ผู้เขียน หัวข้อ: มะนาว มีสรรพคุณเเละประโยชน์ดีๆ อีกมากมายที่เรายังไม่รู้  (อ่าน 2 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 06, 2018, 10:46:36 AM
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 20
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


มะนาว
ชื่อสมุนไพร มะนาว
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น ส้มมะนาว (ภาคกึ่งกลาง),ส้มท้องนาว (ภาคใต้) ,สีมานีปีห์ (มลายู) ,หมากฟ้า (ไทยใหญ่) , โกรยชะม้า (เขมร) , มะเน้าเลย์ , มะนอเกละ , ปะนอเกล (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน) , ปะโหน่งกเงินลยาน (กะเหรี่ยง กาญจนบุรี)
ชื่อสามัญ  Common lime, Lime , Sour lime
ชื่อวิทยาศาสตร์  Citrus aurantifolia (Christm. et Panz.) Swing.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์  Limonia aurantifolia Christm. & Panzer.
ตระกูล  Rutaceae
บ้านเกิด เชื่อกันว่ามะนาวเป็นพืชพื้นเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพราะเหตุว่าผู้ที่อยู่ในภูมิภาคนี้ รู้จักการใช้ประโยชน์จากมะนาวกันเป็นอย่างดีมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเมืองไทย แม้กระนั้นมีการศึกษาและทำการค้นพบอีกชิ้นหนึ่งที่เชื่อว่ามะนาวมีบ่อเกิดในอินเดียภาคเหนือ และก็เขตเชื่อมต่อกับพม่า รวมทั้งทางตอนเหนือของมาเลเซีย (แต่ว่าน่าประหลาดที่ไม่พบมะนาวในป่าของไทย) ปัจจุบันมีการปลูกมะนาวทั่วไปในเขตร้อน รวมทั้งเขตอบอุ่นครึ่งร้อนทั่วโลกเพราะว่ามะนาวสามารถขึ้นได้ในที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ และทนต่อดินเนื้อละเอียดได้ดีมากยิ่งกว่าส้ม
ลักษณะทั่วไป มะนาวเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดเล็กมีลักษณะเป็นพุ่มมีความสูงเฉลี่ย 2-5 เมตร ลำต้นมีลักษณะโค้งงอไม่ค่อยแข็งแรง เปลือกของลำต้นมีสีน้ำตาลผสมเทา กิ่งอ่อนของมะนาวมีสีเขียวอ่อน เมื่อแก่ สีจะเข้มขึ้นจนกระทั่งเป็นสีน้ำตาลส่วนกิ่งที่แก่มากมายจะเป็นสีเทา การออกของกิ่งก้านไม่ค่อยเป็นระเบียบ บนลำต้นแล้วก็กิ่งไม้จะมีหนาม หนามมีลักษณะแหลมมีทั้งหนามสั้นแล้วก็หนามยาวมีสีเขียวเข้มแล้วก็สีเขียวอมเหลือง ส่วนบริเวณปลายหนามีสีน้ำตาล เมื่อแก่ขึ้นหนามจะแห้งตามไป
                ใบของมะนาวมีลักษณะเป็นใบเดี่ยว คือมีแผ่นใบอันเดียว ใบมีขนาดเล็กกว้างราว 3-6 ซม. ยาวราว 6-12 เซนติเมตรรูปร่างเป็นแบบรีหรือทรงไข่ ฐานใบมีลักษณะกลม ปลายใบมีรูปแหลม ป้าน ขอบของใบเป็นคลื่น หรือเป็นหยักละเอียด ก้านใบสั้นแล้วก็มีปีกใบแคบหรือบางทีอาจไม่มีปีกใบก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทมะนาว ใบอ่อนมีสีเขียวจางเกือบเป็นสีขาว ใบแก่มีสีเขียวเข้ม ผิวใบข้างบนละเอียดเป็นเงาส่วนผิวใบด้านล่างค่อนข้างหยาบรวมทั้งมีสีจางกว่า เมื่อทำขยี้ใบจะมีกลิ่นฉุน
                ดอกมะนาวอาจกำเนิดเป็นดอกโดดเดี่ยวหรือช่อก็ได้ มีทั้งที่เป็นดอกสมบูรณ์และไม่บริบูรณ์ ดอกจะออกบริเวณซอกใบและปลายกิ่ง ดอกมะนาวมีขนาดเล็ก ดอกที่ตูมจะมีขนาดความยาว 1-2 ซม. กลีบเลี้ยงมีสีเขียวเป็นรูปถ้วยมี 4-6 หยัก ส่วนกลีบมีสีขาว และด้านท้องกลีบดอกไม้อาจมีสีม่วงอมแดงเจืออยู่ด้วย กลีบมีลักษณะเป็นรูปถ้วย มีปริมาณ 4-5 อัน ปริมาณกลีบในรวมทั้งกลีบนอกมีจำนวนเท่าๆกัน แต่ละกลีบมีขนาด 0.8-1.2 เซนติเมตร ดอกมะนาวมีเกสรตัวผู้มากมายก่ายกองถึง 20-40 อัน เชื่อมติดกันเป็นกรุ๊ป กรุ๊ปละ 4-8 อัน เกสรตัวเมียมีรังไข่รูปร่างเป็นทรงกระบอก ใน 1 ดอก จะมีรังไข่ราวๆ 9-12 อัน
                ผลมะนาวมีรูปร่างนาๆประการตามชนิดของชนิด มีทั้งรูปร่างยาวรี รูปไข่ แล้วก็รูปร่างกลม ที่ก้นผลมีลักษณะเป็นจุกหรือปุ่มเล็กๆผลโดยทั่วไปมีขนาดความยาว 3-12 เซนติเมตร เปลือกมักษณะขรุขระ และก็มีต่อมน้ำมันเปลือกผิว ผิวเปลือกเมื่อแหลม ใส่อยู่เยอะๆ เนื้อมะนาวมีสีเหลืองอ่อน มีรสเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมเมล็ด ขนาดเล็กคล้ายรูปไข่ ด้านปลายหัวจะแหลม ด้านในเมล็ดมีเยื่อสีขาว
การขยายพันธุ์  มะนาวเป็นพืชซึ่งสามารถปลูกเจริญในดินดูเหมือนจะทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น ดินเหนียว ดินปนทราย แม้กระนั้นถ้าเกิดต้องการจะปลูกมะนาว ให้งอกงามดี มี ผลดก และคุณภาพดี ก็น่าจะปลูกภายในพื้นที่ที่เป็นดินซึ่งร่วนซุย มีการระบาย น้ำดี มีสารอินทรีย์ผสม อยู่มาก และควรที่จะเลือกพื้นที่ที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ
ส่วนการขยายพันธุ์มะนาวนั้นสามารถทำเป็นหลายวิธี ดังเช่น การตอนกิ่ง การทาบกิ่ง และก็การต่อว่าดตา แต่ว่าแนวทางที่เป็นที่นิยมสำหรับเพื่อการแพร่พันธุ์มะนาวมากที่สุดเป็น การตอนกิ่ง โดยมีวิธีดังต่อไปนี้

  • เลือกกิ่งที่ไม่แก่หรืออ่อนเหลือเกินและไม่เป็นโรคหรือมีแมลงกัดรับประทาน ยาวราวๆ 30-50 ซม. แล้วก็มีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 0.5 ซม.ขึ้นไป
  • ตัดหนามแล้วก็ใบในรอบๆที่จะควั่นกิ่งออกโดยประมาณ 5 ซม.
  • ควั่นกิ่งออกเป็น 2 รอยให้ลึกถึงเนื้อไม้ห่างกัน 1-2 ซม.
  • ขูดเนื้อเยื่อเจริญรุ่งเรืองออกให้หมด
  • หุ้มด้วยขุยมะพร้าวที่มีความชื้นหรือใช้ตุ้มตอนเสร็จ ผูกเปาะหัวท้ายให้แน่น แล้วทิ้งไว้ประมาณ 30-45 วัน เมื่อรากออกมาแล้วก็ใช้กรรไกรตัดกิ่งตัดเพื่อนำไปแช่น้ำจนอิ่มตัว
  • นำไปชำต่อในถุงสีดำขนาด 5x8 นิ้ว ที่ผสมดิน 1 ส่วน แกลบ 1 ส่วน และก็เมื่อกิ่งที่ชำเดินรากได้ดิบได้ดีในถุงดำและก็แข็งแรงและหลังจากนั้นก็ค่อยนำไปปลูกต่อไป
การเตรียมพื้นที่ปลูก

  • พื้นที่ลุ่ม ตระเตรียมพื้นที่โดยการทำคันนาให้มีความกว้างราวๆ 6-8 เมตร ส่วนสูงให้สังเกตจากปริมาณน้ำที่เคยท่วมสูงโดยให้อยู่สูงขึ้นยิ่งกว่า แนวระดับน้ำท่วม 50 ซม. แทงร่องหรือซอกซอยร่องทำประตูน้ำเพื่อ ระบายน้ำเข้าออก ขนาดร่องน้ำกว้าง 1.5 เมตร ลึก 1 เมตร พื้นที่ร่องกว้าง 0.5-0.7 เมตร ใช้ระยะปลูก 5X5 เมตร
  • พื้นที่ดอน ควรไถพรวนเพื่อกำจัดวัชพืช และทำให้ดินที่ร่วนซุย ใช้ระยะปลูก 4 x 4 – 6 x 6 เมตร ดังนี้ขึ้นกับความอุดมสมบูรณ์ของดิน
กรรมวิธีการปลูก
ควรจะปลูกภายในช่วงต้นฤดูฝน ควรขุดหลุมปลูก ให้มีขนาดกว้างรวมทั้งลึกโดยประมาณ 50 ซม. ผสมดิน ปุ๋ยธรรมชาติ รวมทั้งปุ๋ยร็อคฟอสเฟตเข้าด้วยกัน ในหลุมให้ สูงโดยประมาณ 2 ใน 3 ของหลุม ชูถุงกล้า ต้นไม้วางในหลุม โดยให้ระดับของดินในถุงสูงขึ้นยิ่งกว่า ระดับดินปากหลุมน้อย ใช้มีดที่คม กรีดถุง จากก้นถุงขึ้นมาถึงปากถุงทั้งยัง 2 ด้าน (ช้ายแล้วก็ขวา) ดึงถุงก๊อบแก๊บออก โดยระวังไม่ให้ดินแตก กลบดินที่เหลือลงในหลุม กดดินรอบๆโคนต้นให้แน่น ปักไม้หลักรวมทั้งผูกเชือกยึด เพื่อคุ้มครองลมพัดโยก หาวัสดุปกคลุมดินรอบๆโคนต้น อาทิเช่น ฟางข้าว ต้นหญ้าแห้ง รดน้ำให้โชก ทำร่มเงา เพื่อช่วยบดบังแสงอาทิตย์
การกระทำรักษา การให้น้ำ ควรมีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วง ที่ปลูกใหม่ๆควรจะให้น้ำวันละครั้งเป็นอย่างน้อย (กรณีฝนไม่ตก) หลังจากปลูกราวๆ 15 วัน มะนาวสามารถตั้งตัวได้แล้ว ให้น้ำเดือนละ 2-3 ครั้ง แล้วก็ควรหา สิ่งของมาปกคลุมดินบริเวณโคนต้น เพื่อช่วยรักษาความชื้น                ควรจะเริ่มงดเว้นให้น้ำ ตั้งแต่ช่วงมี.ค. เป็นต้นไป จนถึงช่วงออกดอก เพื่อให้มะนาวสะสม อาหารให้สูงถึงระดับที่สามารถสร้างตาดอกได้ ธรรมดามะนาวจะออกดอก ม.ย.-เดือนพฤษภาคม ภายหลังมะนาวมีดอก และก็กำลังติดผลอ่อน เป็นตอนที่มะนาวต้องการน้ำมากมาย เพื่อใช้ในการเติบโต ของผล

     ส่วนประเภทมะนาวที่มีการปลูกกันมากในไทย อาทิเช่น

  • มะนาวไข่ ผลกลม หัวด้านหลังยาวคล้ายมะนาวหนัง เมื่อโตเต็มที่ผลมีลักษณะกลมมน เปลือกบางผลโต กว่ามะนาวหนัง
  • มะนาวแป้น ผลใหญ่ ออกจะกลมแป้น เปลือกบาง มีน้ำมากมาย นิยมใช้บริโภคมากยิ่งกว่าประเภทอื่นๆเชิงพาณิชย์จะปลูกมะนาวจำพวกแป้นดกพิเศษ สามารถบังคับให้ออกฤดูแล้งได้ง่าย
  • มะนาวหนัง ผลอ่อนกลมยาวหัวท้ายแหลม เมื่อโตเต็มที่ผลจะมีลักษณะกลมค่อนข้างยาว มีเปลือกครึ้ม ทำให้เก็บรักษาผลประโยชน์นาน


ส่วนประกอบทางเคมี น้ำจากผลมีกรด citric acid, malic acid, ascorbic acid,  ผิวมะนาวมีน้ำมันหอมระเหยที่มาจากการกลั่นผิวผล ร้อยละ 0.3-0.4 มีสารต่างๆเป็นต้นว่า  d-limonene (42-64%), alpha-berpineol (6.81%), bergamotene ผสมกับ terpinen-4-ol (3%),  alpha-pinene          citric acid       
(1.69%), geraniol (0.31%), linalool,  terpineol, camphene, bergapten (furanocoumarin)    ใบมะนาวเมื่อเอามาสกัดน้ำมันหอมระเหยโดยการ    camphene
ต้มกลั่น (hydrodistillation) ได้น้ำมันหอมระเหยร้อยละ 0.27  องค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันมีสารต่างๆดังเช่นว่า  6-methyl-5-hepten-2-one (3.19), limonene (44.82), neral (4.95), geranial (7.66) , geranyl acetate (8.98), caryophyllene oxide (2.31) ส่วนข้อมูลทางโภชนาการของมะนาวมีดังนี้

  • พลังงาน 30 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 10.5 กรัม
  • น้ำตาล 1.7 กรัม
  • เส้นใย 2.8 กรัม terpineol
  • ไขมัน 0.2 กรัม
  • โปรตีน 0.7 กรัม
  • วิตามินบี 1 0.03 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 2 0.02 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 3 0.2 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 5 0.217 มก.
  • วิตามินบี 6 0.046 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 9 8 ไมโครกรัม
  • วิตามินซี 29.1 มิลลิกรัม
  • แคลเซียม 33 มิลลิกรัม
  • เหล็ก 0.6 มก.
  • แมกนีเซียม 6 มิลลิกรัม
  • ธาตุฟอสฟอรัส 18 มก.
  • โพแทสเซียม 102 มก.
  • โซเดียม 2 มก. ที่มา : Wikipedia
ประโยชน์/สรรพคุณ
น้ำมะนาวมีคุณค่าสำหรับเพื่อการเป็นสารให้ความเปรี้ยว ผิวมะนาวมีกลิ่นหอมสดชื่นจากน้ำมันหอมระเหย มะนาวเป็นเครื่องปรุงรสของกินไทยที่ขาดเสียไม่ได้ เป็นส่วนประกอบรสเปรี้ยวหลักของน้ำพริก ตำส้ม ยำทุกชนิด ลาบและของกินไทยอีกอีกเยอะมาก ต่างแดนใช้มะนาวทั้งในอาหารคาวหวาน เช่น ในพายมะนาวของเมืองฟลอริด้า ประเทศอเมริกา
น้ำมะนาวเว้นเสียแต่ใช้แต่งรสเปรี้ยวในของกินหลาย ชนิดแล้ว ยังนำมาใช้เป็นเครื่องดื่ม ผสมเกลือ และน้ำตาล เป็นน้ำมะนาว ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีอีกทั้งในประเทศไทย รวมทั้งต่างแดนทั่วโลก ยิ่งกว่านั้นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมที่เป็นแอลกอฮอล์บางประเภทยังนิยมฝานมะนาวเป็นชิ้นบางๆทิ่มไว้กับขอบแก้ว เพื่อใช้แต่งรส
โดยภายในผลมะนาวมีน้ำมันหอมระเหยถึงร้อยละ 7 น้ำมะนาวก็เลยมีประโยชน์สำหรับใช้เป็นส่วนประกอบน้ำยาที่ใช้เพื่อการทำความสะอาด เครื่องหอม การบำบัดด้วยกลิ่น (aromatherapy) หรือน้ำยาที่เอาไว้สำหรับล้างจาน
นอกนั้นยังมีการใช้ประโยชน์จากมะนาวด้านอื่นๆอีกเป็นต้นว่า หุงข้าวให้ขาวและก็อร่อยขึ้น ด้วยการใช้น้ำมะนาวราว 2-3 ช้อนนำไปซาวข้าว  ทอดไข่ให้ฟูแล้วก็นุ่ม มะนาว 4-5 หยดจะช่วยได้  มะนาวช่วยลดเหม็นกลิ่นคาวจากปลาเมื่อประกอบอาหารและก็ทำให้ปลาคงจะรูปไม่เละ เมื่อใช้มีดผ่าปลี มีดจะมีสีม่วงคล่ำ ล้างออกลำบาก เอามาที่นาวที่ผ่าแล้วมาเช็ดตามใบมีด จะช่วยทำให้มีดสะอาดอย่างเดิม  การเชื่อมกล้วยหักมุกให้น่ารับประทาน เมื่อน้ำตาลเดือดเป็นยางมะตูมแล้ว ให้บีบมะนาวครึ่งส่วนลงไป จะช่วยให้กล้วยใส น่าอร่อยมากขึ้นเรื่อยๆ  มะนาว 2-3 ลูกใส่ไว้ในถังข้าวสารช่วยคุ้มครองมอดได้  ส่วนการเปลี่ยนแปลงรูปมะนาว มะนาวแปรรูปได้ ดังเช่นว่า น้ำมะนาวทำกับข้าว มะนาวแช่อิ่มตากแห้ง น้ำมะนาวเข้มข้น มะนาว ผง เครื่องดื่มผสมน้ำมะนาว แยมมะนาว เยลลีมะนาว แยมเปลือกมะนาว แยมนะทุ่งนาวดอง มะนาวดองเค็ม มะนาวหวาน กิมจ้อมะนาว เปลือกของมะนาวสามรส เปลือกมะนาวเส้นปรุงรส เปลือกของมะนาวเชื่อม เปลือกของมะนาวแช่อิ่ม มาร์มาเลดมะนาว เป็นต้น
ส่วนคุณประโยชน์ทางยานั้นระบุว่า แบบเรียนยาไทยผิวมะนาวจัดอยู่ใน “เปลือกส้ม 8 ประการ” ประกอบด้วย ผิวส้มเขียวหวาน ผิวส้มจีน ผิวส้มซ่า ผิวส้มโอ ผิวส้มตรังกานู ผิวมะงั่ว ผิวมะกรูด รวมทั้งผิวมะนาว (หรือผิวส้มโอมือ) มีสรรพคุณแก้ลมกองละเอียด กองหยาบ แก้เสมหะโลหะ ใช้ปรุงยาหอม แก้ทางลม
           นอกจากนี้บัญชียาจากสมุนไพร: ที่มีการใช้ตามองค์ความรู้เริ่มแรก ตามประกาศ คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา ปรากฏการใช้ผิวมะนาว ในยารักษาอาการทางระบบไหลเวียนโลหิต (แก้ลม) ปรากฏตำรับ”ยาหอมเทวดาจิตร” มีส่วนประกอบของผิวมะนาว อยู่ใน ”เปลือกส้ม 8 ประการ” ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆในตำรับ มีคุณประโยชน์ในการแก้ลมตาลาย แก้อาการหน้ามืด ลายตา ใจสั่น คลื่นเหียนอาเจียน อาเจียน แก้ลมจุกแน่นในท้อง
                ส่วนในทางการแพทย์แผนปัจจุบันกำหนดถึงคุณประโยชน์ของมะนาวว่า สารดี-ลิโมนิน (d-limonin) เป็นสารที่กระตุ้นให้เกิดความขมในน้ำมะนาว น้ำมันผิวมะนาว (lime oil) พบบ่อยรอบๆผิวเปลือกของมะนาวมีสารดี-ลิโมนิน เป็นส่วนประกอบหลักเกินกว่าร้อยละ 90 พบว่าน้ำมันผิวมะนาว มีคุณสมบัติปกป้องแล้วก็รักษามะเร็งหลากหลายประเภท
ชาวตะวันตกทั่วไปมักกินน้ำส้ม หรือน้ำจากผลพืชเชื้อสายส้ม เป็นต้นว่า ส้มโอ หรือมะนาว ประกอบกับอาหารมื้อเช้า น้ำผลไม้พวกนี้มีวิตามินซี และก็มีสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ (flavonoid) ประกอบด้วยสารเฮสเพอริดิน (hesperidin) รูทิน (rutin) และก็ท้องนาริงจิน (naringin) และก็ลิโมนิน เป็นฟลาโวนอยด์หลักของพืชเชื้อสายส้ม จากนี้จะเรียกสารกลุ่มนี้ว่าฟลาโวนอยด์ส้ม (citrus bioflavonoid)
สารกลุ่มฟลาโอ้อวดนอย์ส้มนี้มีรายงานด้านการแพทย์ตะวันตกว่าใช้เพื่อการรักษาไข้จับสั่น โรครูมาติเตียนสม์เรื้อรังและโรคเกาต์ ใช้เพื่อการปกป้องโรคเลือดออกตามไรฟัน ปกป้องการตกเลือดหลังคลอด แล้วก็ช่วยบรรเทาอาการระคายคอจากการติดเชื้อรวมทั้งโรคลักปิดลักเปิด ซึ่งโรคที่มีสาเหตุเนื่องมาจากการได้รับวิตามินซีในของกินน้อยเกินไป ซึ่งอาจส่งผลให้มีลักษณะของโรคเกิดขึ้นข้างใน 8-12 อาทิตย์ คนเจ็บมักมีอาการเหมือนป่วยไข้ เหน็ดเหนื่อย ง่วงซึม โลหิตจาง ปวดกล้ามเนื้อ เจ็บกระดูก มีแผลฟกช้ำดำเขียวหรือบวมง่าย มีจุดเลือดออกแดงๆตามผิวหนัง เกิดโรคทางปริฟัน เป็นแผลแล้วหายยาก อารมณ์ปรวนแปร หรือมีภาวการณ์ไม่มีชีวิตชีวา สำหรับคุณประโยช์จากน้ำมะนาวต่อโรคนี้ มีงานศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยแต่ก่อนที่ให้คนไข้โรคนี้รับประทานส้มกับมะนาวเหลือง พบว่าคนไข้สามารถฟื้นได้อย่างสมบูรณ์แล้วก็รวดเร็ว เมื่อเทียบกับคนเจ็บอีกกรุ๊ปที่รับประทานอาหารจำพวกอื่น ยิ่งไปกว่านี้ในน้ำมะนาวยังมีกรด citric ซึ่งมีรสเปรี้ยว จะกระตุ้นให้มีการขับน้ำลายออกมาทำให้เปียกแฉะคอ ก็เลยช่วยบรรเทาลักษณะของการเจ็บคอได้
ต้นแบบ/ขนาดวิธีใช้
อาการไอ  ระคายคอจากเสมหะใช้น้ำจากผลที่โตสุดกำลัง  เติมเกลือเล็กน้อย  จิบเป็นประจำหรือ จะทำน้ำมะนาวเพิ่มเกลือรวมทั้งน้ำตาลเล็กน้อย           อาการท้องอืดท้องอืด แน่นจุกเสียด   ใช้เปลือกผลสด 1/2-1 ผล ฝานเป็นชิ้นเล็กๆบางๆชงด้วยน้ำเดือด ปิดฝาทิ้งไว้ 5-10 นาที ดื่มแม้กระนั้นน้ำขณะมีลักษณะอาการ หรือหลังอาหาร 3 เวลาใช้มะนาว 1 ผล บีบเอาน้ำมะนาวมาชงกับน้ำร้อนดื่มหรือใช้มะนาวฝานบางๆจิ้มเกลือกินจะช่วยขับเสลดได้เช้าหลังจากที่ตื่นนอนขึ้นมาแล้ว ดื่มน้ำอุ่น 1 แก้ว บีบมะนาว 1/4 ผล (หรือใส่เกลือเล็กน้อย) จะช่วยบรรเทาท้องผูก แล้วก็ช่วยกำจัดสารพิษออกมาจากร่างกายน้ำมะนาวผสมผงกำมะถันใช้ทาก่อนนอน แก้อาการขี้กลาก โรคเกลื้อน หิดใช้น้ำมะนาวทาที่ตุ่มคัน ทิ้งเอาไว้ให้แห้ง ล้างน้ำสบู่แล้วถูให้แห้ง แล้วใช้แป้งทาตุ่มคัน แก้น้ำกัดเท้าในด้านความงาม ผลัดเซลล์ผิว ลดรอยด่างดำ ใช้น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผสมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน ทาให้ทั่วบริเวณใบหน้า ทิ้งเอาไว้สักประเดี๋ยว ล้างออกโดยการใช้นำที่สะอาดแล้วดูดซึมให้แห้ง ทำอาทิตย์ละครั้ง ผิวหน้าจะดูแจ่มใส หรือใช้น้ำมะนาวผสมน้ำแช่อาบใช้สำหรับการแก้ไข้ทับระดู ด้วยการเอาใบมะนาวราวๆ 100 ใบมาต้มรับประทานช่วยแก้ลิ้นเป็นฝ้า ด้วยการใช้สำลีชุบน้ำมะนาวถูที่ลิ้นวันละ 2-3 ครั้ง
การเรียนรู้ทางเภสัชวิทยา การเรียนรู้สัตว์ทดลองในหนู พบว่าเมื่อให้สารเฮสเพอริดินซึ่งเป็นฟลาโวนอยด์หลักจากเปลือกในพืชเชื้อสายส้มกับหนูไขมันสูง ส่งผลเพิ่มไขมันที่ดี (เอชดีแอล-คอเลสเตอรอล) ลดไขมันไม่ดี (แอลดีแอล-คอเลสเตอรอล) ลดจำนวนไขมันรวมแล้วก็ไตรกลีเซอไรด์ ในหนูดังที่กล่าวมาข้างต้น และก็ส่งผลลดความดันเลือดรวมทั้งขับฉี่ในหนูความดันสูง การทดลองในห้องปฏิบัติในแคนทุ่งนาดาการพบว่า ฤทธิ์ดังที่กล่าวถึงมาแล้วของฟลาโวนอยด์ส้มมีต้นเหตุมาจากผลการกระตุ้นรูปแบบการทำงานของยีนรีเซปเตอร์ไขมันไม่ดี (แอลดีแอล) ในตับในตำแหน่งที่ควบคุมโดยสเตอรอคอยล (sterol regulatory element, SRE)
ในสหรัฐฯ งานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยในสัตว์ทดสอบพบว่า ฟลาโวนอยด์ส้มสองกรุ๊ป อย่างเช่นกรุ๊ปเฮสเพอริดิน แล้วก็กลุ่มโพลีมันข้นทอกสิเลตฟลาโม้น (PMFs) มีฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอลในพลาสม่าของสัตว์ทดลอง ซึ่งเกื้อหนุนผลของงานวิจัยในหนูถีบจักรของแคนาดา
สาธารณรัฐประชาชนจีน งานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยพบว่า ท้องนาริงจิน และเฮสเพอริดินซึ่งเป็นฟลาโวนอยด์ส้มมีฤทธิ์กระตุ้นลักษณะการทำงานของยีนอะดีโพเนกทิน (adiponectin) ซึ่งเป็นยีนสำคัญในเมตาบอลิซึมของกลูโคสแล้วก็ไขมันที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพลัคอุดตันของหลอดเลือดและก็ขั้นตอนการอักเสบ ผลการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้ารวมทั้งการวิจัยบอกว่าฟลาโวนอยด์ส้มทั้งยัง 2 ชนิดแสดงผลต้านทานการเกิดพลัคโดยกระตุ้น perovisome proliferator-activated receptor (PPAR) รวมทั้งยีนอะดีโพเนกทินในเซลล์ไขมันอะดีโพไซต์
นอกเหนือจากนี้ สารทั้งสองยังมีฤทธิ์เอสโทรเจนอย่างอ่อน ส่งผลต่อการสร้างไนตริกออกไซด์ในเซลล์ฝาผนังเส้นเลือดผ่านการกระตุ้นรีเซปเตอร์ของเอสโทรเจน จึงมีฤทธิ์คุ้มครองป้องกันการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจ ส่งผลให้เกื้อหนุนการกินมะนาว และก็ฟลาโวนอยด์ส้มเพื่อลดจำนวนคอเลสเตอรอลในเลือด คุ้มครองปกป้องโรคเส้นโลหิตหัวใจ โดยเฉพาะในหญิงวัยทอง
งานศึกษาวิจัยหนึ่งพบว่า น้ำมะนาวเข้มข้น (concentrated lime juice, CLJ) มีฤทธิ์กระตุ้นเซลล์โมโนนิวเคลียร์ในระบบภูมิต้านทาน รวมทั้งโปรตีนในน้ำมะนาวเข้มข้นมีฤทธิ์ต่อต้านการแบ่งตัวของเซลล์ของโรคมะเร็ง การศึกษาในห้องแลปในมลรัฐเท็กซัสและก็แคลิฟอเนีย อเมริกาพบว่า สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ส้มมีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นพอประมาณ แต่ต่ำลงมากยิ่งกว่าฟลาโวนอยด์ในพืชเครือญาติขิง มีบทความทางการแพทย์พูดว่า ฟลาโวนอยด์ส้มยับยั้งการเจริญของเซลล์ของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ปอด โพรงปาก กระเพาะ และก็โรคมะเร็งเต้านมจากการทดลองในห้องทดลองแล้วก็ในสัตว์ทดสอบหลายประเภท แต่ว่ายังไม่เจอผลการศึกษาทางคลินิก
ส่วนฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของมะนาวที่เกี่ยวกับแก้เจ็บคอมีดังนี้  ฤทธิ์ต้านทานเชื้อแบคทีเรีย มีการทำการวิจัยผลของทั้งยังน้ำมันหอมระเหยและก็สารสกัด พบว่า น้ำมันหอมระเหยมีฤทธิ์ยั้งเชื้อ Bacillus cereus และ E. coli สารสกัด 80% เอทานอลจากเปลือกผิว มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus และ Bacillus cereus สารสกัดจากเม็ดมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ Bacillus subtilis, E. coli. Pseudomanas cichorii แล้วก็ Salmonella typhimurium สารสกัดเอทานอลจากส่วนกิ่ง (branches) ความเข้มข้น 20 มิลลิกรัม/มล. ไม่มีฤทธิ์ยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus, Bacillus subtilis รวมทั้ง Streptococcus faecalis
การเล่าเรียนทางพิษวิทยา การทดลองความเป็นพิษ  เมื่อให้น้ำสกัดจากใบมะนาวทางปาก หรือฉีดเข้าใต้ผิวหนังหนูเม้าส์ ด้วยขนาด 10 กรัม/กิโลน้ำหนักตัว (เทียบเท่ากับ 1,852 เท่าของขนาดที่ใช้ในคน) ไม่พบความไม่ดีเหมือนปกติอะไรก็แล้วแต่เมื่อป้อนสารสกัดรากมะนาวด้วยน้ำครั้งเดียวทางปาก ในขนาด 5 กรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว ให้หนูแรทไม่พบว่าเป็นพิษทั้งยังแบบกะทันหันและครึ่งเรื้อรัง แต่พบว่าในหนูที่ได้รับสารสกัด 1.2 กรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว/วัน  มีเอ็นไซม์ในตับเพิ่มขึ้นแม้กระนั้นยังอยู่ในตอนปกติ และไม่เจอความแปลกของอวัยวะภายใน  ส่วนสารสกัดจากเปลือกผิวมะนาวส่งผลยั้งฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์  รวมทั้งการทดลองฤทธิ์เคืองโดยกรรมวิธีการ Patch test พบว่าสารสกัดจากมะนาวได้ผล positive
ข้อเสนอแนะ/ข้อควรคำนึง

  • การทาน้ำมันมะนาวลงบนผิวหนังโดยตรงบางทีอาจไม่ปลอดภัยในคนที่มีผิวหนังแพ้ง่าย ที่สามารถนำมาซึ่งการทำให้ผิวหนังไวต่อแสงอาทิตย์อย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวออกจะขาว หลังจากการใช้น้ำมันมะนาวทาลงผิวหนังควรต้องทาโลชั่นสำหรับกันแดดแล้วก็สวมเสื้อผ้ามิดชิดเพื่อป้องกันก่อนออกไปพบเจอกับแสงอาทิตย์
  • รสเปรี้ยวของมะนาวอาจจะเป็นผลให้เกิดท้องเสียหรือท้องเสียได้ถ้าหากรับประทานมากจนเกินไป
  • หลังจากกินน้ำมะนาวแล้วไม่ควรแปรงฟันทันทีเพราะเหตุว่าอาจส่งผลให้สารเคลือบฟันตามธรรมชาติหลุดได้
  • แม้ดื่มหรือรับประทานมะนาวบ่อยๆรวมทั้งเป็นระยะเวลานานต่อเนื่องกันอาจส่งผลให้ฟันผุร่อนได้
  • คนที่มีภาวการณ์โลหิตจางไม่สมควรรับประทานมะนาว เพราะเหตุว่ารสเปรี้ยวจะไปกัดฟอกเลือดนำมาซึ่งการก่อให้เกิดอันตรายได้
  • ยาบางจำพวกที่จะถูกเปลี่ยนด้านในตับ โดยมะนาวบางทีอาจส่งให้ช่วงเวลาสำหรับการเปลี่ยนรูปของยากลุ่มนี้ต่ำลง การกินน้ำมะนาวขณะกินยาบางชนิดที่เปลี่ยนรูปในตับก็เลยอาจจะเป็นผลให้มีผลใกล้กันมากยิ่งขึ้น ได้แก่ ยาคีโตโคนาโซล (Ketoconazole) ไอทราโคนาโซล (Itraconazole) เฟกโซเฟนาดีน (Fexofenadine) ไตรอาโซแลม (Triazolam) โดยเหตุนั้น ก่อนรับประทานมะนาวควรจะปรึกษาหมอเกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่ด้วย
เอกสารอ้างอิง

  • วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม. 2536. พจนานุกรมสมุนไพรไทย. กรุงเทพ ฯ : พิมพ์ครั้งที่ 2, สำนักพิมพ์สุริยบรรณ.
  • รวี เสรฐภักดี.2553.คู่มือประกอบการฝึกอบรมโครงการปลูกมะนาวและการผลิตมะนาวนอกฤดู:การสร้างสวนไม้ผลยุคใหม่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน.นครปฐม
  • Sethpakdee, R. 1992. Citrus aurantifolia (Christm. & Panzer) Swingle . In: L.P.A. Oyen and Nguyen Xuan Dung (Editors): Plant Resourses of South-East Asia No 2. Edible fruits and nuts. Prosea Foundation, Bogor, Indonesia. pp. 126-128.
  • รศ.สุธาทิพ ภมรประวัติ.มะนาว ลดคลอเรสเตอรอลป้องกันโรคหลอดเลือด.นิตยสารหมอชาวบ้าน.เล่มที่354.คอลัมน์บทความพิเศษ.ตุลาคม.2551.
  • มะนาว.ฐานข้อมูลเครื่องยาคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีธิราภา แสนเสนา นพดล กิตติวราฤทธิ์ มาลิน จุลศิริ รุ่งระวี เติมศิริฤกษ์กุล. ฤทธิ์ต้านเชื้อและฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์ของสารสกัดจากผิวผลพืชตระกูลส้ม. โครงการพิเศษ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, 2536.
  • มะนาว.สมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล http://www.disthai.com/
  • อรรถศิษฐ์  วงศ์มณีโรจน์.2553.คู่มือประกอบการฝึกอบรมโครงการปลูกมะนาวและการผลิตมะนาวนอกฤดู ดินและปุ๋ยสำหรับการปลูกมะนาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน.นครปฐม.ไม้ผลเศรษฐกิจ.ฉบับที่102(251)/2552.วารสารเมืองไม้ผล.เทคนิคการปลูกมะนาวพันธุ์แป้นเกษตรดกพิเศษให้ออกในช่วงฤดูแล้ง.88-93 น.
  • Prabuseenivasan, S. et al. 2006. Invitro antibacterial activity of some plant essential oils. BMC Complement Altern Med 30(6):39
  • ประโยชน์ของมะนาวต่อการรักษาโรคไ