต้องการปลาที่สดเพื่อนำมาทำอาหารสักหนึ่งเมนู ก็ควรเลือกปลาที่เกล็ดไม่หลุด เหงือกยังแดงสด และตายังใสอยู่ เป็นต้น

3.ชิมให้เก่ง

ก่อนที่คนเราจะทำอาหารเก่งนั้น ต้องหมั่นฝึกฝนด้วยการลงมือทำและชิม ผู้ทำอาหารที่ดีต้องการรับรู้ถึงรสชาติของการปรุงในเมนูต่างๆ รู้ว่าเมนูไหนควรจะมีรสชาติเปรี้ยว หวาน หรือเค็ม จึงจะถือว่าผู้ทำอาหารมีทักษะในการชิมที่ชำนาญแล้ว เพราะอย่างที่บอกแหละค่ะ รสชาติอาหารนั้นมีหลากหลาย และแตกต่างกันไป ฉะนั้น เราควรชิมเพื่อหาจุดเด่นของอาหารจานนั้นให้ได้เสียก่อน

4.เก็บอย่างไร

การเก็บอาหารให้คงความสด เป็นอีกปัจจัยหนึ่งของการทำอาหารเช่นกันค่ะ เพราะนอกจากเราจะได้วัตถุดิบดีแล้ว เราต้องรู้จักวิธีการจัดเก็บวัตถุดิบด้วย เช่น การเก็บผักในตู้เย็น หากเราวางผักไว้ในช่องที่ใช้ความเย็นมากเกินไป อาจทำให้ผักช้ำหรือเหี่ยวได้ และหากนำเอามาใช้ประกอบอาหารอีกครั้งจะทำให้วัตถุดิบนั้นไม่อร่อย

5.สีสัน

หากอาหารที่เราทำมีสีสันน่ารับประทาน ก็จะทำให้เรามีความรู้สึกที่ดีต่ออาหารจานนั้น และช่วยเสริมให้อาหารจานนั้นมีความอร่อยมากขึ้นจริงไหมคะ? เพราะฉะนั้นนอกจากกลิ่นที่หอมของอาหารแล้ว การจัดจานอาหารให้ดูสวยงาม ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยดึงดูดให้อาหารนั้นน่ากินมากขึ้นค่ะ


ทำอาหาร ให้ถูกปากแบบร้านตามสั่ง ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/ทำอาหาร/

2
จอ AOC เป็นอีกค่ายหนึ่งที่เราคุ้นเคยกันดีกับผลิตภัณฑ์จอมอนิเตอร์หลายรุ่นในบ้านเรา เอาใจคอเกมคอเกมกันอีกรอบ ด้วย G1 series ที่เป็นจอสำหรับเกเมอร์ ซึ่งพร้อมลงตลาดให้ได้ช้อปกันแล้ว สำหรับโมเดลใหม่นี้ จะมาพร้อมอันตรารีเฟรชเรต 144Hz สำหรับการรีด FPS ของเกมออกมาให้สุดๆ โดยมีจอรุ่นเล็กสุด 24″ ในรุ่น C24G1 และตามมาด้วย 27″ C27G1 รวมถึงรุุ่นใหญ่ 32″ ที่ประกอบด้วย C32G1 และ CQ32G1 ที่รองรับความละเอียดระดับ QHD ส่วนรุ่นอื่นๆ จะแสดงผลที่ Full-HD เท่านั้น


เช่นเดียวกับเกมมิ่งมอนิเตอร์ในท้องตลาดเวลานี้ จอรุ่นใหม่จาก AOC ทำเป็นแบบจอโค้ง (Curved panel) ตั้งแต่จอรุ่นเล็กสุด 24″ ที่มีอัตราความโค้ง 1500R และนอกจากอัตรา Refresh rate ที่สูงแล้ว มอนิเตอร์เหล่านี้ยังสนับสนุน AMD RADEON FreeSync และมีค่าอัตราตอบสนอง MPRT อยู่ที่ 1ms เท่านั้นเอง

จุดที่น่าสนใจก็คือ AOC ออกแบบให้มอนิเตอร์รุ่นใหม่นี้ตอบโจทย์เกมเมอร์ที่ชอบการใช้งานแบบมัลติมอนิเตอร์ ด้วยการทำขอบของจอให้บางเฉียบใน G1 series นี้ เพื่อให้มีรอยต่อระหว่างจอให้น้อยที่สุดและทำให้ติดตั้งง่ายขึ้นอีกด้วย และที่สำคัญจอมอนิเตอร์จาก AOC ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี AOC FlickerFree และ Low blue light มาอีกด้วย เพื่อให้เกมเมอร์สามารถเล่นเกมได้ยาวนานขึ้น และถนอมสายตา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการเล่นเกมเป็นเวลานานๆ

สนนราคาของ AOC G1 series

C24G1 เริ่มที่ 229.99USD ประมาณ 7,600 บาท
C26G1 เริ่มที่ 279.99USD ประมาณ 9,200 บาท



อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ Monitor-AOC ออกจอโค้ง G1 series 144Hz เปิดแค่เจ็ดพันกว่าบาท ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/อุปกรณ์คอมพิวเตอร์/

3
มดเป็นสัตว์ที่ขยันหาอาหาร และตั้งใจสร้างรังเป็นอย่างมาก มองดูแล้วก็น่ารักดีใช่ไหมคะ น่าเอาความขยันเป็นเยี่ยงอย่าง แต่ถ้าตัดเรื่องพวกนี้ออกไป มันก็สร้างความรังควานใจให้เราไม่ใช่น้อย หรือจะเรียกมดเจ้ากรรมนายเวรก็ได้ เพราะมันทั้งไต่อาหาร เดินเป็นขบวนมาขึ้นถังขยะ เผลอหน่อยก็แอบเดินมากัดเราอีก ถ้าใครทนกับปัญหาแบบนี้ไม่ไหวแล้วล่ะก็ มาดูวิธีกำจัดมดสุดเจ๋งกันค่ะ

1.ทำความสะอาดครัวอยู่เสมอ แหม….เรื่องนี้ไม่ต้องบอกทุกคนก็คงทราบกันดีอยู่แล้ว เพราะเวลาทำอาหาร หรือกินอาหารเสร็จ มักมีเศษอาหารที่ร่วงหล่นทำให้เกิดคราบเหนียวๆ ติดอยู่ในครัว เมื่อมดได้กลิ่นอาหารก็จะแห่กันออกมาเต็มไปหมด ฉะนั้น หลังทำอาหารเสร็จ ควรใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทันที หากไม่มีอาหารให้มดกินภายใน 3-7 วัน พวกมันจะอพยพไปอยู่ที่อื่นแทนจ้า

2.น้ำส้มสายชูผสมน้ำเปล่า รู้ไหมคะว่ามดเกลียดน้ำส้มสายชูเป็นที่สุด! เพียงแค่ผสมน้ำส้มสายชูเข้ากับน้ำเปล่าในปริมาณที่เท่ากัน นำใส่ในขวดสเปรย์แล้วฉีดพ่นลงไปบริเวณที่เจ้ามดน้อยใช้สัญจรไปมาเป็นประจำ เช่น ประตู ขอบหน้าต่าง หรือตามพื้น แนะนำให้ฉีดตอนมดยังไม่เดินมา เราจะได้ไม่ไปทำร้ายมันค่ะ

3.แป้งเด็ก ใครจะไปเชื่อว่าแป้งเด็กที่ดูน่ารักมุ้งมิ้ง ดันเป็นสิ่งที่มดเกลียดไม่แพ้น้ำส้มสายชูและน้ำมะนาว เพราะนอกจากจะกลบกลิ่นที่มดใช้สื่อสารกันแล้ว ยังสามารถอุดรูหายใจของมดได้อีกด้วย! ให้โรยดักไว้ตามทางที่มดสัญจรเป็นประจำ หากรังมดมีขนาดเล็ก เจอแป้งเข้าไปเพียงครั้งเดียวคงย้ายถิ่นหนี แต่หากเป็นรังขนาดใหญ่ อาจต้องตามไปโรยดักไว้หลายๆ ทาง ทำสัก 2-3 ครั้ง มดจะขยาดและย้ายรังหนีออกจากบ้านไปอย่างไม่มีวันหวนกลับมาอีกแน่นอน

4.สารส้ม ประโยชน์ของมันมีมากกว่ากำจัดกลิ่นรักแร้นะคะ เพียงบดสารส้มให้แหลกเป็นผงแล้วนำไปผสมน้ำร้อน ราดลงบริเวณที่มดชอบเดิน หรือรังของมันโดยตรง เท่านี้ มดก็ไม่กล้ากลับมาเดินเล่น ทำรัง ให้กวนใจอีกต่อไป

กำจัดมด5.เปลือกไข่เผาไฟ เปลือกไข่มาเผาไฟมีกลิ่นที่รุนแรงมาก แนะนำให้เผาแค่มีกลิ่นเหม็นไหม้พอนะคะ แล้วเอามาบดให้เป็นผง จากนั้นนำมาโรยไว้ตามทางเดินของมด หรือรังมดเลยก็ได้ มดจะทนกลิ่นไม่ไหวจนต้องรีบเก็บข้าวของย้ายรังหนีไปเลยค่ะ

6.น้ำยาล้างจานหรือน้ำสบู่ นำน้ำยาล้างจานหรือน้ำสบู่มาใส่ขวดสเปรย์ ฉีดพ่นบริเวณตามทางเดินของมดและบริเวณที่มีมดเยอะๆ จะช่วยกำจัดมดได้เกลี้ยง ไม่กลับมาหากินแถวนั้นอีกนานเลยล่ะ

7.เก็บอาหารให้มิดชิด เป็นอีกหนึ่งวิธีช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ นั่นคือ การเก็บอาหารลงบรรจุภัณฑ์ให้มิดชิด โดยเฉพาะน้ำตาล น้ำผึ้ง น้ำเชื่อม รวมถึงอาหารอื่นๆ ที่มดชอบกิน และอย่าลืมทำความสะอาดคราบที่ไหลติดบริเวณขวดหรือข้างกระป๋อง ควรกำจัดคราบตามโต๊ะไม่ให้มีกลิ่นคาว-หวานติดอยู่ เพราะเป็นสิ่งเรียกมดได้อย่างดี



กำจัดมดใน บ้าน ง่าย ๆด้วยสิ่งของใกล้ตัว ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/บ้าน/

4
เมื่อสุนัขได้กลิ่นหอม ๆ ของอาหารจากห้องครัวทีไรเป็นต้องวิ่งเข้าหาทุกครั้ง และเชื่อว่าเจ้าของทุกคน หากได้หันไปเห็นดวงตากลม ๆ ส่งสัญญาณอ้อนวอนมาเมื่อไหร่ ย่อมต้องใจอ่อน ยอมแบ่งอาหารให้ตลอด โดยไม่รู้เลยว่า ตัวเองกำลังทำร้ายสุนัขทางอ้อม เพราะอาหารบางชนิดถึงแม้จะมีประโยชน์กับคน แต่อาจทำให้เกิดโทษกับสุนัขได้

1. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เชื่อว่าหลายคนคงนึกสนุกที่รินเครื่องดื่มซึ่งมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ให้สุนัขดื่ม เพราะความอยากรู้อยากเห็นหรือความสนุกสนานของตัวเอง แต่หารู้ไม่ว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถทำให้สุนัขช็อก และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

2. อาหารเด็ก

จริงอยู่ที่อาหารเด็กละเอียดกินง่าย และน่าจะช่วยให้ขับถ่ายสะดวก แต่อย่าลืมว่าในอาหารเด็กบางยี่ห้อมีผงหัวหอมผสมอยู่ หากส่วนผสมดังกล่าวเข้าสู่ร่างกายสุนัข ก็อาจทำให้สุนัขตัวดังกล่าว เกิดอาการอ่อนเพลีย เซื่องซึม และหัวใจเต้นเร็ว เพราะเซลล์เม็ดเลือดแดงถูกทำลาย

3. อาหารแมว

สำหรับคนที่เลี้ยงแมวกับสุนัขไว้ด้วยกัน ควรจะแบ่งแยกประเภทอาหารระหว่างสัตว์เลี้ยง ทั้ง 2 ชนิด ให้ชัดเจน เพราะอาหารแมวมีปริมาณของโปรตีนและไขมันมากกว่าที่ร่างกายของสุนัขต้องการ

4. ช็อกโกแลต

เนื่องจากในช็อกโกแลตมีสารที่เรียกว่า Theobromine หากสุนัขกินเข้าไปก็จะส่งผลให้สุนัขมีอาการกล้ามเนื้อเกร็ง หัวใจเต้นแรง ถ่ายบ่อย และอาจมีอาการหัวใจวาย ที่มีอาการคล้าย ๆ กับการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน อย่างเช่น ชา และกาแฟ เป็นต้น

5. องุ่นหรือลูกเกด

สำหรับอาหารว่างที่แสนอร่อยของใครหลายคนชนิดนี้ อย่าเผลอหยิบยื่นให้กับสุนัขเป็นอันขาด เพราะเป็นอันตรายกับไตอย่างมาก และแม้จะเป็นเนื้อองุ่นเพียงนิดเดียว ก็สามารถทำให้เกิดอาหารไตวายเฉียบพลันได้

6. ถั่วแม็คคาเดเมีย

จริงอยู่ที่ถั่วแม็คคาเดเมียมีประโยชน์กับร่างกายของคุณ แต่สำหรับสุนัขแล้ว ถั่วดังกล่าวกลับให้โทษมหันต์ เพราะนอกจากจะทำลายระบบย่อยอาหารกับระบบประสาท สารในถั่วยังลดประสิทธิภาพในการทำงานกล้ามเนื้อด้วย

7. วิตามินบำรุงร่างกาย

ถึงแม้จะได้ชื่อว่า วิตามินบำรุงร่างกาย แต่หากไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า เป็นวิตามินสำหรับสุนัข ก็ไม่ควรให้กินโดยเด็ดขาด เพราะวิตามินเหล่านั้น อาจกลายเป็นสารพิษทำลายระบบย่อยอาหาร ตับ และไต แทน


อาหารอันตราย 20 ชนิด ที่ไม่ควรให้สุนัขกินรวมกับ อาหารหมา โดยเด็ดขาด ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/อาหารหมา/

5
โบท็อกซ์ Botox ลดกราม ปรับรูปหน้า ได้จริงหรือ
เกี่ยวกับการฉีด โบท็อกซ์ Botox เพื่อลดกราม ทำให้หน้าเรียว เหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้า เพราะการทำให้ใบหน้าเรียว กระชับเป็นวีเชฟ แพทย์จะเป็นผู้ตรวจสภาพผิวของลูกค้าก่อนฉีดโบท็อกซ์ Botox คุณจึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย หลังฉีด Botox แล้ว เวลาผ่านไปประมาณ 4-7 วัน ริ้วรอยต่างๆ ก็จะเลือนหาย ผิวเรียบตึงดูอ่อนเยาว์ และกรามที่เคยเป็นเหลี่ยมก็จะเข้าที่และหน้าดูเรียวเพรียวปิ๊งเวอร์

การฉีดโบท็อกซ์ Botox ลดกรามได้อย่างไร
ซึ่งการฉีดโบท็อกซ์ Botox นอกจากจะทำให้หน้าเรียบ เนียน กระชับแล้ว ยังสามารถลดกราม ทำให้หน้าเรียวและปรับรูปหน้า ทั้งโหนกแก้ม กราม จัดการออกมาให้ดูดีดูสวยได้หมด เพราะสารบริสุทธิ์โบท็อกซ์ Botox ว่าสามารถยับยั้งการหดตัวของกล้ามเนื้อได้ โดยไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรงใดๆ จึงสามารถลบริ้วรอยที่มีและป้องกันการเกิดรอยลึกในอนาคตได้เป็นอย่างดี ซึ่งยังมีการนำมาแก้ไขในเรื่องการปรับสภาพรูปหน้า สำหรับคนที่มีปัญหาโหนกใหญ่และกรามเหลี่ยม ทีมแพทย์จะเลือกจุดในการฉีดโบท็อกซ์ Botox เพื่อทำการปรับรูปหน้า โหนกแก้ม และกรามเพื่อให้ออกมาเรียวสวยได้รูป ซึ่งจะต้องกำหนดแต่ละจุดเพื่อให้ รูปหน้าออกมาบลานซ์กันโดยอาจจะเลือกฉีดโบท็อกซ์ Botox เพื่อเติมเต็มสิ่งที่หายไป แล้วฉีดอีกจุดเพื่อให้มันเรียวให้ได้รูปและกระชับที่สุด

ฉีดโบท็อกซ์ Botox เพื่อ ?
โดยพื้นฐานแล้ว แพทย์จะทำการฉีดสารโบท็อกซ์เพื่อทำให้หน้าเรียวลงบนใบหน้าข้างละประมาณ 5 จุด โดยมีหลักการฉีดเพื่อทำให้หน้าเรียวอยู่ 2 ประเภท

การฉีดสารโบท็อกซ์ เพื่อลดกล้ามเนื้อที่กราม แพทย์จะทำการฉีดสารโบท็อกซ์เข้าที่บริเวณกราม เพื่อลดกล้ามเนื้อให้มีขนาดเล็กลง รูปหน้าจึงสามารถเรียวมากขึ้นตามไปด้วย

การฉีดสารโบท็อกซ์ เพื่อยกแก้ม เป็นการช่วยทำให้กล้ามเนื้อที่ทำการดึงแก้มอยู่นั้นทำงานน้อยลง โดยทำการฉีดสารโบท็อกซ์ที่ขากรรไกร ทำให้ใบหน้าดูเล็กเรียวมากขึ้น

คุณสมบัติของโบท็อกซ์ Botox (Premium)
ซึ่งนอกจากการฉีดโบท็อกซ์ Botox จะสามารถทำให้หน้าเรียวกระชับ และปรับรูปหน้าให้เข้าที่ทั้งลดกราม ลดโหนกแก้มแล้ว ยังสามารถลดขนาดของน่องให้เล็กลงได้ และ สามารถยกกระชับทรวงอก ด้วยการฉีดสารอัจฉริยะจากธรรมชาติที่พิสูจน์แล้วว่าปลอดภัย ซึ่งจะช่วยยับยั้งการทำงานที่มากเกินไปของกล้ามเนื้ออันเป็นสาเหตุของอาการบกพร่องต่างๆ และยังลดริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นผลรวดเร็วและอยู่ได้นานหลายเดือน

ขั้นตอนการฉีด โบท็อกซ์ Botox
การฉีดสารโบท็อกซ์ Botox ใช้เวลาเพียง 5-10 นาที โดยแพทย์จะใช้ยาชา ก่อนการใช้เข็มที่มีขนาดเล็กที่สุด และสารโบท็อกซ์ Botox Premium ปริมาณเพียงเล็กน้อย ในขณะฉีดคุณสาวๆอาจจะรู้สึกเจ็บนิดหน่อยคล้ายกับกำลังถูกมดกัด เมื่อฉีดเสร็จแล้วสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ โดยที่ไม่ต้องทำการพักฟื้นแต่อย่างใด

สารโบท็อกซ์ Botox ออกฤทธิ์เร็วแค่ไหน
สารโบท็อกซ์ Botox จะเริ่มออกฤทธิ์หลังจากที่ฉีดไปแล้วประมาณ 2-3 วัน และเริ่มเห็นผลผ่านใน 7-14 วัน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล รวมไปถึงขนาดของยาที่ฉีดเข้าไปและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อด้วย

ต้องฉีดบ่อยแค่ไหน
สารโบท็อกซ์ Botox สามารถคงอยู่ออกฤทธิ์ต่อได้ประมาณ 6-8 เดือน เมื่อหมดฤทธิ์แล้ว สามารถทำการฉีดซ้ำได้อีก แต่ไม่ควรทิ้งช่วงห่างหลังจากสารหมดฤทธิ์แล้วนานเกิน 6 เดือน การวิจัยพบว่า ถ้าหากฉีดสารโบท็อกซ์ Botox เพื่อช่วยในการยุบกรามให้เล็กลงติดต่อกัน 3 ครั้งขึ้นไป จะมีโอกาสทำให้กรามเล็กลง



โบท็อกหน้าเรียว ปรับรูปหน้าให้กระชับเรียวสวยหล่อด้วย Botox คุณภาพ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/

6
การทำความสะอาดสแตนเลสอย่างง่าย ๆ เมื่อใช้อุปกรณ์ เครื่องใช้เฟอร์นิเจอร์ หรือสิ่งของใด ๆ ก็ตามมักจะเกิดรอยคราบ รอยสกปรกติดอยู่ สเตนเลสก็เหมือนวัสดุทั่วไปที่เมื่อนำมาใช้จะเกิดคราบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคราบอาหาร คราบนิ้วมือ คราบตกค้างจากสารทำความสะอาด หรือการใช้สเตนเลสในสภาพอากาศที่แตกต่างกัน เช่น แถบพื้นที่ชายฝั่งทะเล สิ่งเหล่านี้ย่อมก่อให้เกิดคราบสกปรก ความหม่นของผิว หรือการกัดกร่อน ดังนั้นการจะทำความสะอาดสเตนเลส ก่อนอื่นสิ่งที่เราควรคำนึงถึง

สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนทำความสะอาดสแตนเลส
1. ต้นเหตุของการเกิดคราบหรือรอยสปรก
2. อุปกรณ์ทำความสะอาด
3. สารทำความสะอาด
4. สภาพแวดล้อม

เทคนิคการทำความสะอาดสแตนเลส ในกรณีต่างๆ
สแตนเลสมีรอยเปื้อนที่เกิดจากฝุ่นผง ดิน รอยนิ้วมือ
เพียงแค่ใช้ฟองน้ำชุบน้ำอุ่น หรือผงซักฟอก หรือสบู่ละลายกับน้ำอุ่น เช็ดบริเวณรอยเปื้อนแล้วเช็ดให้แห้งด้วยผ้าขนหนูหรือผ้าธรรมดาหากคราบสกปรกยังติดอยู่ อาจใช้น้ำอุ่นผสมสารละลาย เช่น แอลกอฮอลล์ หรือ อาเซโตน ล้างออกด้วยน้ำเย็น และเช็ดให้แห้ง

สแตนเลสมีรอยนิ้วมือที่ติดมานาน
ก่อนทำความสะอาดควรสวมถุงมือ เพราะต้องใช้โซดาไฟและถูด้วยแผ่นยางเบา ๆ แล้วใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดหลังจากนั้นล้างด้วยน้ำอุ่น ทางที่ดีควรเช็ดให้แห้งด้วย

สแตนเลสเลอะคราบชาและกาแฟ
หากใช้ถ้วยสเตนเลส หรือบางบ้านใช้หม้อสเตนเลสต้มชา หรือแม้กระทั่งหม้อต้มกาแฟสเตนเลส เมื่อใช้ไปนาน ๆ แล้วไม่ทำความสะอาดให้ดี อาจเกิดรอยคราบของชาหรือกาแฟ ขอแนะนำให้ล้างภาชนะหรือหม้อต้มด้วยโซดาไบคาร์บอเนตกับน้ำ แล้วล้างออกอีกครั้งด้วยน้ำสบู่ จากนั้นล้างให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น ขั้นตอนสุดท้ายก็เช็ดให้แห้ง

รวมเทคนิควิธีทำความสะอาด เครื่องครัว สแตนเลสอย่างง่าย ๆ  ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.plawharn.com/

7
สำหรับผู้อุปโภคทางด้านอุปกรณ์การใช้งานเกี่ยวกับการทำความสะอาด ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดภายในห้องน้ำ หรือว่าพื้นผิวตามห้องครัว และพื้นบ้านที่มีการใช้งานอยู่ตลอดเวลา เพราะคงจะมีสิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นั้นก็คือภาพและริ้วรอยสกปรกต่าง ๆ ที่ติดมาจากการใช้งาน และวิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นก็ขึ้นอยู่กับวิธีการทำความสะอาด

แต่สิ่งสำคัญในการทำความสะอาดและหัวใจหลักนั้นก็คือ น้ำยาทำความสะอาดพื้นผิวต่างๆที่ถูกต้อง และสามารถใช้งานทำความสะอาดได้อย่างหมดจด สำหรับบทความนี้ซึ่งเราจะมาบอกเล่าถึงวิธีการทำความสะอาดที่สามารถทำตามได้ที่บ้านของคุณเอง

วิธีการทำความสะอาดกระจก ด้วยน้ำยาทำความสะอาดและเช็ดกระจกอย่างถูกวิธี
กระจกที่หมองคล้ำ และมีรอยคราบฝุ่นละอองต่าง ๆติดอยู่ตามบริเวณบานกระจก เป็นสิ่งที่ทำความสะอาดได้โดยการใช้น้ำยาทำความสะอาดและเช็ดกระจก ทำความสะอาดตามบริเวณต่างๆ แนวใช้หนังสือพิมพ์ในการเช็คแบบขัดให้เงางามก็จะทำให้กระจกของเรานั้นกลับมาสะอาดเหมือนใหม่ได้ง่ายกว่าวิธีอื่น

วิธีการทำความสะอาดพื้นบ้านด้วยน้ำยาทำความสะอาดพื้นผิวบ้านแบบประหยัด
พื้นผิวบ้านที่สกปรกมีฝุ่นละออง ควรจะทำสะอาดเดี๋ยวก่อนหนึ่งครั้งด้วยการถูด้วยน้ำสะอาด ก่อนที่จะใช้การถูพื้นบ้านด้วยน้ำยาทำความสะอาดพื้น แล้วควรเปิดประตูหน้าต่างทุกบานเพื่อให้พื้นบ้านนั้นแห้งอย่างรวดเร็วและไม่ควรใช้งานทันที เพราะว่าจะทำให้พื้นบ้านเป็นริ้วรอยสกปรกไม่น่ามอง และควรทิ้งไว้สักครู่พื้นบ้านของคุณก็จะสะอาดเหมือนใหม่

วิธีการทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ด้วยน้ำยาทำความสะอาดเครื่องเรือน
การทำความสะอาดเครื่องเรือนเครื่องใช้ต่าง ๆภายในบ้านนั้น ส่วนใหญ่คุณพ่อบ้านคุณแม่บ้านก็คงจะเข้าใจกันดีว่า เฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นมีพื้นผิวและวัสดุในการออกแบบและใช้งานแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นแล้วควรจะใช้น้ำยาทำความสะอาดเครื่องเรือน ที่มีส่วนผสมของสารเคมีให้น้อยที่สุด และพึ่งพาครับทำความสะอาดตามปกติ

วงส่วนใหญ่ก็จะทำให้เฟอร์นิเจอร์และเครื่องเรือนของเรานั้น สวยใสๆอยู่กับเราได้อย่างยาวนาน โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์เครื่องหนัง ควรจะใช้วิธีการเช็ดด้วยผลิตภัณฑ์ถนอมเครื่องหนังทุกครั้งหลังจากการทำความสะอาด เพื่อความสวยงามและไม่ให้เครื่องเรือนเฟอร์นิเจอร์ของเราเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร




วิธีการเลือก น้ำยาทำความสะอาด สำหรับบ้านเรือนและที่อยู่อาศัย ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/น้ำยาทำความสะอาด/

8
อื่นๆ / ร้านโคโยตี้ สาวสวยในกรุงเทพฯ
« เมื่อ: ธันวาคม 02, 2018, 01:03:42 AM »
วันนี้ ขอมาเอาใจคุณหนุ่ม ๆ กันบ้าง เพราะเราจะพาไปเที่ยวไนท์คลับยามราตรี ที่มีทั้งเพลงฟังที่สำคัญแต่ละร้านมีแต่สาวสวย เห็นแล้วต้องบอกว่า WoW น่ารักอ่ะ … หนุ่มๆ คนไหนที่กำลังเหงาอยู่ห้ามพลาด ว่าแล้วก็ลองตามไปดูกันเลยว่ามีร้านไหนโดนใจบ้าง

เพ้อ ยินดีต้อนรับคุณด้วยสาวสวยสุดน่ารักที่พร้อมมาบริการคุณด้วยความอบอุ่น เป็นกันเอง ในบรรยากาศร้านสไตล์ Retro Cozy ที่เหมาะสำหรับนั่งชิลล์ๆ ก็ดี จะนั่งถ่ายรูปก็เก๋ แถมอาหารเครื่องดื่มก็ยังราคาไม่แพง สบายกระเป๋าจนไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมน่ารักๆ กับมุมแต่งตัวของสาวๆ แสนซนทั้งหลาย

ไม้โทผับแอนด์เรสเตอรองท์ สถานที่สำหรับคนรักแสงสี ที่กว้างขวางสะดวกสบาย บรรยากาศในร้านจะมีการแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่ ชั้นล่าง ที่ประกอบไปด้วย เคาน์เตอร์บาร์ โต๊ะพูล เวทีขนาดใหญ่ และโคโยตี้สาวสวย ซึ่งเรียกได้ว่าหากใครต้องการให้ค่ำคืนนี้เป็นคืนแห่งความสนุกสนาน ความมันแบบไร้ขีดจำกัดก็เชิญได้เลย

The Resort Club คลับสุดหรูที่จะทำให้คุณสุภาพบุรุษได้ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศที่รายล้อมด้วยบรรดาสาวๆ มากมาย พร้อมโชว์อันน่าตื่นตาตื่นใจจากศิลปินชื่อดังต่างๆ ที่มาสร้างความสนุกสนานเฮฮาร่วมกับลีลาสุดมัน ของโคโยตี้สาวสวยเซ็กซี่สุดอลังการ

ไม้เอก นารีเริงระบำ ชื่อนี้คุ้นหูสำหรับนักท่องราตรีจนเรียกได้ว่า ไม่ว่าใครก็ต้องรู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี กับบริการสบายๆ แบบเป็นกันเองพร้อมสาวๆ วัยใส สุดน่ารักและเซ็กซี่ ที่คัดสรรมาอย่างดีเพื่อเริงระบำให้สมกับชื่อร้าน บัดนี้ร้านไม้เอกได้เปิดบริการในสถานที่ใหม่ โฉมใหม่ในสไตล์ไลท์ ฮอลล์ บนถนนเกษตร-นวมินทร์



ร้านโคโยตี้ สาวสวยในกรุงเทพฯ ดูเพิ่มเติมได้ที่น่ี่ http://tomorrowland.club/โคโยตี้/

9
ทุกวันนี้บริการรถรับจ้างกำลังเป็นความนิยมแพร่หลายการเป็นอย่างมาก ในการบริการรถรับจ้างเพราะว่ามีความสะดวกในการใช้บริการ

โดยเฉพาะจังหวัดมุกดาหารที่มีบริการ รถรับจ้างขนของมุกดาหาร กันอยู่บ่อยๆ แต่จะบริการดีแค่ไหนหากคุณได้รู้จักกับ รถรับจ้างขนของมุกดาหาร ที่ให้บริการที่ดีและราคาถูกที่สุด และหนึ่งในนั้นก็คือบริการ รับจ้างขนของ ของเราในมุกดาหารที่เปิดให้บริการกว่า 10 ปี และยังได้รับการยอมรับจากลูกค้าเป็นส่วนใหญ่อีกด้วย ซึ่งเราก็มีบริการอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็น รถกระบะรับจ้างขนของมุกดาหาร รถ 6 ล้อรับจ้างขนของมุกดาหาร รถขนส่งสินค้า รถสิบล้อรับจ้างขนของมุกดาหาร รถเฮี๊ยบรับจ้างมุกดาหาร รถเครนรับจ้างมุกดาหาร รถเทรลเลอร์รับจ้างมุกดาหาร รถรับจ้างย้ายบ้านมุกดาหาร และอีกมากมายหลายประเภทเลยทีเดียว โดยเราเป็นเจ้าแรกที่ให้บริการรับจ้างด้วยราคาที่ถูกที่สุดในจังหวัดมุกดาหาร อีกทั้งยังมีราคาพิเศษสำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้บริการ ในช่วงรถเที่ยวกลับของเราอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นงานขนย้ายบ้าน ย้ายของ หรือขนส่งสินค้าจะเป็นขนย้ายสำนักงาน อุปกรณ์การเกษตรท่านก็สามารถใช้สิทธิ์กับรถเท่ากับราคาถูกของเราได้เลยโดยไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้นอย่างแน่นอนค่ะ

จุดบริการรถรับจ้างมุกดาหารและจุดบริการต่างๆในจังหวัด

รถรับจ้างอำเภอเมืองมุกดาหาร

รถรับจ้างอำเภอเมืองดงหลวง

รถรับจ้างอำเภอเมืองดอนตาล

รถรับจ้างขนของอำเภอนิคมคำสร้อย

รถรับจ้างขนของอำเภอหนองสูง

รถรับจ้างอำเภอหว้านใหญ่

ส่วนใครที่ต้องการใช้บริการ รถหกล้อรับจ้างมุกดาหาร รถขนส่งสินค้า รถสิบล้อรับจ้าง รถ 4 ล้อรับจ้าง รถเทรลเลอร์รับจ้าง รถเฮี๊ยบรับจ้าง รถกระบะรับจ้าง หรือรถรับจ้างทั่วไป ก็สามารถติดต่อกับเราได้เลยตลอด 24 ชั่วโมง


รถรับจ้างขนของมุกดาหาร รับจ้างขนของ รถกระบะรับจ้าง หกล้อรับจ้าง ย้ายบ้าน อื่นๆ ดูเพิ่มเติมได้ทีน่ี่ https://www.rodchao.info/รถกระบะรับจ้าง/

10
HTC เปิดตัว HTC U12 life มือถือระดับกลางรุ่นใหม่ มาพร้อมหน้าจอ 6 นิ้ว อัตราส่วน 18:9 กล้องหลังคู่ ดีไซน์สวยแบบลวดลายทูโทน ไม่มีปุ่มโฮม มีสแกนลายนิ้วมือด้านหลัง


          เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2561 ก่อนงาน IFA 2018 จะเริ่มต้นขึ้น HTC ประกาศเปิดตัว HTC U12 life มือถือระดับกลางซีรีส์ U รุ่นใหม่ มาพร้อมหน้าจอ 6 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ อัตราส่วน 18:9, ซีพียู Snapdragon 636, แรม 4GB, หน่วยความจำ 64GB, รองรับ microSD, กล้องหลังคู่ 16 + 5 ล้านพิกเซล, กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล พร้อม LED flash, บอดี้ตัวเครื่องผิวเคลือบคู่แบบอะครีลิกที่มีลวดลายคล้ายโลหะ สามารถทนต่อรอยขีดข่วน และดูสวยงามแปลกตา ส่วนแบตเตอรี่รุ่นนี้มีความจุ 3,600mAh


สเปกเบื้องต้นของ HTC U12 life

          - หน้าจอ 6 นิ้ว IPS ความละเอียด Full HD+ (2,160 x 1,080 พิกเซล), อัตราส่วน 18:9
          - ซีพียู Snapdragon 636 Octa-Core 1.8GHz, จีพียู Adreno 509
          - แรม 4GB LPDDR4x
          - หน่วยความจำ 64GB (UFS2.1), รองรับ microSD
          - รัน Android 8.1 (Oreo) ครอบทับด้วย HTC Sense
          - รองรับ 2 ซิม
          - กล้องหลังคู่ 16 +5 ล้านพิกเซล, f/2.0, Dual LED flash
          - กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล, LED flash, f/2.0
          - มีสแกนลายนิ้วมือ
          - ขนาดตัวเครื่อง 158.5 x 75.4 x 8.3 มม., น้ำหนัก 175 กรัม
          - ตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีน้ำเงินและสีม่วง
          - รองรับ Dual 4G VoLTE, Wi-Fi 802.11ac (2.4 / 5GHz) MIMO, Bluetooth 5, GPS + GLONASS, NFC, USB Type-C
          - แบตเตอรี่ 3,600mAh (5V/2A)



เปิดตัว HTC U12 life มือถือระดับกลาง กล้อง หลังคู่ ดีไซน์สวย ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/category/it/

11
ไม่ว่าจะเลือกเสื้อผ้าให้เข้าชุดกันก็ง่าย การเป็นจุดดึงดูดความสนใจต่อเพศตรงข้าม รวมถึงการสร้างความประทับใจแรกพบต่อการสมัครงานด้วย ทั้งที่แดดบ้านเราก็พร้อมจะแผดเผาให้ผิวไหม้เกรียมได้ตลอดเวลา แต่การดูแลผิวให้ขาวใสนั้นไม่ยากเลยค่ะ ด้วยวิธีที่เป็นธรรมชาติและสามารถปฏิบัติได้ทุกวัน

หลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุด

การสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกาย กางร่มกันแดด หรือการเดินหลบแสงแดดตามใต้อาคาร ต่างก็เป็นตัวเลือกที่ดีทุกวิธีค่ะ เนื่องจากรังสียูวีเป็นตัวการสำคัญที่ทำร้ายผิวเราได้รุนแรงที่สุด โดยเฉพาะในช่วงเวลาตั้งแต่ 10.00 – 15.00 น. ของบ้านเรานั้น มีค่ารังสียูวีสูงที่สุดหากเปรียบเทียบกับช่วงเวลาอื่น ดังนั้นจึงควรหาวิธีหลีกเลี่ยงที่จะรับแสงแดดโดยตรง

หลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุด

ใช้ครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน

ในเมื่อบ้านเราเป็นเมืองร้อนและยากที่จะหลบเลี่ยงแล้ว ครีมกันแดดเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันรังสียูวีมาทำลายผิวเราให้คล้ำเสีย ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป ค่า PA+++ และมีส่วนผสมของสารกันแดดที่เสถียรพอสมควรด้วย ครีมกันแดดนั้นถึงจะมีประสิทธิภาพป้องกันแสงแดดได้เป็นอย่างดี เช่น สารไททาเนียมไดออกไซด์ ซิงค์ออกไซด์ โดยทาซ้ำทุกชั่วโมงเมื่ออยู่ในที่ที่มีแดดจัดหรือว่ามีเหงื่อออกจำนวนมาก จะช่วยให้ผิวเราไม่ไหม้และดูแก่ก่อนวัย

ใช้ครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน

ทาโลชั่นไวท์เทนนิ่งอย่างสม่ำเสมอ เป็นวิธีดูแลผิวให้ขาวที่ดีวิธีหนึ่ง

เลือกโลชั่นที่มีส่วนผสมของสารบำรุงช่วยให้ผิวขาวขึ้น เช่น วิตามินบีสามหรือไนอาซินาไมด์ วิตามินซี วิตามินอี โคเอนไซม์คิวเท็น อัลฟาอาร์บูติน สารสกัดจากเปลือกสน และสารสกัดจากธรรมชาติต่างๆ โดยใช้ปริมาณที่มากพอสำหรับพื้นที่ผิวแต่ละส่วน เพื่อการดูดซับสารบำรุงแล้วนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง แต่เราไม่ควรทาครีมที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวในเวลากลางวัน ตัวอย่างเช่น กรดผลไม้หรือที่เรียกกันว่า AHA เนื่องจากจะทำให้ผิวไวต่อแสงแล้วเป็นผลเสียมากกว่าผลดีค่ะ

ทาโลชั่นไวท์เทนนิ่งอย่างสม่ำเสมอ เป็นวิธีดูแลผิวให้ขาวที่ดีวิธีหนึ่ง

ขัดผิวด้วยสมุนไพรธรรมชาติ อีก 1 สูตรลับผิวขาวกระจ่างใส

มะขามเปียก ขมิ้นชัน และนมสด เป็นของธรรมชาติที่ช่วยขัดขี้ไคลและผลัดเซลล์ผิวให้ขาวขึ้น นำส่วนผสมมาคลุกเคล้าในภาชนะกระเบื้องหรือแก้ว ห้ามใช้พลาสติกอย่างเด็ดขาด เนื่องจากจะทำปฏิกิริยากับพลาสติกแล้วเป็นพิษได้ สูตรนี้ประยุกต์มาจากตำรับชาววัง แต่สามารถหาได้ง่ายตามทั่วไป เมื่อส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกันแล้วให้ขัดพอกที่ผิว เน้นตรงบริเวณซอกหลืบ ทาทิ้งไว้ 5 – 10 นาที จนรู้สึกว่าสมุนไพรแห้งหมาดๆ แล้วล้างออก ทำอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง

ขัดผิวด้วยสมุนไพรธรรมชาติ อีกหนึ่งวิธีทำให้ผิวขาวเร็วขึ้น

ออกกำลังกายให้ผิวขาวอย่างถาวร

เรามักสังเกตเห็นว่า ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำจะดูหนุ่มสาวและมีผิวที่ใสดูอ่อนกว่าวัยมากกว่าผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ นั่นเป็นเพราะว่าการออกกำลังช่วยให้ระบบโลหิตไหลเวียนดีขึ้น เร่งผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ผิวจึงเปล่งปลั่ง ขาวใส ดูมีเลือดฝาด และได้สุขภาพที่ดีขึ้นอีกด้วย โดยลองสังเกตตัวเองง่ายๆ ค่ะ เมื่อออกกำลังกายจนอุณหภูมิในตัวสูงขึ้นและมีเหงื่อออก เราจะสามารถขัดขี้ไคลตามแขนขาได้ง่ายนั่นเอง

ผิวสวยจากภายในสู่ภายนอก

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว จำพวกวิตามินซี วิตามินอี คอลลาเจน เบต้าแคโรทีน ไบโอฟลาโวนอยด์ และสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ ซึ่งหาได้ง่ายจากอาหารบ้านเรา เช่น ปลาทะเล ผักสด ส้ม แครอท แตงโม มะละกอ มะเขือเทศ และผลไม้สด ช่วยให้ผิวค่อยๆ ขาวกระจ่างใสขึ้นจากภายในสู่ภายนอกได้อย่างเป็นธรรมชาติ

สูตรผิวสวย ขาวกระจ่างใส สุขภาพดีด้วยการดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว





สูตรลับผิว ขาวใส อมชมพู เปิดเผยแล้ววันนี้ พร้อมเคล็ดลับบำรุงผิวให้ดูเนียนใส เต่งตึง  ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/

12
1. สำหรับการใช้งานปกติ สามารถใช้น้ำยาล้างจานกับฟองน้ำนุ่มล้างและเช็ดให้แห้งทันที ไม่ควรใช้ฝอยแข็งขัด เพราะจะทำให้ผิวสแตนเลสเป็นรอย

2.หากเกิดคราบดำ หรือเศษอาหารติดแน่นให้ใช้ผงขัดสแตนเลสแบบครีมหรือแบบน้ำ ขัดเบา ๆ ตามคำแนะนำ แล้วล้างด้วยน้ำยาล้างจานตามปกติ

3. หากใช้สแตนเลสบรรจุอาหาร หรือน้ำ ควรทำความสะอาดภาชนะทุกสัปดาห์ แล้วเช็ดให้แห้งเพื่อลดการเกิดสนิม และ ไม่ควรบรรจุกรดเข้มข้นทุกชนิด เช่น กะปิ, สารส้ม ทิ้งไว้นาน ๆ เพราะจะทำให้อายุการใช้งานสั้นลง

วิธีเก็บรักษามีดให้ใช้ได้นาน

อย่าแช่มีดไว้ในอ่างน้ำนานๆ จะทำให้ด้ามเสียเร็ว เมื่อใช้แล้วต้องล้างทันที ล้างแล้วควรเช็ดให้แห้ง ควรเก็บไว้ในที่เสียบข้างฝา เพื่อไม่ให้คมกระทบกัน และเพื่อตากให้ด้ามแห้ง ไม้จะไม่ยุ่ย

วิธีการเก็บรักษาเขียงไม่ให้ขึ้นรา

หลังจากที่เราใช้เขียงในการหั่นผักหั่นหมูเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น ให้เราล้างเขียงให้สะอาด ขูดเอาสิ่งสกปรกออก จากนั้นก็นำเกลือมาทาให้ทั่วเขียงตากแดดเอาไว้ให้แห้งสักนิดแล้วนำเข้ามาเก็บในร่มไม่ให้โดนฝน แค่นี้เราก็มีเขียงไว้ใช้นานๆแล้วค่ะไม่ต้องเปลืองตังค์ชื้อเขียงใหม่บ่อยๆค่ะ เพื่อนรู้แล้วก็อย่าลืมไปลองทำกันนะคะ

วิธีขจัดคราบน้ำมันมีดังนี้

ในน้ำต้มหมี่จะมีด่างมาก ให้ใช้ผ้าจุ่มน้ำต้มเส้น, เนยถั่ว แระนำมาเช็ดเตาอบ เตาแก๊ส และเครื่องครัวอื่นๆ จะทำให้เครื่องครัวต่างๆ สะอาดเงางามเหมือเดิม


การดูแล เครื่องครัว และอุปกรณ์ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/เครื่องครัว/

13
การทำความสะอาดสแตนเลสอย่างง่าย ๆ เมื่อใช้อุปกรณ์ เครื่องใช้เฟอร์นิเจอร์ หรือสิ่งของใด ๆ ก็ตามมักจะเกิดรอยคราบ รอยสกปรกติดอยู่ สเตนเลสก็เหมือนวัสดุทั่วไปที่เมื่อนำมาใช้จะเกิดคราบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคราบอาหาร คราบนิ้วมือ คราบตกค้างจากสารทำความสะอาด หรือการใช้สเตนเลสในสภาพอากาศที่แตกต่างกัน เช่น แถบพื้นที่ชายฝั่งทะเล สิ่งเหล่านี้ย่อมก่อให้เกิดคราบสกปรก ความหม่นของผิว หรือการกัดกร่อน ดังนั้นการจะทำความสะอาดสเตนเลส ก่อนอื่นสิ่งที่เราควรคำนึงถึง

สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนทำความสะอาดสแตนเลส
1. ต้นเหตุของการเกิดคราบหรือรอยสปรก
2. อุปกรณ์ทำความสะอาด
3. สารทำความสะอาด
4. สภาพแวดล้อม

เทคนิคการทำความสะอาดสแตนเลส ในกรณีต่างๆ
สแตนเลสมีรอยเปื้อนที่เกิดจากฝุ่นผง ดิน รอยนิ้วมือ
เพียงแค่ใช้ฟองน้ำชุบน้ำอุ่น หรือผงซักฟอก หรือสบู่ละลายกับน้ำอุ่น เช็ดบริเวณรอยเปื้อนแล้วเช็ดให้แห้งด้วยผ้าขนหนูหรือผ้าธรรมดาหากคราบสกปรกยังติดอยู่ อาจใช้น้ำอุ่นผสมสารละลาย เช่น แอลกอฮอลล์ หรือ อาเซโตน ล้างออกด้วยน้ำเย็น และเช็ดให้แห้ง

สแตนเลสมีรอยนิ้วมือที่ติดมานาน
ก่อนทำความสะอาดควรสวมถุงมือ เพราะต้องใช้โซดาไฟและถูด้วยแผ่นยางเบา ๆ แล้วใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดหลังจากนั้นล้างด้วยน้ำอุ่น ทางที่ดีควรเช็ดให้แห้งด้วย

สแตนเลสเลอะคราบชาและกาแฟ
หากใช้ถ้วยสเตนเลส หรือบางบ้านใช้หม้อสเตนเลสต้มชา หรือแม้กระทั่งหม้อต้มกาแฟสเตนเลส เมื่อใช้ไปนาน ๆ แล้วไม่ทำความสะอาดให้ดี อาจเกิดรอยคราบของชาหรือกาแฟ ขอแนะนำให้ล้างภาชนะหรือหม้อต้มด้วยโซดาไบคาร์บอเนตกับน้ำ แล้วล้างออกอีกครั้งด้วยน้ำสบู่ จากนั้นล้างให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น ขั้นตอนสุดท้ายก็เช็ดให้แห้ง

สแตนเลสมีคราบน้ำมะนาวหรือน้ำที่มีฤทธิ์เป็นกรด
จุ่มสเตนเลสลงในน้ำส้มสายชูเจือจาง 25% ล้างให้สะอาด ล้างออกด้วยน้ำสบู่และน้ำ และล้างด้วยน้ำอุ่นอีกครั้ง เช็ดให้แห้ง หากยังไม่สะอาดพอ อาจจะใช้กรดไนตริกผสมกับน้ำในอัตราส่วน 15 ต่อ 85 ราดบนผลิตภัณฑ์หรือบนอุปกรณ์สเตนเลสที่มีคราบเปื้อน หลังจากนั้นล้างให้สะอาดด้วยน้ำ ทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออกด้วยน้ำสบู่ แล้วจึงล้างด้วยน้ำจนกว่าจะแน่ใจว่าสะอาด แล้วจึงเช็ดให้แห้ง

 


รวมเทคนิควิธีทำความสะอาดส เครื่องครัว แตนเลส ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/

14
การบำบัดน้ำเสีย หมายถึง การกำจัดหรือทำลายสิ่งปนเปื้อนในน้ำเสียให้หมดไป หรือเหลือน้อยที่สุดให้ได้มาตรฐานที่กำหนดและไม่ทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม น้ำเสียจากแหล่งต่างกันจะมีคุณสมบัติ
ไม่เหมือนกันดังนั้นกระบวนการบำบัดน้ำจึงมีหลายวิธี โดยระบบบำบัดน้ำเสียทั่วไปมี 3 วิธีคือ

1. กระบวนการทางเคมี (chemical process)
เป็นวิธีการบำบัดน้ำเสียโดยการแยกสารต่างๆ หรือสิ่งปนเปื้อนในน้ำเสียที่บำบัด เช่น โลหะหนัก
สารพิษ สภาพความเป็นกรด ด่างสูงๆ ที่ปนเปื้อนอยู่ด้วยการเติมสารเคมีต่าง ๆ ลงไปเพื่อให้เข้าไปทำปฏิกิริยาซึ่งจะมีประโยชน์ในการแยกสาร แต่วิธีนี้มีข้อเสียคือ เมื่อเติมสารเคมีลงในน้ำเสียแล้ว ทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิธีนี้จะมีค่าใช้จ่ายสำหรับสารเคมีค่อนข้างสูง ดังนั้นกระบวนการทางเคมีจะเลือกใช้ก็ต่อเมื่อน้ำเสียไม่สามารถบำบัดได้ด้วยกระบวนการทางกายภาพหรือชีวภาพ

การทำให้เกิดตะกอน (precipitation) อาศัยหลักการเติมสารเคมีลงไปทำปฏิกิริยาทำให้เกิดกลุ่มตะกอนตกลงมา โดยทั่วไปสารแขวนจะมีประจุลบ ดังนั้นสารเคมีที่เติมลงไปจึงเป็นประจุบวกเพื่อทำให้เป็นกลาง การแยกด้วยวิธีนี้มีค่าใช้จ่ายสูงแต่ก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นกัน ดังนั้นวิธีนี้จะเลือกใช้ต่อเมื่อไม่สามารถ แยกได้โดยกระบวนการทางชีวภาพหรือกายภาพ

โดยส่วนมากสารเคมีที่ทำให้เกิดตะกอนจะละลายน้ำ เช่น เกลือของสารประกอบต่างๆ เช่น เกลืออะลูมิเนียมซัลเฟต หรือสารส้ม (Al2(SO4)) เกลือเหล็ก (FeCl3, FeSO4) และเกลือของแคลเซียม (Ca(OH)2) ส่วนเกลือที่นำมาช่วยในการเกิดตะกอนได้ดียิ่งขึ้นนี้เป็นสารประกอบของ กลุ่ม Activated ของ Silica และ Polyelectrolytes โดยกระบวนการทางเคมีมีหลายวิธี

การเกิดออกซิเดชันทางเคมี (chemical oxidation) อาศัยหลักการเสียอิเล็กตรอนของอะตอม ให้แก่สารเคมีที่เติมลงไปในน้ำเสียโดยสารเคมีนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวออกซิไดซ์ (oxidizing agent) ส่วนมากวิธีนี้จะนิยมใช้เปลี่ยนโมเลกุลของโลหะที่เป็นพิษ เช่น การเปลี่ยน Fe2+ ซึ่งมีพิษมากไปเป็นสาร Fe3+ ซึ่งมีพิษน้อย ด้วยคลอรีน ดังแสดงในสมการต่อไปนี้
2Fe2++ CI2 —> 2 Fe3+ + 2Cl-

การเกิดรีดักชันทางเคมี (chemical reduction)
เป็นปฏิกิริยาที่มีการรับอิเล็กตรอน วิธีการนี้เป็นการเปลี่ยนสภาพของสารพิษไปเป็นสารที่มีอันตรายน้อยลง อะตอมหรืออิออน ของสารพิษจะรับอิเล็กตรอนจากสารเคมีที่เติมลงไปซึ่งมีสมบัติเป็นตัวรีดิวซ์ (reducing agent) เช่น การเปลี่ยน Cr6+ ซึ่งมีพิษมากไปเป็น Cr3+ ด้วย เฟอรัสซัลเฟต (FeSO4) ในสภาพที่เป็นกรด ดังแสดงในสมการต่อไปนี้

6 FeSO4 + 2 CrO3 + 6 H2SO4 —–> 3 Fe2(SO4)3 + Cr2(SO4)3 + 6 H2O

การสะเทิน (neutralization) เป็นการเปลี่ยนค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ของน้ำเสียให้มีฤทธิ์เป็นกลาง (pH = 7) ถ้าต้องการปรับค่าน้ำเสียที่มีฤทธิ์เป็นกรด (pH < 7 ในน้ำเสียให้สูงขึ้นต้องเติมสารที่มีฤทธิ์เป็นด่าง เช่น แคลเซียมคาร์บอเนตหรือโซเดียมไฮดรอกไซด์ ส่วนกรณีถ้าต้องการปรับน้ำเสียมีฤทธิ์เป็นด่าง (pH > 7) ให้มีค่า pH ต่ำลงจะต้องเติมกรด เช่น กรดซัลฟิวริก กรดไนตริก กรดเกลือและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นต้น

2. กระบวนการทางชีววิทยา (Biological Process)
กระบวนการทางชีววิทยา (biological process) เป็นการอาศัยหลักการใช้จุลินทรีย์ต่าง ๆ มาทำการย่อยสลายเปลี่ยนอินทรีย์สารไปเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และแอมโมเนีย เป็นการบำบัดน้ำเสียที่ดีที่สุดในแง่ของการลดปริมาณสารอินทรีย์ในแหล่งน้ำ แต่หลักการนี้เลือกสภาวะแวดล้อมให้เหมาะกับการทำงานของจุลินทรีย์ โดยสัมพันธ์กับปริมาณของจุลินทรีย์ และเวลาที่ใช้ในการย่อยสลาย แบคทีเรียที่เลือกใช้ในการย่อยสลายสารอินทรีย์แยกออกได้เป็น 2 ประเภท คือ แบคทีเรียที่ต้องใช้ออกซิเจน (aerobic bacteria) ส่วนกลุ่มที่ 2 เป็นพวกไม่ใช้ออกซิเจน (anaerobic bacteria)

3. กระบวนการทางกายภาพ (physical process)
กระบวนการทางกายภาพ (physical process) เป็นการบำบัดน้ำเสียอย่างง่ายซึ่งจะแยกของแข็งที่ไม่ละลายน้ำออก วิธีนี้จะแยกตะกอนได้ประมาณ 50-65% ส่วนเรื่องการแยกความสกปรกในรูปของสารอินทรีย์ (BOD5) ประมาณ 20-30% เท่านั้น วิธีการต่าง ๆ ในกระบวนการนี้มีหลายวิธี เช่น การดักด้วยตะแกรง (screening) เป็นการแยกเศษขยะต่าง ๆ ที่มากับน้ำเสีย เช่น เศษไม้ ถุงพลาสติก กระดาษ ตะแกรงมีหลายขนาด การดักด้วยตะแกรงจึงเป็นการแยกขั้นตอนแรกในการบำบัดน้ำเสีย การตัดย่อย (combination) คือ การใช้เครื่องตัดทำลายเศษขยะขนาดใหญ่ให้มีขนาดเล็กลง การกวาด (skimming) เป็นการกำจัดนำมันและไขมันโดยทำการดักหรือกวาดออกจากน้ำเสีย การทำให้ลอย (floating) จะใช้กับตะกอนที่มีความถ่วงจำเพาะน้อยกว่าน้ำ การตกตะกอน (sedimentation) เป็นการแยกตะกอนออกจากน้ำเสียโดยอาศัยหลักการเรื่องแรงโน้มถ่วง ซึ่งจะใช้กับตะกอนที่มีความถ่วงจำเพาะมากกว่าน้ำ

4. กระบวนการทางกายภาพ-เคมี (physical-chemical process)
เป็นกระบวนการที่ต้องมีอุปกรณ์ช่วยมากกว่ากระบวนการที่กล่าวมา ซึ่งกระบวนการนี้จะใช้ในขั้นตอนสุดท้ายในการบำบัดน้ำเสีย ที่ผ่านกระบวนในขั้นตอนอื่นแล้ว เช่น กระบวนการดังต่อไปนี้



เร่ง บำบัดน้ำเสีย เพิ่มมาตรการจัดการสิ่งปฎิกูลในคูคลอง ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/บำบัดน้ำเสีย/

15
บางวันหลังเลิกงานก็อยากจะสังสรรค์กับเพื่อน ๆ แต่พอจะให้เลือกร้าน ดันมึนตึ้บนึกไม่ออกว่าจะไปที่ไหนดีนะ แต่ไม่ต้องมึนอีกต่อไปแล้ว เพราะรวบรวมร้านน่านั่งชิลล์สำหรับนักสังสรรค์มาให้เป็นตัวเลือกไว้นัดรวมตัวกับผองเพื่อน รับรองว่าถูกใจสายปาร์ตี้ที่กำลังมองหาร้านแฮงก์เอาต์ริมน้ำวิวดี อาหารเด็ด เครื่องดื่มโดน!

Chang Sensory Trails presents The Great Brew x Lhong 1919 คือ Pop-Up Restaurant แหล่งแฮงก์เอาต์แห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอันเป็นส่วนผสมสุดมันระหว่าง Chang iberry group และ Lhong 1919 ที่จะมาเปิดประสบการณ์กินดื่มอย่างมีรสชาติ ให้เราได้นั่งชิลล์รับลมหนาวแห่งปี จัดเต็มรูป รส กลิ่น เสียง และเมนูอาหารอันเรียบง่ายที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีมาครีเอตอย่างลงตัวกับเครื่องดื่มรสเยี่ยม ทั้งสไปซี คอร์น บัตเตอร์ แซลมอนแซ่บ ขาหมูเยอรมัน เห็ดกรอบทอดเกลือ และอีกหลากหลายเมนูที่จะปรับเปลี่ยนตลอด 3 เดือน ตั้งแต่วันนี้ – 15 มีนาคม 2561 งานนี้สายปาร์ตี้ไม่ควรพลาด! ตั้งอยู่ที่ 248 ถนน เชียงใหม่ (ท่าเรือสี่พระยา) คลองสาน , คลองสาน , กรุงเทพมหานคร

Bottoms up “บรรยากาศร้านถือว่าดีเลยครับ โต๊ะที่พนักงานจัดไว้ให้ เป็นโซฟาใกล้เวที นั่งได้ประมาณ 6-7 คน เป็นสัดส่วนดีมากครับ อาหารอร่อย โดยเฉพาะ Pizza Smoked Salmon แป้งบางกรอบ อร่อยมาก ดนตรีสดก็ดีครับ เล่นทั้งเพลงเก่า เพลงใหม่ ไทย สากล เสียดายได้ดูแค่วงเดียว โดยรวมถือว่าประทับใจครับ”

Roof 409 Bar & Bistro “ร้านนั่งชิลล์ที่เป็นทั้ง Bistro & Bar บรรยากาศดี มีที่นั่งให้เลือกหลายโซน ทั้งด้านนอกและด้านใน และจะเปิดตั้งแต่ช่วงเที่ยงไปจนถึงดึก สามารถมาทานกันได้ทั้งวันนะคะ ถ้าใครมาทานช่วงเที่ยงก็จะมี Lunch Set และ A La Carte ให้บริการ หรือถ้าเป็นช่วงเย็นหลังเลิกงาน จะสั่งอาหารคู่เครื่องดื่ม มานั่งชิลล์บริเวนโซนเอาท์ดอร์ ชมวิวกรุงเทพไปด้วยก็ไม่เลวทีเดียวค่ะ”

3. “ร้านนั่งชิลล์ที่เป็นทั้ง Bistro & Bar บรรยากาศดี มีที่นั่งให้เลือกหลายโซน ทั้งด้านนอกและด้านใน และจะเปิดตั้งแต่ช่วงเที่ยงไปจนถึงดึก สามารถมาทานกันได้ทั้งวันนะคะ ถ้าใครมาทานช่วงเที่ยงก็จะมี Lunch Set และ A La Carte ให้บริการ หรือถ้าเป็นช่วงเย็นหลังเลิกงาน จะสั่งอาหารคู่เครื่องดื่ม มานั่งชิลล์บริเวนโซนเอาท์ดอร์ ชมวิวกรุงเทพไปด้วยก็ไม่เลวทีเดียวค่ะ”


ร้านนั่งชิลล์ เที่ยวกลางคืน เลิกดึกแค่ไหนก็มาสังสรรค์ได้ ดูเพิ่มเตืมได้ที่นี่ http://tomorrowland.club/เที่ยวกลางคืน/

หน้า: [1] 2 3 ... 14