ผู้เขียน หัวข้อ: Grain Whisky ,Single Malt Whisky เป็นยังไง  (อ่าน 13 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มิถุนายน 07, 2018, 11:00:37 AM
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 16
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


 
สุภาพบุรุษคนชอบดื่มหน้าใหม่หลายคนที่พึ่งเริ่มฝึกดื่ม มักจะมีความข้องใจและก็ สับสนเมื่อได้ยินเกี่ยวกับประเภทของวิสกี้ประเภทต่างๆ ซึ่งอยู่หลากหลาย แต่ในเนื้อหานี้พวกเราจะขอไขข้อข้องใจเกี่ยวกับเรื่องของ เบลนด์วิสกี้ ซึ่งเป็นวิสกี้ที่มีการบริโภคกันอย่างมากมาย ว่าหมายถึงอะไร และก็มีความต่างจากจากวิสกี้ชนิดอื่นๆ อย่างไร รวมถึงหลักสำคัญสำหรับในการเบลนด์วิสกี้ ให้มีรสชาติที่นุ่มละมุน จน|กระทั่ง}เป็นวิสกี้คุณภาพมีรสชาติที่ชื่นชอบของคนชอบดื่มไปทั้งโลก แต่ก่อนที่จะไปขั้นนั้น พวกเราขอให้คุณจดจำความหมายของวิสกี้ชนิดต่างๆ พวกนี้เอาไว้ให้ดีเสียก่อน
 
1. Grain Whisky
Grain Whisky คือวิสกี้ที่ผลิตขึ้นจากเมล็ดพืช ไม่ว่าจะเป็นข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าวฟ่าง อื่นๆ อีกมากมาย ทุกวันนี้เกรน วิสกี้ หรือ วิสกี้จากธัญพืชส่วนใหญ่ในโลกนั้นผลิตขึ้นจากข้าวสาลี และ ข้าวไรย์
 
2. Malt Whisky
มอลต์ วิสกี้ จะต้องผลิตขึ้นมาจากข้าวบาร์เลย์งอก (malted barley) แค่นั้น ในสมัยก่อนกระบวนการทำมอลต์ค่อนข้างจะยุ่งยาก ด้วยเหตุว่าต้องอุทิศแรงงานและเวลาค่อนข้างสูง ถึงแม้เทคโนโลยีในขณะนี้จะช่วยให้ง่ายมากยิ่งขึ้น แม้กระนั้นโรงกลั่นวิสกี้ที่อนุรักษ์แนวทางดั้งเดิมแบบคราฟต์ย่อมได้รับการสรรเสริญเสมอ มอลต์ วิสกี้ จะต้องผ่านการต้มกลั่นอย่างน้อย 2 ครั้ง (บ้างก็ 3 แต่เป็นส่วนน้อย) ต่อจากนั้นก็เลยนำสปิริตที่ได้มาบ่มในถังไม้โอ๊กไม่น้อยกว่า 3 ปี แม้กระนั้นคนชอบดื่มส่วนใหญ่มักคาดหวังว่าจะได้ดื่มอะไรที่บ่มยาวนานกว่านั้น โดยแหล่งผลิตมอลต์ วิสกี้ ที่เด่นของโลกอยู่ที่สกอตแลนด์
 
3. Single Malt Whisky
Single Malt Whisky  หมายถึง มอลต์ วิสกี้ ที่ใช้เบลนด์ควรจะเป็นมอลต์ วิสกี้ ที่มาจากโรงกลั่นเดียว ทั้งนี้วิสกี้ในแต่ละตัว จากวิสกี้แต่ละประเภทข้างต้นนั้น ก็จะมีรสชาติที่ไม่เหมือนกันออกไปตามแต่แนวทางกรรมวิธีการของแต่ละโรงกลั่น รวมถึงช่วงเวลาสำหรับการบ่ม (ทั้ง สภาพแวดล้อมของแต่ละแหล่งผลิตที่ต่างกันก็ส่งผลต่อรสด้วย) ซึ่งก็จะทำให้วิสกี้แต่ละตัวนั้นมีจุดแข็งของทั้งกลิ่นและรสชาติที่แตกต่างกันออกไป นั่นเองจึงเป็นสาเหตุของการนำเอาวิสกี้มาเบนลด์กันเพื่อให้ได้รสชาติที่เยี่ยมที่สุดอันเป็นที่มาของ เบลนด์ วิสกี้ (Blended Whisky) ซึ่งเป็นวิสกี้ที่แพร่หลายที่สุดในโลก ซึ่งผสมทั้งมอลต์ แล้วก็เกรน วิสกี้ เข้าไว้ร่วมกัน
 

 
การเบลนด์วิสกี้อันเป็นทั้งยังศาสตร์แล้วก็ศิลป์
 
เมื่อเร็วๆ นี้ทาง Chivas Regal ผู้ผลิตสกอตช์วิสกี้ชั้นนำของโลกได้จัดงาน Chivas The Blend เปิดเผยกรรมวิธีเบลนด์วิสกี้อันเป็นอีกทั้งศาสตร์และศิลป์ โดยให้ผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อป ได้ทดสอบเบลนด์วิสกี้ด้วยตัวเอง และ ต่อไปนี้คือการสรุปความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเบลนด์วิสกี้ ซึ่งคนชอบดื่มน่าจะทำความเข้าใจและก็เรียนรู้กันเอาไว้สักหน่อย
 
1. มอลต์วิสกี้จะให้บุคลิกของรสชาติที่ต่างกัน เกรนวิสกี้จะให้ความสมดุล การเบลนด์สกอตช์วิสกี้ เป็นการนำวิสกี้จากหลายๆ ที่มาผสมกัน โดยมอลต์วิสกี้จะให้บุคลิกรสที่ไม่เหมือนกัน ส่วนเกรนวิสกี้ที่ผลิตขึ้นจากธัญพืชต่างๆจะให้ความสมดุล ได้รสชาติที่ดี นุ่มแล้วก็เบาบาง
2. การเบลนด์ วิสกี้ต้องใช้ความชำนาญและ ศิลปะ ขั้นสูง ซึ่งไม่มีหลักการตายตัว แต่ว่าโดยเบื้องต้นแล้วจะต้องคิดถึงคาแรกเตอร์ของวิสกี้ โดยในงาน Chivas The Blend ครั้งนี้ทางชีวาสได้มีการนำซิงเกิลมอลต์ 5 ชนิดจาก 5 ภูมิภาคของประเทศสกอตแลนด์ มาให้ผู้ร่วมงานได้ผสมผสานรังสรรค์ให้ได้วิสกี้ที่สมบูรณ์แบบ โดยวิสกี้แต่ละประเภทที่นำมาให้ทดลองนั้นมีคาเแรกเตอร์หลักที่สะดุดตา ต่างกันออกไป 5 ประการดังนี้
 

  • Smoky วิสกี้ที่โดดเด่นด้วยกลิ่นไม้รวมทั้งถ่าน
  • Creamy วิสกี้ที่โดดเด่นด้วยรสสัมผัสครีมมี่
  • Smooth & Floral เด่นเรื่องความอ่อนนุ่มและก็กลิ่นหอมเหมือนดอกไม้
  • Fruity มีความหอมหวานเหมือนผลไม้
  • Citrusy มีกลิ่นหอมยวนใจเหมือนพืชตระกูลซิตรัสที่โดดเด่น


 
3. มาสเตอร์เบลนเดอร์ผู้ทรงเกียรติในโลกของวิสกี้ ในวิสกี้หนึ่งเบลนด์อาจจะมีวิสกี้อยู่หลายตัว และบางเบลนด์อาจมีสูงถึง 50 ตัวเลยทีเดียว ซึ่งถือเป็นเรื่องซับซ้อนและก็ละเอียดอ่อน แล้วก็การจะเบลนด์วิสกี้ออกมาให้สมบูรณ์ได้นั้นจำเป็นต้องใช้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญที่มีความถนัดรวมทั้งศิลปะขั้นสูง แต่ละแบรนด์ก็เลยควรมีมาสเตอร์เบลนเดอร์ที่คอยสร้างสรรค์แล้วก็ดูแลในเรื่องเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพรวมทั้งความคงเส้นคงวาของรสชาติ ซึ่งนับว่าเป็นหน้าที่สำคัญและทรงเกียรติมาก
 
ที่มา -  เหล้า