ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสาย audio cable 6 วิธีตรวจสอบคุณภาพสายสัญญาณเสียง คลิกเลย  (อ่าน 7 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มิถุนายน 26, 2018, 03:25:17 AM
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 163
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

6 วิธีตรวจสอบประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง คืออุปกรณ์สำหรับเพื่อนำมาใช้ในการเชื่อมต่อเครื่องเสียงเข้ากับเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออกในเครื่องเสียง ช่วยทำให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
ปัจจุบันนี้ เราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วๆไปตามร้านจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีสินค้าหลายรุ่น หลายยี่ห้อให้เราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่ๆว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนท้องตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ทำให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์มีความแตกต่างกันด้วย ถ้าพวกเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ก็ดีไป แต่ว่าหากพวกเราเผลอไปซื้อสายสัญญาณเสียง ที่ไม่ได้คุณภาพมาใช้งานเข้า ก็จะต้องเจอกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ อีกทั้งเสียงไม่ออก คุณภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้แรงงานสั้น ใช้ไปได้ไม่เท่าไรก็เสียแล้ว ทั้งยังสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจประเมินประสิทธิภาพด้วยราคาได้ เนื่องจากไม่ว่าจะเป็นสินค้าราคาถูกหรือสินค้าราคาสูง ต่างก็มีคุณภาพดี คุณภาพต่ำ และก็ปัญหาในตนเองคละเคล้ากันไป โดยเหตุนั้น เราก็เลยจำต้องมีวิธีการพื้นฐานสำหรับพิจารณาคุณภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อสามารถซื้อสินค้าที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ถัดไป
.

.
การวิเคราะห์คุณภาพ สายสัญญาณเสียง เราสามารถทำได้ 6 วิธีดังต่อไปนี้
1. ตรวจสอบความแข็ง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นสิ่งแรกที่เราสามารถตรวจตราด้วยตนเองได้ แล้วก็ควรเช็คเป็นอย่างแรก เนื่องจากสายสัญญาณเสียงในขณะนี้มีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งแล้วก็ความอ่อนไม่เท่ากัน โดยธรรมดา สายสัญญาณเสียงที่แพงถูกชอบมีสายค่อนข้างจะแข็ง ในขณะที่สายสัญญาณเสียงราคาสูงๆชอบมีสายอ่อน ข้อเสนอเป็น ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเหลือเกิน เนื่องจากว่าจะไม่สามารถพับสายได้ หากพับ ม้วนเก็บสายย่อมก่อเรื่อง ในเวลาเดียวกันก็ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเกินความจำเป็น เพราะยิ่งอ่อนนิ่มมากมาย สายก็จะยิ่งเปราะบาง เมื่อเอาไปใช้งานบ่อยๆย่อมมีการเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้อย่างง่ายๆสายสัญญาณเสียงที่ดีเยี่ยมที่สุด ควรเป็นสายที่อ่อนเพียงพอจะสามารถพับได้อย่างไม่เกิดการเสียหาย แต่ในเวลาเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่มีการฉีกจนขาด ถ้าหากเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะเช่นนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. ตรวจตราสิ่งของที่ใช้สำหรับในการทำหัวสายว่าคืออะไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาจัดจำหน่ายในตอนนี้นั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆสำหรับการทำหัวสาย ได้แก่ ทองบรอนซ์ และอลูมิเนียม ขอเสนอแนะว่าควรจะเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองเหลืองจะดียิ่งกว่า เพราะเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดีมากว่าอลูมิเนียม ไม่ค่อยพบเจอกับปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้จะเสียบสายไม่แน่นก็ตาม ในเวลาที่อลูมิเนียม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก ถ้าเกิดแทงไม่แน่นจะไม่สามารถนำสัญญาณเสียงได้ ยิ่งไปกว่านี้ ทองสัมฤทธิ์ยังเป็นโลหะที่มีความคงทนถาวรสูง แก่การใช้แรงงานนาน ไม่ค่อยพบเจอกับปัญหาประเด็นการหัก หรือการโค้งงอผิดรูปผิดร่าง ในขณะสายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมิเนียมนั้นจำต้องใช้งานอย่างรอบคอบ แม้ไม่บำรุง หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันเร็วทันใจ
3. ตรวจสอบการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าเป็นยังไง มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีไหม โดยธรรมดาสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับหงุดหงิดบได้อย่างสนิท ในขณะที่สายสัญญาณเสียงคุณภาพไม่ดีมักยึดส่วนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำแค่เอาสายใส่เข้าไปในหัวแบบมิได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากอารมณ์เสียบ และถ้าเกิดสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่อาจจะซ่อมได้ จำเป็นต้องทิ้งสิ่งเดียว ดังนั้นสำหรับในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง พวกเราก็เลยจำเป็นต้องสำรวจจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. สำรวจความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวเท่าใด โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี ควรจะมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 ซม. ด้วยเหตุว่าเป็นความยาวที่สมควรในการแทงกับเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆได้โดยไม่มีการโยกหรือหลวม อีกทั้งยังทิ่มได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา ถ้าหากเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะหงุดหงิดบสั้นเหลือเกิน จะไม่สามารถเสียบกับเครื่องใช้ไม้สอยได้ เกิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นตอนๆจำเป็นต้องคอยประคองไว้ ส่วนถ้าหากโลหะที่หัวทิ่มมีความยาวมากเกินความจำเป็น เมื่อแทงกับเครื่องไม้เครื่องมือจะมีผลให้มีโลหะนิดหน่อยโผล่ขึ้นมา หากเผลอไปชนเข้าอาจจะส่งผลให้สายเกิดการหักได้
5. สำรวจความยาวของสายไฟว่ามีมากน้อยเท่าใด ข้อนี้แม้ว่าจะมิได้ส่งผลต่อคุณภาพการใช้งานโดยตรง แม้กระนั้นก็สำคัญ เนื่องจากการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวเพียงพอต่อการใช้งาน จะช่วยให้สามารถต่อเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่กำเนิดปัญหาสายตึงรั้งเกินไปจนถึงมีโอกาสเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนเกินความจำเป็นจนเกิดความรู้สึกเกะกะ ซึ่งความยาวที่เหมาะสมของสายไฟขึ้นกับการใช้งานของเราว่าเป็นยังไง ถ้าเกิดเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับแทงเครื่องใช้ไม้สอยเครื่องเสียงในรถยนต์ หรือลำโพงทั่วไป จะต้องมีความยาวอยู่ที่ 30-60 เซนติเมตร ส่วนหากเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ จำเป็นต้องลากสายยาวๆก็ต้องมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. ตรวจสอบยี่ห้อของสาย ส่วนยี่ห้อนี้ก็นับว่ามีความสำคัญไม่แพ้กันในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่สร้างขึ้นโดยยี่ห้ออันเป็นที่รู้จัก หลบหลีกผลิตภัณฑ์จากยี่ห้อแปลกๆหรือผลิตภัณฑ์โนเนม เพราะเหตุว่าชอบเป็นผลิตภัณฑ์ที่มิได้คุณภาพ มีโอกาสพังเสียหายได้ง่าย
แนวทางในการเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้ประสิทธิภาพถือเป็นเรื่องที่พวกเราจำต้องให้ความสำคัญ เพื่อการเชื่อมต่อเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีคุณภาพ ได้เรื่องเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
เครดิตบทความ
บทความสายสัญญาณเสียง ราคา : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สาย audio cable

Tags : สายสัญญาณเสียง,สาย audio cable