ผู้เขียน หัวข้อ: เคล็ดลับเลือกโปรแกรมบัญชีให้เข้ากับกิจการของคุณ  (อ่าน 5 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

พฤศจิกายน 04, 2018, 02:07:30 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3199
    • ดูรายละเอียด

ปัจจุบันนี้ SME หลายกิจการต่างค้นหาแนวทางที่จะสร้างความสามารถในธุรกิจและลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลงเท่าที่จะทำได้ เพื่อสามารถแข่งขันและรอดชีวิตในยุคที่การค้าขายซบเซาเช่นในเวลานี้ การเปลี่ยนมาใช้ ซอฟแวร์โปรแกรมบัญชีอีกรูปแบบหนึ่งที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แม้กระนั้นซอฟแวร์มีมากมายหลายตัวแทน จะซื้ออย่างไรจึงจะคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป เราจึงอยากขอชี้ช่องทางข้อควรตรวจสอบเพื่อเป็นแนวทางให้คุณเลือกโปรแกรมบัญชีที่เหมาะสมกับธุรกิจของท่าน ดังต่อไปนี้ครับ

1.ประเภทอุตสาหกรรม
ธุรกิจของคุณอยู่ในอุตสาหกรรมไหน เป็นร้านขายย่อย กลุ่มผู้ผลิต หรือกิจการทางด้านงานบริการ ซึ่งแต่ละประเภทอุตสาหกรรม ก็มีรูปแบบการทำบัญชีที่แตกต่างกัน ขณะเดียวกันนักพัฒนา softwareจะพัฒนาโปรแกรมบัญชีให้ลงตัวกับแต่ละประเภทธุรกิจ อย่างไรก็ตาม โปรแกรมบัญชีทั่วไปก็สามารถใช้งานได้ดีกับอุตสาหกรรมหลายๆ ชนิดเหมือนกัน แต่ถ้าท่านอยากได้โปรแกรมบัญชีที่มีรูปแบบการใช้งานเหมาะสมกับธุรกิจท่าน หรือมีส่วนปลีกย่อยพิเศษสำหรับอุตสาหกรรมบางแบบ เช่น ธุรกิจก่อสร้าง โรงงานผลิต และศูนย์กระจายสินค้า ควรจ้างโปรแกรมเมอร์มาดีไซน์โปรแกรมบัญชีเฉพาะสำหรับกิจการท่านจะดีกว่า
2.ขนาด ธุรกิจ
รายละเอียดของการบันทึกบัญชีจะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของ กิจการ คุณเลือกใช้โปรแกรมบัญชีทั่วไป ที่สามารถใช้งานได้กับ กิจการที่มียอดจำหน่าย 1 ล้านบาทต่อปี แต่ถ้าธุรกิจมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น มีความซับซ้อนทางบัญชีเพิ่มขึ้น โปรแกรมบัญชี ทั่วๆ ไป อาจจะไม่สามารถรองรับระบบได้ ดังนั้นควร ซื้อให้เข้ากับขนาด และสามารถที่จะอัพเกรดวางแผนเผื่ออนาคตไว้ด้วย
3.ความต้องการในการใช้งาน
ก่อนการ ตัดสินใจเลือกซื้อโปรแกรมบัญชีออนไลน์ควรซักถามว่ามีฟังก์ชั่นหรือโมดูลอะไรที่ธุรกิจท่านจำเป็นต้องใช้งาน ควรลิสความต้องการ คุณลักษณะ หรือรูปแบบการใช้งานออกมาเป็นเรื่องๆ เสียก่อน บางกิจการอาจจะอยากได้การใช้งานที่ไม่ยาก หน้าต่างโปรแกรมไม่ซับซ้อน ขณะที่ร้านค้าอื่นอาจจะต้องการอินเตอร์เฟสในการชำระเงินผ่านเว็บไซต์ หรือการใช้เครดิตการ์ด หรือการจัดการสินค้าคงคลัง หรือสร้างปรับเปลี่ยนใบอินวอยซ์ เองได้ ดั้งนั้นควร เลือกโปรแกรมบัญชีที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานเหล่านี้ได้ และลงตัวกับธุรกิจคุณ อย่าเสียเงินให้กับฟังก์ชันที่ไม่จำเป็น
4.การดูแลและให้คำปรึกษา
ในเวลาที่คุณมีปัญหาใช้งานโปรแกรมบัญชี บริษัท software สามารถให้บริการให้คำปรึกษา แก้ปัญหาได้รวดเร็วเพียงใด ติดต่อได้ง่ายสะดวก น่าไว้วางใจหรือไม่ มีศูนย์ดูแลในพื้นที่หรือไม่ และที่สำคัญบริษัทเหล่านั้น มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านไอที บัญชี คอยให้คำปรึกษาท่านหรือไม่ โดยรายละเอียดเหล่านี้สามารถ ค้นหา จากอินเตอร์เน็ต หรือซักถามธุรกิจที่อยู่อยู่ใกล้ๆ กันดูได้
5.งบในการซื้อ
งบประมาณจะเป็นประเด็นที่ค่อนข้างสำคัญต่อการ ตัดสินใจเลือกโปรแกรมบัญชี โดยโปรแกรมบัญชีทั่วๆ ไปจะมีมูลค่าที่ไม่สูงมากนัก แต่ถ้าท่านอยากได้โปรแกรมบัญชีรูปแบบเฉพาะที่ออกแบบฟังก์ชันการใช้พิเศษ ท่านคงต้องลงทุนสูงกว่าแน่นอน และก่อนจะตัดสินใจซื้อโปรแกรมบัญชีควรทำการวิเคราะห์ความคุ้มค่าออกมาเป็นตัวเลข เพื่อให้แน่ใจว่าท่านไม่ได้จ่ายค่าโปรแกรมบัญชีแพงเกินจริง หรือไม่คุ้มค่ากับการใช้งาน
6.โปรแกรมบัญชีบริษัทตัวแทนให้ทดลงใช้ฟรีหรือไม่
จะดีมากถ้าท่านได้รับโปรแกรมบัญชีใช้งานฟรีก่อนที่จะซื้อจริง เพราะจะสามารถเห็นแง่มุมต่างๆ ทั้งเรื่องความสะดวกในรูปแบบต่างๆ อุปสรรคที่พบ การใช้งานฟังก์ชันระบบต่างๆ เหมาะสมหรือไม่ เพราะฉะนั้น ก่อน เลือกซื้อซื้อไต่ถามกับบริษัทซอฟแวร์ว่ามีระยะเวลาทดลองฟรีหรือไม่ โดยปรกติจะให้ใช้ฟรี 1-2 ปี ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากทีเดียว
ท้ายสุดแล้วควรไต่ถามกิจการอื่นๆ ที่ท่านรู้จักเกี่ยวกับโปรแกรมบัญชีที่ที่อยู่ในลิส อย่างน้อย 3 ที่ ควรไต่ถามเกี่ยวกับอุปสรรคการใช้งาน พบปัญหาอะไรหรือไม่ สิ่งที่ควรจะปรับปรุง หรือการบริการซับพอร์ทของบริษัทซอฟแวร์น่าประทับใจหรือไม่ ทั้งนี้หากเป็นไปได้ควรเลือกซื้อโปรแกรมบัญชีที่เป็นที่นิยม มีผู้ใช้จำนวนมาก ซึ่งได้รับการยืนยันว่าเป็นโปรแกรมที่ดี ไม่มีปัญหามาก

เครดิตบทความจาก : http://peakaccountonline.blogspot.com/2015/07/online.html

Tags : โปรแกรมบัญชีออนไลน์