ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่อการเช่าสิ้นสุดใครมีสิทธิในบ้านที่สร้างในระหว่างเช่า  (อ่าน 2 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

พฤศจิกายน 17, 2018, 02:53:59 AM
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 97
    • ดูรายละเอียด

                การเช่าที่ดินเพื่อทำธุรกิจในระยะยาว เมื่อมีการก่อสร้างตึก สำนักงาน หรือแม้จะปลูกบ้านลงไปในที่ดินแล้ว ต่อมาเมื่อการเช่าสิ้นสุดลง ก็เลยมีคำถามที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นว่า ผู้ใดกันแน่จะเป็นเจ้าของตึก ตึก สำนักงาน หรือ บ้านที่ผู้เช่าได้ปลูกสร้าง ในมุมของผู้ให้เช่ายอมต้องรู้สึกว่า ในเมื่อมีการก่อสร้างในที่ดินของผู้ให้เช่าแล้ว อาคาร ตึก สำนักงาน หรือบ้าน ย่อมเป็นของผู้ให้เช่าโดยเป็นส่วนควบของที่ดินที่เช่า ในมุมของผู้เช่าก็เห็นว่า ผู้เช่าได้ใช้สิทธิเช่าเพื่อมาสร้าง อาคาร อาคาร สำนักงานหรือบ้าน ในระหว่างที่เช่า จึงการปลูกสร้างตึก ตึก ที่ทำการหรือ บ้านโดยมีสิทธิ สิ่งก่อสร้างดังกล่าวจึงเป็นของผู้เช่า นอกจากนั้น ยังมีประเด็นตามว่า ผู้เช่าจำต้องออกมาจากที่ดินที่เช่าไหม จึงมีการฟ้องร้องคดีกันระหว่างผู้เช่ากับผู้ให้เช่า โดย ศาลได้ตัดสินแล้วว่า สิ่งก่อสร้างของผู้เช่า เป็นของผู้เช่าไม่เป็นของผู้ให้เช่า แม้กระนั้นผู้เช่าจำต้องรื้อถอนออกไปจากที่ดินที่เช่า รวมทั้งประเด็นต่อมา ผู้เช่าต้องออกจากที่ดินที่เช่า รวมทั้งการที่ผู้เช่าอยู่ในที่ดินที่เช่านับตั้งแต่เวลาสิ้นสุดระยะเวลาเช่าแล้ว ย่อมเป็นการอยู่โดยละเมิดสิทธิของผู้ให้เช่า โดยเหตุนั้น ผู้เช่าจำต้องชดเชยค่าเสียหายให้แก่ผู้ให้เช่า รวมทั้งออกมาจากที่ดินของผู้ให้เช่า ข้อสรุปมี
                คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4260/2550 เดิมที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของ ท. ต่อมาผู้จัดการมรดกของ ท. ได้ทำสัญญาให้ ธ. เช่าที่ดินมีกำหนด 20 ปี การที่ ธ. ปลูกสร้างตึกแถวลงบนที่ดิน จึงไม่ถือว่าเป็นส่วนควบกับที่ดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 146 โจทก์ซื้อที่ดินมาจากผู้จัดการมรดกของ ท. ระหว่างอายุสัญญาเช่า โจทก์จึงไม่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตึกแถว แต่เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าที่ดิน ธ. ย่อมหมดสิทธิในที่ดินต้องรื้อถอนตึกแถวออกไป เว้นแต่ ธ. ยินยอมให้ตึกแถวตกเป็นของโจทก์ ตึกแถวย่อมกลายเป็นส่วนควบของที่ดินและตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ตามมาตรา 144 วรรคสอง เมื่อโจทก์ได้รับมอบสิทธิในตึกแถวแล้ว ตึกแถวย่อมกลายเป็นส่วนควบของที่ดินและตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ตามมาตรา 144 วรรคสอง แต่ ธ. ซึ่งเป็นเจ้าของตึกแถวไม่มีอำนาจให้เช่าห้องพิพาทเกินกำหนดระยะเวลาการเช่าที่ดิน เมื่อสัญญาเช่าที่ดินครบกำหนดแล้ว ระยะเวลาการเช่าห้องพิพาทส่วนที่เกินกว่านั้นย่อมไม่ตกมายังโจทก์ตามมาตรา 569 เมื่อโจทก์ไม่ประสงค์ที่จะให้จำเลยอยู่ในห้องพิพาทอีกต่อไป แต่จำเลยไม่ยอมออกไป จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย
                ด้วยเหตุนี้ จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าเช่นไรผู้ให้เช่าผู้เป็นเจ้าของที่ดินย่อมมีสิทธิเหนือที่ดินตามหลักกรรมสิทธิ์ บุคคลภายนอกย่อมไม่มีสิทธิ์ดีมากยิ่งกว่าเจ้าของที่ดิน
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทนายความเชียงใหม่

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : https://www.นพนภัสทนายความเชียงใหม่.com/

Tags : ทนายความเชียงใหม่,ทนายความเชียงใหม่,ทนายเชียงใหม่