ผู้เขียน หัวข้อ: 10 อันดับการ์ตูนมังงะที่ต้องหามาอ่านสักครั้งในชีวิต  (อ่าน 80 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

เมษายน 07, 2017, 10:23:36 AM
  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 297
    • ดูรายละเอียด

ก่อนอื่น! ต้องขอทำความเข้าใจกันสักนิดเผื่อว่าจะมีใครงง… มังงะ ที่เรากำลังพูดถึงนี้หมายถึง หนังสือการ์ตูน ส่วนที่เราเห็นตัวการ์ตูนขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวปล่อยพลังใส่กันเป็นฉากๆ มีเสียงคนพากย์เพิ่มอรรถรสความเมามันส์แบบนั้นคือ อนิเมะ ส่วนมากแล้วการ์ตูนเรื่องนึงมักมีทั้งมังงะและอนิเมะ ใครชอบแบบไหนเลือกรับชมกันตามสะดวก และก็อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า วันนี้จะพูดถึง มังงะ ลองมาดู 10 อันดับการ์ตูนมังงะที่ต้องหามาอ่านสักครั้งในชีวิต จะแจ่มแจ๋วขนาดไหนอย่าได้พลาดเชียว!

10. HunterxHunter


การ์ตูนมังงะที่เข้ามาในอันดับ 10 คือเรื่อง ฮันเตอร์ ฮันเตอร์ ที่เขียนโดย โยชิฮิโร โตกาชิ เป็นเรื่องราวการผจญภัยของ กอร์น ฟรีคส์ เด็กชายที่ออกตามหา จิน ฟรีคส์ ผู้เป็นพ่อ และมีความใฝฝันจะเป็นฮันเตอร์ตามรอยพ่อเช่นกัน เรื่องราวระหว่างการเดินทางของเด็กชายคนนี้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้างต้องไปอ่านกันดู ว่าแต่การ์ตูนเรื่องนี้…เขียนมากี่ปีแล้วนะ?

9. Berserk


เบอร์เซิร์ก ที่เขียนโดย เคนทาโร่ มิอุระ เรื่องราวของ กัซ นักดาบในยุคกลางที่เข้าร่วมสงคราม และเข้าร่วมต่อสู้กับพระเจ้า อันดับการ์ตูนมังงะเรื่องนี้มีเนื้อหาค่อนข้างรุนแรง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการ์ตูนที่มียอดขายถล่มทลายอยู่ในอันดับต้นๆ เช่นกัน

8. Slam Dunk


การ์ตูนที่ปลุกกระแสกีฬาบาสเก็ตบอลได้เป็นอย่างดี! สแลมดังก์ เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นเขียนโดย ทาเคฮิโกะ อิโนอุเอะ เรื่องราวของกีฬา ความรัก และพองเพื่อน ความน่าประทับใจเหล่านี้ไม่แปลกหรอก ที่เรื่องนี้จะเป็นการ์ตูนขวัญใจของใครหลายๆ คน

7. Fullmetal Alchemist


ฟูลเมทัลอัลเคมิสต์ หรือชื่อไทยว่า แขนกล คนแปรธาตุ เรื่องราวของสองพี่น้อง เอ็ดเวิร์ด และ อัลฟองเซ เอลริค ที่ศึกษาวิชาต้องห้ามอย่างการเล่นแร่แปรธาตุ เป็นการ์ตูนที่เขียนขึ้นโดย ฮิโระมุ อาราคาวะ เป็นมังงะที่อัดแน่นไปด้วยการต่อสู้สุดมันส์ แถมยังซ่อนฉากเรียกน้ำตาเอาไว้มากมายอีกด้วย

6. Fairy Tail


การ์ตูนแนวแฟนตาซีที่เขียนโดย ฮิโระ มาชิม่า เล่าถึงเรื่องราวความป่วน การต่อสู้ และการผจญภัยของเหล่าจอมเวทย์แห่งกิลด์ แฟรี่เทล การพบกันระหว่าง ลูซี่ หญิงสาวผู้มีความสามารถในการอัญเชิญเทพแห่งดวงดาว กับ นัตสึ บุตรบุญธรรมของมังกรอิกนีล ผู้สามารถใช้ไฟ ทั้งสองคนได้ร่วมต่อสู่กับจอมเวทย์คนอื่นๆ จนนำไปสู่เรื่องราวความสนุกสนาน ณ ที่แห่งนี้

5. Bleach


เทพมรณะ การ์ตูนชื่อดังผลงานการสร้างสรรค์ของ คุโบะ ไทเทะ เรื่องราวของ คุโรซากิ อิจิโกะ นักเรียนมัธยมปลายผู้สามารถมองเห็นวิญญาณ ได้พบกับยมฑูตนามว่า คุจิกิ ลูเคีย แล้วเรื่องราวความสนุกสุดมันส์ในการเป็นยมฑูตของอิจิโกะก็ได้เริ่มขึ้น

4. Death Note


การ์ตูนแนวลึกลับ ผลงานเขียนเรื่องของ สึงุมิ โอบะ และวาดภาพโดย ทาเคชิ โอบาตะ เรื่องราวของยางามิ ไลท์ เด็กนักเรียนมัธยมปลายระดับหัวกะทิที่ได้พบกับสมุดเดธโน้ตของยมฑูต ลุค ที่สามารถฆ่าคนได้เพียงเขียนชื่อคนๆ นั้นลงในสมุดบันทึกเล่มนั้น ความเข้มข้นของเนื้อหา การหักมุม และมุขตลกร้ายที่แฝงอยู่ในเรื่องนำให้การ์ตูนเรื่องนี้กลายเป็นที่สนใจทั้ง มังงะ และอนิเมะเลยทีเดียว

3. Dragon Ball


ชาลา-เฮด-ชาลา เรื่องราวของการออกตามหาดราก้อนบอลให้ครบ 7 ลูก เพื่อขอพรหนึ่งข้อจากเทพเจ้ามังกร เป็นผลงานการเขียนของ โทริยาม่า อากิระ พูดถึงเรื่องนี้แล้ว… คงไม่มีใครไม่รู้จักการ์ตูนเรื่องนี้หรอกเนอะ เรียกได้ว่าหลายคนโตมากับการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องนี้เลยล่ะ

2. Naruto


นินจาจอมคาถานารูโตะ เรื่องราวของเด็กหนุ่ม อุซึมากิ นารูโตะ ผู้มีปีศาจจิ้งจอกเก้าหางถูกผนึกไว้ในตัว! เขียนโดย มาซาชิ คิชิโมโตะ มังงะเรื่องนี้สร้างความสนุกให้กับผู้ชมมายาวนานกว่า 15 ปี จริงๆ แล้วเรื่องอื่นอาจจะนานกว่าอีก เพียงแต่เรื่องนี้เหล่าแฟนๆ ของนินจาหน้าแมวได้รับชมตอนจบกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วน่ะสิ แถมตอนนี้ยังมีภาคต่อของลูกชายนารูโตะออกมาแล้ว ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าจะสนุกสนานได้เท่ารุ่นพ่อรึเปล่า

1. One Piece


“ฉันจะเป็นราชาโจรสลัดให้ได้เลย!” ประโยคที่ตัวเอกของเรื่องอย่าง กัปตันกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง มังกี้ ดี ลูฟี่ พูดไว้อยู่เสมอ เรื่องราวการผจญภัยในยุคทองของโจรสลัดที่ออกตามล่าหา วันพีช เขียนโดย เออิจิโร่ โอดะ จัดว่าเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังที่มีแฟนคลับมากที่สุดในโลกอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว ถ้านับเวลานี่ก็ปาเข้าไป 17 ปีแล้วยังไม่มีวี่แววว่าจะจบ…ได้ข่าวแว่วๆมา(อีกละ) ว่านักวาดเขาวางแผนตอนจบไว้อีก 10 ปีข้างหน้า…สู้ต่อไปนะลูฟี่ และแฟนคลับวันพีชทั้งหลาย

สุดยอดไปเลยนะเนี่ย! การ์ตูนมังงะแต่ละเรื่องนี่แทบจะเป็นตำนาน ที่เราบอกว่าต้องหามาอ่านสักครั้งในชีวิตก็เพราะไม่อยากให้คุณพลาด! เรื่องราวความสนุกครบรส กินใจแบบนี้ไง ชอบแนวไหนไปหาอ่านกันดู

ขอขอบคุณที่มาจาก daily.rabbit.co.th/การ์ตูนห้ามพลาด
กันยายน 11, 2017, 11:47:32 AM
ตอบกลับ #1
  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 297
    • ดูรายละเอียด

ประวัติศาสตร์กำแพงเมืองจีน (The Great Wall of China)



ประเทศจีนที่ซึ่งประวัติศาสตร์และตำนานสอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ จนบางครั้งมันเกือบเป็นไปไม่ได้ที่จะแยกเรื่องจริงออกจากนิทานในดินแดนที่สสารไม่จีรัง เหมือนหมอกยามเช้าในหุบเขาลุ่มแม่น้ำเหลือง กองหินมหึมาที่เรียกว่ากำแพงเมืองจีน โผล่ขึ้นมาจากพื้นดินทันทีทันใดเหมือนมังกรหลับใหล หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของยุคโบราณและโลกปัจจุบัน ประวัติศาสตร์ของมันถูกห้อมล้อมด้วยเรื่องเล่าขานของเหตุการณ์นองเลือดและความบ้าคลั่ง มันถูกกล่าวว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้นที่ยาวที่สุดในโลก มังกรหินขนาดมหึมาที่ขนาดของมันไม่เพียงแต่น่าเกรงขาม แต่ยังเป็นแนวคิดของมันเอง มันเป็นการเปลี่ยนสัญลักษณ์ของความอัปยศ ความขัดแย้งของชาติ เป็นหลักการทางจิตวิทยาและวัฒนธรรมของประเทศจีนสมัยใหม่ด้วย

กำแพงเมืองจีนกลายเป็นสัญลักษณ์อย่างไม่เป็นทางการของประเทศจีนในปี 1972 เมื่อประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน เดินเข้าไปในระหว่างการเยือนเพื่อเปิดสัมพันธ์ทางการฑูตกับประเทศจีน เขากล่าวว่า "ผมคิดว่าคุณต้องพูดได้ว่า มันต้องเป็นกำแพงอันยิ่งใหญ่ ถูกสร้างโดยคนของประเทศที่ยิ่งใหญ่" แต่ชาวจีนเองไม่รู้สึกภูมิใจกับมันเสมอไป มุมมองเดิมของจีนต่อกำแพงก็คือพวกเขาคิดว่า มันเป็นสัญลักษณ์ของรัฐบาลที่กดขี่ ความอ่อนแอทางทหารและความไร้ประโยชน์ มันเป็นสัญลักษณ์ของการทนทุกข์ของชาวจีนภายใต้การปกครองแบบกดขี่ มันเริ่มขึ้นที่บริเวณภูเขาบรรจบกับทะเล ที่ชางไห่กวนและทอดยาวผ่านภาคเหนือของจีนไปจรดขอบทะเลทรายโกบี ก่อให้เกิดระบบที่เรียกว่ากำแพงยาวซึ่งกินระยะทางหลายพันไมล์ของดินแดนจีน และความสง่างามของมันได้รับการเฉลิมฉลองอย่างกว้างขวางทั้งในนิทานและในตำนาน

ถึงกระนั้นโลกตะวันตกก็ไม่ได้รับรู้ถึงการปรากฏอยู่ของกำแพงเมืองจีนเป็นเวลากว่า 1,500 ปี ที่ไม่น่าเชื่อก็คือ มันไม่ปรากฏอยู่ในภาพวาดของจีนสมัยนั้น หรือในบันทึกของมาโคโปโลตอนที่เขามาประเทศจีนในศตวรรษที่ 13 ในความเป็นจริงชาวจีนไม่ได้เรียกมันว่ากำแพงอันยิ่งใหญ่ จนกระทั่งศตวรรษที่ 20 ที่โลกตะวันตกหลงใหลมันจนตั้งชื่อนี้ให้ ในตอนต้นของศตวรรษที่ 20 เริ่มมีแนวคิดแบบตะวันตกที่สถาปนาให้กำแพงเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของประเทศจีน และชาวจีนก็ยอมรับแนวคิดนี้ เพื่อให้มันกลายเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมสมัยใหม่ของประเทศจีน

ในปี 1908 นักเขียนและนักผจญภัย วิลเลี่ยม เอดการ์ กิล (William Edgar Geil) กลายเป็นชาวอเมริกันคนแรกที่เดินทางตลอดแนวกำแพง ข้อสังเกตของเขาเป็นคำเชื้อเชิญมากกว่าคำชมเชย และคำประกาศอันน่าอับอายของเขาถูกนำมากล่าวซ้ำจนถึงปัจจุบันว่า "กำแพงเมืองจีนคือสัญลักษณ์แห่งยุคทองของจีน มันยาว 1,700 ไมล์ และเป็นสิ่งก่อสร้างฝีมือมนุษย์ที่มองเห็นด้วยตาเปล่าจากดวงจันทร์" ซึ่งจริงๆแล้วเราไม่สามารถเห็นกำแพงเมืองจีนได้จากดวงจันทร์ เรื่องราวนี้ถูกแพร่ออกไปตอนที่มีการขึ้นสู่อวกาศ และมันก็เป็นที่รู้กันดีในหมู่นักบินอวกาศ ในหมู่คนที่เคยออกไปอยู่ในอวกาศว่า คุณไม่สามารถเห็นกำแพงเมืองจีนได้จากอวกาศได้ และนักบินอวกาศมักจะบอกว่า มีคนไม่น้อยที่ถามคำถามนี้ แต่เรื่องเล่าอื่นๆยังคงอยู่และแทบไม่เคยได้รับการยืนยันจากวิทยาศาสตร์

มีการคำนวณทุกชนิดในศตวรรษที่ 19 ออกมาว่า คุณเอาหินทุกก้อนจากกำแพงมาเรียงใหม่ได้รอบเส้นศูนย์สูตร หรือว่ามันมีมวลเท่ากับบ้านทุกหลังในอังกฤษและสก็อตแลนด์ และเรื่องเหล่านี้ก็อยู่มาจนถึงในศตวรรษที่ 20 ตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกำแพงเมืองจีนก็คือ มันมีกำแพงเมืองจีนจริงหรือไม่ มันเต็มไปด้วยความสงสัยว่ากำแพงเมืองจีนเคยปรากฏอยู่ในฐานะแนวป้องกันชิ้นเดียวยาวต่อเนื่องข้ามภาคเหนือของประเทศจีน มันน่าจะเป็นกำแพงไม่ต่อเนื่องหลายชุดที่สร้างในเวลาต่างๆ กัน โดยผู้คนต่างๆ กัน เพื่อจุดประสงค์ต่างๆ กัน แล้วนำมาต่อกัน ปล่อยให้ผุพัง สร้างใหม่ และขยายออกในช่วงราวๆ 2,000 ปี เมื่อคนคิดถึงกำอพงเมืองจีน พวกเขาคงจะคิดถึงสิ่งก่อสร้างใหญ่โต ยาวต่อเนื่องกันหลายพันไมล์ข้ามประเทศจีน แน่นอนว่าความจริงมันต่างจากนั้นมาก กำแพงถูกสร้างเป็นชิ้นๆ ส่วนใหญ่แล้วมันไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าซากปรักหักพังทางโบราณคดีเลย และในพื้นที่ห่างไกลของจีนส่วนใหญ่มันก็ถูกทับถมไปแล้ว

ส่วนของกำแพงที่ถูกสร้างในราชวงศ์หมิงที่ยังเหลืออยู่ ส่วนที่พวกเขาสร้างในศตวรรษที่ 16 นั้นน่าทึ่งมาก มันเป็นกำแพงอิฐตันอยู่บนภูเขาสูงชันพร้อมด้วยหอสังเกตการณ์ และมันก็ยากมากที่จะจินตนาการว่าพวกเขาสร้างมันจนเสร็จได้อย่างไร สำหรับขนาดอันใหญ่โตและมิติอันหนักแน่นของมัน กำแพงเมืองจีนยังคงมีปริศนาซ่อนอยู่ มันไม่เคยได้รับการสำรวจอย่างทั่วถึง และแม้แต่ในปัจจุบัน ไม่มีใครแน่ใจถึงความยาวและเส้นทางแท้จริงของมัน ประวัติศาสตร์กำแพงเมืองจีนที่ตกมาถึงเรา คือการผสมผสานอันแปลกประหลาดของความจริงและจินตนาการ หลักฐานอันหนักแน่นเพียงเล็กน้อยหลอมรวมกับเรื่องเล่าขานและตำนาน และมันก็แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะแยกมันออกจากกัน

ไม่เคยมีอารยธรรมใดที่ดูจะนิยมการสร้างกำแพงมากกว่าชนชาติจีนอีกแล้ว การตั้งถิ่นฐานครั้งแรกสมัยยุคหินกลางหรือนีโอลีธิก (Neolethics) ส่วนสำคัญของเมืองถูกล้อมรอบด้วยคันดินถม อันที่จริงแล้วคำว่าชางที่แปลว่าเมืองในภาษาจีนยังแปลว่ากำแพงอีกด้วย กำแพงเมืองจีนคือกำแพงซ้อนกำแพง กำแพงเมืองจีนเป็นส่วนปกป้องกำแพงที่ซ้อนกันอยู่ทั้งปวง รวมถึงกำแพงของบ้านพักอาศัยด้วย กำแพงเป็นส่วนลึกล้ำทางประวัติศาสตร์ของวัฒนธรรมจีน พวกเขาสร้างกำแพงล้อมรอบบ้านและวัด เทพเจ้าของกำปพงและอาคารมีอำนาจเหนือขอบเขตความเป็นและความตาย คนจีนสร้างกำแพงเพื่อระบุขอบเขตของพวกตน เพื่อป้องกันผู้แปลกหน้าจากที่ห่างไกล กำแพงในบางแห่งอาจมีความสำคัญในบางพิธีกรรมด้วย ประเทศจีนสมัยก่อนเป็นอาณาจักรที่ปราศจากความสงบ การที่ชนเผ่าเร่ร่อนทางเหนือและอาณาจักรข้างเคียงที่ตื่นตัวทุกครั้งเมื่อมีสัญญาณของความอ่อนแอ กำแพงจึงถูกมองว่าเป็นความจำเป็นทางยุทธศาสตร์

จนสิ้นศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสตกาล บริเวณที่กลายเป็นประเทศจีนได้ก้าวเข้าสู่ยุคของความขัดแย้งระหว่างรัฐที่ยาวนานถึง 500 ปี มันประกอบด้วยรัฐที่ปกครองด้วยระบบขุนนางและรัฐเล็กๆ ที่ปกครองด้วยระบบศักดินาที่มารวมตัวกันหลายแห่งมารวมตัวกันอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์ซึ่งมีอำนาจทางจิตใจและพิธีกรรมมากกว่าในทางปฏิบัติ จนถึงกลางศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล เกียรติยศและพันธไมตรีที่มอบให้จักรพรรดิต้องหลีกทางให้กับความเห็นแก่ตัวและการเข่นฆ่า มันคือช่วงสงครามระหว่างแคว้นที่ชาวจีนเริ่มสร้างกำแพงขึ้นอย่างจริงจัง แคว้นฉีสร้างกำแพงขึ้นตามแนวชายแดนด้านใต้เพื่อป้องกันศัตรูจากแคว้นฉู แคว้นฉูสร้างกำแพงตามแนวชายแดนด้านเหนือเพื่อป้องกันตนเองจากแคว้นฉิน แคว้นเยนและแคว้นเฉาสร้างกำแพงเพื่อป้องกันตนเองจากพวกเร่ร่อนทางเหนือและจากกันและกัน กำแพงมีความยาวทั้งหมดประมาณ 2,800 ไมล์ กำแพงถูกสร้างขึ้นตามแนวชายแดนของแคว้นต่างๆ ที่ทำสงครามกัน

ในยุคหนึ่งมีแคว้นต่างๆ ถึง 120 แคว้น เมื่อถึงช่วงสูงสุดของสมัยสงครามระหว่างแคว้น และมีเพียง 7 แคว้นที่เหลืออยู่ มีการทำลายแคว้นเล็กๆ มากมายทั่วทั้งประเทศจีน ที่หลงเหลือมาจากสมัยสงครามระหว่างแคว้นคือ ปรัชญาชีวิตหลักของจีนที่เริ่มก่อตัวขึ้น ขณะที่มีผู้มีความรู้พยายามคิดว่า สิ่งใดผิดพลาดและจะแก้ไขมันอย่างไร ในศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาล ขงจื๊อเห็นถึงความจำเป็นในการเคารพกฎและความสำคัญระหว่างมนุษย์และสวรรค์อย่างเคร่งครัดและเสียใจกับการมีสงครามและกำแพง ลัทธิกลุ่มหนึ่งคือลัทธิเต๋าค้นพบคำตอบในธรรมชาติและเชื่อว่า ทุกสิ่งมีสภาพเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาพลังหยินและหยาง เพราะฉะนั้นการดิ้นรนและสงครามจึงเป็นเรื่องไร้สาระ ถ้าปรัชญาเหล่านี้กลายเป็นนโยบายระหว่างรัฐ มันคงเป็นไปได้ยากที่กำแพงจะถูกสร้างขึ้นมา

แต่แคว้นฉินใช้ระบอบการปกครองเบ็ดเสร็จด้วยกฎหมายการลงโทษและการให้รางวัล มีเรื่องเล่าที่ดีมากเกี่ยวกับคนดูแลมงกุฏและคนดูแลเสื้อคลุม ในคืนหนึ่งที่ฮ่องเต้หลับอยู่หน้าบริเวณเตาผิง คนดูแลมงกุฏจึงนำเสื้อมาคลุมให้ท่าน ฮ่องเต้ตื่นขึ้นมาถามว่า ใครห่มเสื้อคลุมให้ฉัน ผู้ดูแลมงกุฏก็ตอบว่าข้าเอง แล้วฮ่องเต้ก็สั่งให้นำตัวไปประหารทันทีเพราะนั่นไม่ใช่หน้าที่ของเขา เรื่องเหล่านี้เป็นแนวทางของกองทัพฉินในศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล พวกเขาเริ่มเคลื่อนกำลังข้ามแผ่นดินจีนผนวกเอาแคว้นต่างๆ เข้าไปเหมือนหนอนไหมกัดกินใบหม่อนตามบันทึกนักประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ฮั่น 246 ปี ก่อนคริสตกาล เหตุการณ์สำคัญก็เป็นจุดเปลี่ยนของเรื่องที่เกิดขึ้น เด็กชายอายุ 13 ก้าวเข้าสู่บัลลังค์ของแคว้นฉิน เขาเป็นที่รู้จักในนามของจิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิคนแรกของประเทศจีน ตำนานกล่าวว่าเขาบินไปยังดวงจันทร์ด้วยพรมวิเศษในความฝัน เมื่อมองลงมาเขาเห็นอาณาจักรของเขามีภัยคุกคามจากศัตรูมากมาย เขาปลุกบรรดาที่ปรึกษาขึ้นมาแล้วบอกว่า ข้าจะสร้างกำแพงที่ยิ่งใหญ่

ในปี 1974 ชาวนาที่กำลังขุดบ่อน้ำพบหลักฐานทางโบราณคดีที่น่าทึ่ง มันคือหลุมฝังตุ๊กตากระเบื้องพลทหาร พลธนู รถม้าศึกและม้า ทั้งหมดนี้มีขนาดเท่าของจริงและแต่ละตัวนั้นแตกต่างกันดูราวกับว่ามีต้นแบบมาจากของจริง ทุกวันนี้ตุ๊กตามากกว่า 6,000 ตัวถูกขุดขึ้นมา กองทัพกระเบื้องเคลือบที่ถูกออกแบบให้สู้ศึกเพื่อฮ่องเต้ในโลกหน้า หรือบางทีเพื่อคุ้มกันการหลับใหลชั่วนิรันดร์ในอาณาจักรของพระองค์ ในบริเวณใกล้เคียงเป็นหลุมฝังพระศพของจิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกของจีน หรือที่ขนานนามกันว่าปฐมกษัตริย์ ตามบันทึกที่ตกทอดสู่ราชวงศ์ต่อมา การขึ้นครองราชย์ของจิ๋นซีฮ่องเต้มีที่มาค่อนข้างคลุมเครือ พระมารดาของพระองค์เป็นนางระบำสาวเสน่ห์แรงและเป็นภรรยาน้อยของพ่อค้าเร่ผู้มีเล่ห์เหลี่ยมมากพอกับความร่ำรวย ขณะที่เข้ามาค้าขายในพระราชวัง พ่อค้าขอให้เธอเต้นรำกับรัชทายาทของราชวงค์ฉิน เมื่อพระองค์ตกหลุมรักเขาก็ยกเธอให้พระองค์ โดยไม่เคยเอ่ยปากเลยว่านางกำลังตั้งครรภ์บุตรของเขาอยู่ องค์รัชทายาทสิ้นพระชนม์หลังขึ้นครองราชย์ไม่นาน แล้วจากนั้นจิ๋นซีฮ่องเต้ก็สืบทอดบัลลังค์ตั้งแต่ยังเยาว์วัย

ขณะที่ฮ่องเต้น้อยเติบโตขึ้น พระองค์เริ่มแสดงอุปนิสัยแปลกๆ และเกิดอาการวิตกกังวล พระองค์สั่งเนรเทศพระมารดา และสั่งพระบิดาอดีตพ่อค้าที่ว่าราชการแทนในวัยเยาว์ของพระองค์ให้ฆ่าตัวตาย พระองค์เรียกโหร หมอผี และที่ปรึกษาเจ้าเล่ห์ ไร้ศีลธรรมหลายคนให้เข้ามารับใช้ใกล้ชิด ประมาณ 234 ปีก่อนคริสตกาล พระองค์ส่งกองทัพออกไปเพื่อพิชิตแผ่นดินจีนที่บรรพบุรุษได้เริ่มไว้ เมื่อเกิดสงครามระหว่างแคว้นก็มีแคว้นอิสระแยกตัวออกมา และท้ายที่สุดก็เหลือเพียงสองแคว้น จนเมื่อ 221 ปีก่อนคริสตกาล ประเทศจีนก็รวมเป็นหนึ่งเดียว เมื่อแคว้นฉินทำลายแคว้นฉีจนได้ จิ๋นซีฮ่องเต้ประกาศว่าตนคือจักรพรรดิของแผ่นดินใหม่ที่พระองค์ตั้งชื่อว่าจีน ตามราชวงค์ของพระองค์ และรีบรวมอำนาจอย่างรวดเร็ว จิ๋นซีฮ่องเต้สร้างอาณาจักรขึ้น ซึ่งมันไม่เคยมีมาก่อน พระองค์สร้างระบบถนนภายในประเทศ พระองค์สร้างมาตรฐานให้กับอักษรจีน พระองค์รวมสกุลเงินจีนต่างๆเป็นหนึ่งเดียว พระองค์สร้างมาตรฐานให้อาณาจักร พระองค์ทำให้มันเป็นเอกภาพ พระองค์ยังสนใจเรื่องเวทมนต์ การเล่นแร่แปรธาตุอย่างเหลือเชื่อ และเชื่อว่าพระองค์สามารถเอาชนะความตายและเป็นอมตะได้ พระองค์อยากเป็นคนครองโลก

จิ๋นซีฮ่องเต้ตั้งมาตรฐานการชั่ง ตวง วัด ด้วยระบบที่มีพื้นฐานอยู่บนเลขหก อันเป็นเลขมหัศจรรย์ของพระองค์ พระองค์ประกาศว่าสีดำคือสีที่มีพลังลึกลับของพระองค์เป็นสีทางการสำหรับเสื้อผ้าและธงของอาณาจักรและสถาปนาตนเองขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์ และออกพระราชบัญญัติว่าราชวงศ์ฉินจะปกครองตลอดไป จากนั้นพระองค์ก็ตัดสินพระทัยสร้างกำแพง ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าความคิดของการสร้างกำแพงเมืองจีนเข้ามาอยู่ในพระทัยของจักรพรรดิเมื่อใด หรือทำไมพระองค์ตัดสินพระทัยสร้างมัน ตำนานหนึ่งเล่าว่าหนึ่งในโหรของพระองค์ทำนายว่าราชวงค์ของพระองค์จะล่มสลายด้วยฝีมือของเผ่าคนเถื่อนจากภาคเหนือ ส่วนเรื่องอื่นก็เกี่ยวกับความฝัน ลางบอกเหตุ และความตั้งพระทัยของจักรพรรดิที่จะสร้างอนุสรณ์ถึงความรุ่งเรืองของพระองค์เมื่อใดก็ตามที่มีโอกาส

จิ๋นซีฮ่องเต้แต่งตั่งให้นายพลเม้งเทียน นายทหารผู้แข็งขันและมากด้วยความสำเร็จรับผิดชอบการสร้างกำแพง เพื่อจะแบ่งแยกผู้คนที่มีอารยธรรมจากพวกคนเถื่อน และปีศาจร้ายที่อาศัยอยู่พื้นที่ว่างเปล่าทางเหนือ  กำแพงเริ่มต้นตั้งแต่ทะเลเหลืองทางตะวันออกไปจนถึงทะเลทรายโกบีทางตะวันตก มันต้องมีความสูง 24 ฟุต และมีความกว้างมากพอที่นายทหาร 8 นายจะเดินเรียงหน้ากระดานได้ กำแพงต้องสร้างตามลักษณะภูมิประเทศตราบเท่าที่เป็นได้และต้องไม่สร้างเป็นเส้นตรง เพราะเชื่อว่าปีศาจเดินทางได้เป็นเส้นตรงเท่านั้น เทคนิคการสร้างกำแพงแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละที่ และมีกำแพงของจิ๋นซีฮ่องเต้เหลืออยู่น้อยมากจนไม่สามารถบอกได้ว่ามันถูกสร้างอย่างไร กระนั้นนักวิชาการเชื่อว่ามันถูกใช้เป็นแนวไว้สำหรับสร้างเพิ่มเติมตามรากฐานของมัน

นายพลเม้งเทียนเริ่มด้วยการสร้างหอคอยก่อน โดยสร้างจากอิฐและหินโดยมีฐานเป็นเศษหิน หอคอยเหล่านี้สูงประมาณ 40 ฟุต มีฐานเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาด 40 ฟุต เมื่อสร้างหอคอยเสร็จแล้วมันจะถูกเชื่อมเข้าด้วยกำแพงหิน เพื่อป้องกันผู้รุกรานและปีศาจร้าย ป้อมปราการที่ใหญ่พอที่จะบรรจุทหารได้หลายร้อยนายถูกจัดวางอยู่ในระยะธนู 2 ดอก เพื่อให้สามารถคุ้มกันพื้นที่ระหว่างนี้ได้ หอคอยโผล่ออกมาจากกำแพงเหมือนป้อมปืน ดังนั้นฝ่ายป้องกันสามารถยิงใส่ผู้รุกรานได้ตลอดแนวกำแพง มีการประมาณว่าชาวแคว้นฉินภายใต้การดูแลของนายพลเม้งเทียน ก่อสร้างกำแพงใหม่หลายร้อยไมล์ส่วนที่เหลือเป็นการก่อสร้างเพิ่มจากของเดิมที่แคว้นอื่นทำไว้แล้วรวมกับของใหม่ สิ่งที่พวกเขาทำก็คือการเชื่อมกำแพงรุ่นก่อนๆที่สร้างในสมัยสงครามระหว่างแคว้น พวกเขาใช้เทคนิคการบดอัดดิน เป็นเทคนิคเดียวที่พวกเขารู้จัก ซึ่งมันไม่ได้แตกต่างจากกำแพงในยุคนีโอลีธิกส์เลย เพียงแต่มันมีขนาดที่ใหญ่กว่าเท่านั้นเอง

ในภูเขาทางทิศตะวันออก ดินแห้งถูกนำมาถมระหว่างกำแพงหินหรืออิฐจนได้ระดับที่แน่นพอเพียง จากนั้นหินหรืออิฐจะถูกนำมาเรียงทับหน้าเพื่อป้องกันฝนชะล้างและใช้เป็นถนน ห่างออกไปทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นหินตะกอนละเอียดที่เรียกว่าดินเหลือง คนงานจะเทดินที่ผสมกับน้ำลงในพิมพ์ไม้แล้วนำไปก่อเป็นโครงสร้างให้แข็งแรงเมื่อมันแห้งแล้ว บนพื้นที่แห้งแล้งของที่ราบฝั่งตะวันตก กำแพงถูกสร้างจากใบต้นปาล์ม ต้นกก แสม กับกรวดและโคลน ไปจนสิ้นสุดที่ริมทะเลทรายอันกว้างใหญ่ เลยไปจากนั้นเป็นดินแดนที่สิงสถิตย์ของวิญญาณร้าย นายพลเม้งเทียนสร้างกำแพงเหล่านี้เสร็จภายในเวลาน้อยกว่า 10 ปี หรือเสร็จก่อน 210 ปีก่อนคริสกาล แต่เรื่องราวที่คาดการณ์เกี่ยวกับมูลค่าของมันในแง่ความทุกข์ทรมานและชีวิตที่สูญเสีย เรื่มแพร่กระจายออกไปแล้ว

แรงงานจำนวนมากมาจากการเกณฑ์ชาวนาผสมกับนักโทษ ทหารที่ถูกจับได้ ขุนนางตกยาก นักปราชญ์ และคนอื่นๆที่ถูกเรียกว่าเป็นศัตรูของอาณาจักร เป็นที่กล่าวกันว่าทุกๆสิบคนที่ถูกเกณฑ์มา มีเพียงสามคนรอดกลับบ้าน จักรพรรดิมีคำสั่งอีกว่า ใครก็ตามที่แอบหลับจะต้องถูกฝังทั้งเป็นไว้บนกำแพงนั่นเอง ความทรงจำอันแพร่หลายของการสร้างกำแพงก็คือ ชาวนาถูกกวาดต้อนมาทำงานแล้วก็ไม่เคยกลับไปอีกเลย โดยถูกใช้งานเยี่ยงทาสจนเสียชีวิตในผืนป่าที่ห่างไกล มันเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก และมีเรื่องเล่าว่า ศพของชาวนาถูกโยนทิ้งลงไปในช่องว่างระหว่างกำแพง ซึ่งเป็นที่ใส่เศษหิน ความเลวร้ายนี้ถูกระบายออกมาผ่านบทกวีมากมาย ชิ้นที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือตำนานของคุณนายเม็ง หนึ่งในเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ที่เด็กๆเรียนในช่วงยี่สิบปีแรกของการปกครองระบบสังคมนิยม เป็นเรื่องของหญิงคนหนึ่งตามหาสามีของเธอที่ถูกจิ๋นซีฮ่องเต้ส่งไปเป็นแรงงานทาสที่กำแพงนั่น แล้วเธอก็พบว่าเขาตายแล้วและอาจจะถูกฝังอยู่ในกำแพงเหมือนกับหลายๆคน ดังนั้นกำแพงจึงถูกมองว่าเป็นผลงานของความกดขี่ของระบอบขุนนาง ซึ่งถูกสร้างโดยหยาดเหงื่อของคนธรรมดาภายใต้การทารุณของทรราชย์ ขณะที่ในตอนนี้กำแพงนั้นถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ของประเทศจีน ความยั่งยืนของอารยธรรมของมัน เป็นการแสดงพลังอำนาจ ประวัติศาสตร์

เมื่อการก่อสร้างล่าช้ากว่ากำหนด หนึ่งในโหรของจักรพรรดิกล่าวว่า กำแพงจะไม่มีวันเสร็จ ถ้าไม่มีการฝังคนหนึ่งหมื่นคนทั้งเป็นในนั้น จักรพรรดิรู้สึกว่าพระองค์ไม่อาจเสียคนขนาดนั้นได้ จิ๋นซีฮ่องเต้แก้ปัญหาด้วยการหาชายคนหนึ่ง ซึ่งชื่อของเขามีตัวอักษรที่มีความหมายว่าหนึ่งหมื่นมาฝังไว้ในกำแพงแทน ประมาณกันว่ามีคนงานสร้างกำแพงหนึ่งล้านคนระหว่างการทำงานที่ยาวนานหลายปีในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก และไม่ต้องสงสัยเลยว่ามีผู้เสียชีวิตมากมายจากภูมิอากาศ ความเหนื่อยล้า และความอดอยาก แม้กระทั่งทุกวันนี้ยังมีเรื่องเล่าที่ว่าศพของพวกเขาถูกฝังตรงที่เสียชีวิตอยู่ในสุสานยาวที่สุดในโลกตลอดกาล หลังจากรวมประเทศจีนเข้าเป็นหนึ่งเดียวไม่ทันถึงสิบปี การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีก โครงการสาธารณะเช่น คลอง ถนน และระบบเกษตรกรรม ได้รับการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ขณะนี้เมื่อมีกำแพงใหญ่ล้อมรอบ จิ๋นซีฮ่องเต้ทรงประกาศว่าไม่มีใครจะเอาชนะอาณาจักรของพระองค์ได้ แต่มีสุภาษิตจีนกล่าวไว้ว่า สูงสุดคืนสู่สามัญ

แม้ขณะที่กำแพงอยู่ระหว่างการก่อสร้าง จิ๋นซีฮ่องเต้ยังคงถลำลึกลงไปในเรื่องไสยศาสตร์และความวิปลาส สองร้อยสิบสามปีก่อนคริสกาล พระองค์ตัดสินพระทัยว่าประวัติศาสตร์ควรเริ่มต้นที่พระองค์และสั่งให้เผาหนังสือประวัติศาสตร์ทั้งหมด ใครที่พบว่ามีหนังสือเหล่านี้อยู่ในครอบครองหลังการประกาศจะถูกส่งไปใช้แรงงานสร้างกำแพง หรือถูกฝังทั้งเป็น ประมาณการว่านักปราชญ์ 460 คนเสียชีวิต เมื่อบุตรชายองค์โตและเป็นรัชทายาทของพระจักรพรรดิคัดค้านนโยบายนี้ เขาก็ถูกเนรเทศให้ไปช่วยงานนายพลเม้งเทียนทางเหนือ ขณะที่จักรพรรดิมีพระชนม์มายุเพิ่มขึ้น ความลุ่มหลงกับความตายของพระองค์ก็เพิ่มมากขึ้น ถึงแม้จะมีบันทึกว่าพระองค์เข้าเยี่ยมชมการก่อสร้างกำแพงของพระองค์เพียงครั้งเดียว และมีรายงานว่าพระองค์ออกเดินทางค้นหายาที่จะทำให้เป็นอมตะถึง 5 ครั้ง แต่พระองค์ก็สิ้นพระชนม์เมื่อมีอายุได้ 49 พรรษา ในการเดินทางครั้งหนึ่ง การสิ้นพระชนม์ของพระองค์อาจเกิดจากยาที่มีสารอันตรายอย่างตะกั่วหรือสารหนูที่พระองค์เสวยเข้าไปเพื่อเสาะหาชีวิตอมตะ

ราชวงค์ของพระองค์ล่มสลายด้วยน้ำมือของบุตรชายคนที่สองที่ชื่อ อู๋ไห่ การที่รัชทายาทอันชอบธรรมอยู่ระหว่างการถูกเนรเทศ ทำให้อู๋ไห่ขึ้นครองราชย์อาณาจักรฉิน พร้อมความเจ้าเล่ห์ โหดร้ายที่เหมือนพระบิดา แต่ขาดซึ่งความเข้มแข็งและความเป็นผู้นำแบบจิ๋นซี เขาสั่งขังที่ปรึกษาทั้งหมดของพระบิดา รวมทั้งนายพลเม้งเทียน ผู้ซึ่งฆ่าตัวตายหลังจากไตร่ตรองความโชคร้ายของตนและกล่าวว่า เขาสมควรตาย เพราะเขาละเมิดชี่ อันเป็นการไหลของพลังงานโลกด้วยการก่อสร้างกำแพงที่ละเมิดพื้นที่ภูเขา แม่น้ำ และพื้นที่ธรรมชาติอื่นๆ  อู๋ไห่ครองราชย์ได้เพียงสี่ปี ก่อนที่ฝ่ายกบฏจะล้มล้างเขา และประเทศจีนกลับเข้าสู่สงครามกลางเมืองอีกครั้ง ราชวงค์อันยิ่งใหญ่ที่หวังจะได้อยู่ตลอดกาล กลับได้อยู่เพียง 15 ปี นับเป็นการปกครองที่สั้นที่สุดที่เคยปกครองจีน

แหล่งรวมบทความจัดอันดับ สารคดีประวัติศาสตร์ บทความสารคดีจักรวาลและดาวเคราะห์ บทความสารคดีสงคราม บทความสารคดีภัยธรรมชาติ บทความสารคดีชีวิตสัตว์ บทความสารคดีอาวุธทางการทหาร บทความสารคดีการจัดอันดับ บทความสารคดีวิทยาศาสตร์ บทความสัมภาษณ์คนดัง บทสนทนาปัญหาเศรษฐกิจ บทสนทนาประเด็นข่าวร้อน เรื่องราวน่ารู้ ความรู้ทั่วไป สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ ผู้หญิง ความงาม แม่และเด็ก สัตว์เลี้ยง อาหาร ร้านอาหาร เกมส์ เทคโนโลยี มาดูกันได้ที่  http://www.anyapedia.com

เล่าเรื่องสยองขวัญ สยองกลางทุ่ง
10 โรคมฤตยูที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์
10 อันดับฆาตกรต่อเนื่องที่อำมหิตที่สุดในโลก
10 สุดยอดคนสมองเพชรที่ฉลาดที่สุดในโลก
เล่าเรื่องสยองขวัญ นั่งซากหวาดผวา ศพล่อเสือ
25 การทรมานสุดโหดในประวัติศาสตร์
มนุษย์กินคนในตำนาน ซอว์นี่ บีน (Sawney Bean)
25 อาหารแปลกจากทั่วโลก
10 อันดับสุดยอดเรื่องเล่าสยองขวัญเดอะช็อค
จัดอันดับ
เรื่องเล่าสยองขวัญ
ประวัติศาสตร์
เมนูอาหาร
สุขภาพ
กันยายน 11, 2017, 11:47:58 AM
ตอบกลับ #2
  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 297
    • ดูรายละเอียด

อร่อยเต็มอิ่มด้วยอาหารญี่ปุ่นสไตล์โมเดิร์น

ถ้าคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ชอบอาหารญี่ปุ่น และหลงใหลในการทานซูชิเป็นที่สุดขอแนะนำาว่าต้องไปร้าน YTSB เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่คุณไม่ควรพลาด ด้วยเทคนิคการทำาซูชิที่แปลกแตกต่างจากที่อื่น และรสชาติซอสที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งเป็นสูตรลับที่เชฟคิดค้นขึ้นมาเอง สำหรับร้านนี้แล้วทุกอย่างต้องพรีเมี่ยม
เท่านั้น

เริ่มต้นกันด้วยจานแรกที่ต้องบอกว่าไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนอย่าง Yellow Spy คือแซลมอนแมงโก้ ซูชิ ที่นำมะม่วงกับปลาแซลมอนมาอยู่ด้วยกัน โดยทางร้านจะเลือกมะม่วงที่ไม่หวานจนเกินไป มีรสชาติเปรี้ยวนิดหน่อย และด้านในก็จะมีอะโวคาโดกับไข่กุ้ง เสิร์ฟมาพร้อมกับซอสกะทิที่ราดอยู่ข้างๆ จานพอตักเข้าปากปุ๊บจะรู้สึกฟินกับรสชาติที่ต้องบอกเลยว่าคล้ายๆ กับข้าวเหนียวมะม่วงบ้านเรานี่เอง และน่าทึ่งมากๆ ก็คือเป็นอาหารญี่ปุ่นแต่ทำารสชาติออกมาคล้ายอาหารไทย จานนี้ต้องคอนเฟิร์มเลยว่าทั้งแปลกและอร่อยในเวลาเดียวกัน

Aburi Sushi ขึ้นชื่อว่าซูชิ ที่ไหนๆ ก็เหมือนกัน แต่สำหรับที่นี่ จานนี้เป็นซูชิที่มีความพิเศษตรงที่แต่ละคำจะมีซอสที่ปรุงขึ้นพิเศษด้วยสูตรลับเฉพาะของทางร้านนี้เท่านั้นสามารถทานได้เลยโดยไม่ต้องจิ้มโชยุ บอกได้คำาเดียวเลยว่าซูชิทั้ง 5 คำนี้ รสชาติจะอร่อยแตกต่างกันออกไป รับรองว่าทานคำแรกเข้าไปจะหยุดทานไม่ได้อีกเลย

Rossini เป็นวากิวไส้ฟัวกราส์และหน่อไม้ฝรั่ง ส่วนด้านนอกเป็นเนื้อคาโกชิมาเเบบ A5 เป็นเนื้อที่ค่อนข้างดีมาก ตรงส่วนที่เป็นเนื้อจะมีน้ำมันแทรกอยู่ทุกสัดส่วน แนะนำให้ทานคู่กับซอส เพราะซอสมีความโดดเด่นด้านพริกไทยดำาที่บดผสมเข้าไปจะมีความเผ็ดนิดๆ ที่ช่วยตัดความเลี่ยนได้เป็นอย่างดี นอกจากซอสจะช่วยตัดความเลี่ยนแล้วยังช่วยให้ซูชิจานนี้อร่อยมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

Sakura Sashimi มาถึงจานที่เอาใจคนชอบทานปลาดิบกันบ้าง โดยปลาดิบที่ถูกเสิร์ฟมานี้มีความสดขั้นเทพเพราะรับวัตถุดิบมาจากประเทศญี่ปุ่น แล้วยังได้รับคำยืนยันจากเชฟมาว่าสดแน่นอน ต้องลองทานดูถึงจะรู้ว่าสดยังไงและรับรองว่าไม่ใช่ของค้างคืนแน่นอน คุณภาพเน้นๆ เนื้อปลาแน่นๆ หนาๆ ทานเข้าไปแล้วความสดเต็มๆ คำเลยทีเดียว

ต่อกันด้วย Spider Salad หรือสลัดปูนิ่มที่คัดสรรวัตถุดิบเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นผักที่ต้องมีความสด กรอบ ส่วนปูนิ่มก็กรอบอร่อยมากๆ นำมาคลุกเคล้ากับน้ำซอสถึง 3 อย่างยังเพิ่มสีสันด้วยไข่ปู เวลาเคี้ยวจะกรุบๆ ในปาก จานนี้แนะนาว่าให้ทานทันที รับรองว่าเป็นความกลมกล่อมที่อร่อยสุดๆ ไปเลย

อาหารคาวจานสุดท้าย Gindara Saikyo Sugi – Ita Yaki เมนูนี้ต้องใช้เวลาทำนานถึง 2 วัน โดยผ่านกรรมวิธีที่พิถีพิถันไม่ว่าจะหมักเนื้อปลา 1 คืน การย่างปลาที่ความสุก 80 เปอร์เซ็นต์ แล้วจึงนำไม้ซีด้ามาประกบเนื้อปลา และนำไปย่างอีกหนึ่งรอบ ซึ่งจะช่วยให้เนื้อปลาหอมมากยิ่งขึ้น ต้องบอกเลยว่าความหอมอร่อยของเมนูนี้ก็อยู่ที่ไม้นี่แหละ ซึ่งไม้แพงกว่าเนื้อปลาซะอีก ต้องลองทานดูแล้วจะรู้ว่าจานนี้
อร่อยขนาดไหน มีทั้งกลิ่นหอมๆ ของมิโสะและกลิ่นหอมไม้อยู่ในตัว เนื้อปลาก็แน่นมาก ฟินขนาดนี้รีบโทรไปจองโต๊ะเลยดีกว่า

ปิดท้ายกันด้วยของหวาน Chocolate Lava เป็นขนมหวานที่ผสมผสานระหว่างความเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเข้าด้วยกัน เค้กช็อกโกแลตเสิร์ฟคู่กับไอศกรีมชาเขียว ความอร่อยที่เอาใจสาวกขนมหวานก็คือเนื้อเค้กด้านนอกจะกรอบส่วนด้านในจะนุ่มและมีช็อกโกแลตลาวาทะลักออกมา ซึ่งรสชาติไม่หวานและไม่ขมจนเกินไปทานคู่กับไอศกรีมชาเขียวเข้ากันสุดๆ แต่ถ้าใครที่กลัวจะเลี่ยนจนเกินไป เรามีสตรอว์เบอร์รี่เอาไว้แก้เลี่ยนอีกด้วย

แหล่งรวมบทความจัดอันดับ สารคดีประวัติศาสตร์ บทความสารคดีจักรวาลและดาวเคราะห์ บทความสารคดีสงคราม บทความสารคดีภัยธรรมชาติ บทความสารคดีชีวิตสัตว์ บทความสารคดีอาวุธทางการทหาร บทความสารคดีการจัดอันดับ บทความสารคดีวิทยาศาสตร์ บทความสัมภาษณ์คนดัง บทสนทนาปัญหาเศรษฐกิจ บทสนทนาประเด็นข่าวร้อน เรื่องราวน่ารู้ ความรู้ทั่วไป สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ ผู้หญิง ความงาม แม่และเด็ก สัตว์เลี้ยง อาหาร ร้านอาหาร เกมส์ เทคโนโลยี มาดูกันได้ที่  http://www.anyapedia.com
กันยายน 11, 2017, 11:58:51 AM
ตอบกลับ #3
  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 297
    • ดูรายละเอียด

TOM CLANCY’S GHOST RECON:WILDLANDS
ครั้งแรกของเกมซีรีส์ Tom Clancy’s Ghost Recon สำหรับการสวมบทบาทเป็นทหารหน่วยพิเศษพร้อมพวก อีก 3 กับเกมยิงออนไลน์รูปแบบ “โอเพ่นเวิลด์” ทุกพื้นที่ในเกมจึงกลายเป็นภารกิจสุดท้าทายในเขตรอยต่อระหว่าง โบลิเวียและเปรู ต้องปะทะกับเหล่าองค์กรค้ายาเสพติด ที่กฎหมายกลายเป็นสิ่งไร้อำานาจใดๆ เป้าหมายคือต้องหาทางทลายองค์กรเหล่านี้และยังต้องหาทางโค่นล้มรัฐบาลฉ้อโกงลงให้จงได้

ULTIMATE MARVEL VS. CAPCOM 3
เกมมันส์ห้ำหั่นกันกับสามกลุ่มนักรบอย่างอัศวิน ไวกิ้ง และซามูไร ใช้ทักษะการต่อสู้แตกต่างกัน รวมถึงไหวพริบในการวางแผนรุกเข้าฐานกองกำาลังศัตรูฝ่ายตรงข้าม สามารถเล่นพร้อมกันได้ถึง 8 คน แบบ4 ปะทะ 4 คอนเฟิร์มว่ากราฟิกงดงามสมจริงและสุดโหด

MASS EFFECT: ANDROMEDA
ปฏิบัติการของพลซุ่มยิงที่แม่นราวกับจับวางชื่อว่าคาร์ล แฟร์เบิร์น ผู้เข้าร่วมกับกลุ่มนักสู้ชาวอิตาเลียนในกองกำาลังต่อต้านลัทธิเผด็จการชาตินิยมอย่าง เบนิโต มุสโสลินี อันเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง สามารถเล่นคนเดียว หรือเล่นร่วมกันได้

KINGDOM HEARTS HD I.5 + II.5 REMIX
เกมซิ่งของสิงห์มอเตอร์ไซค์ภาคที่สอง มาสนองนักบิดผู้กระหายความเร็วและความท้าทาย ไปกับรถจักรยานยนต์ระดับแรงๆ มากกว่า 200 รุ่น จากหลากหลายแบรนด์ดัง เพิ่มเติมภาพการแข่งขันและสนามหลากหลายท่ามกลางสภาพอากาศที่ยากเกินคาดเดา

เล่าเรื่องสยองขวัญ สยองกลางทุ่ง
10 โรคมฤตยูที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์
10 อันดับฆาตกรต่อเนื่องที่อำมหิตที่สุดในโลก
10 สุดยอดคนสมองเพชรที่ฉลาดที่สุดในโลก
เล่าเรื่องสยองขวัญ นั่งซากหวาดผวา ศพล่อเสือ
25 การทรมานสุดโหดในประวัติศาสตร์
มนุษย์กินคนในตำนาน ซอว์นี่ บีน (Sawney Bean)
25 อาหารแปลกจากทั่วโลก
10 อันดับสุดยอดเรื่องเล่าสยองขวัญเดอะช็อค
จัดอันดับ
เรื่องเล่าสยองขวัญ
ประวัติศาสตร์
เมนูอาหาร
สุขภาพ
เทคโนโลยี
กันยายน 11, 2017, 11:59:59 AM
ตอบกลับ #4
  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 297
    • ดูรายละเอียด

5 สุดยอดร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ
ที่มารายการ Top 5 ทางรายการได้จัดนักชิมมาให้คะแนนวัตถุดิบหลักของก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ได้แก่ เส้น ลูกชิ้น น้ำซุป เนื้อสดและเนื้อตุ๋น มาดูกันว่าร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านไหนได้คะแนนวัตถุดิบแต่ละอย่างเท่าไหร่ ใครที่ชอบกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อแต่ไม่รู้จะไปกินที่ไหน มีพิกัดร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้ออร่อยๆ ให้คุณตามไปลองกินกัน

1. ร้านกอเต็กเชียง
สุดยอดร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้ออันเลื่องชื่อแห่งย่านเตาปูน ถ่ายทอดความเทพจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูกมาแล้วกว่า 70 ปี ความอร่อยจากทุกๆ คำจึงเป็นตำนานที่คุณไม่ควรพลาด

จุดเด่นของก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านกอเต็กเชียง ใช้เนื้อส่วนน่องที่มีเอ็นแทรกเล็กน้อยมาตุ๋นในแบบธรรมชาติกว่า 12 ชั่วโมง จนได้ความนุ่มนวลที่ไม่เหมือนใคร ส่วนเนื้อสดที่ใช้เนื้อสันในและน่องลายหมักให้เข้าเนื้อก่อนนำมาลวก ลูกชิ้นเนื้อลูกใหญ่ที่ทั้งอร่อยและโดนใจแบบเต็มๆ อยู่ในน้ำซุปที่ได้จากเนื้อตุ๋นที่ปรุงด้วยความเชี่ยวชาญได้กลิ่นละมุนลอยคลุ้งออกมา ปิดท้ายด้วยเส้นที่ลวกอย่างพิถีพิถันนุ่มกำลังดี

พิกัดร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อกอเต็กเชียง
จากสะพานบางซื่อมุ่งหน้าไปทางบางโพถึงสามแยกไฟแดงให้เบี้ยวขวาเข้าถนนกรุงเทพนนทบุรี จะเห็นร้านกอเต็กเชียงอยู่ทางด้านซ้ายมือ

2. ร้านนายโส่ย
 
สุดยอดร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อชื่อดังแห่งย่านถนนพระอาทิตย์ บรรเลงความอร่อยให้คุณได้ประจักษ์แก่สายตาทุกวัน ไม่มีวันหยุด อัดแน่นด้วยสูตรเด็ดที่มัดใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ต่างโค้งคำนับให้กับความอร่อยแบบขั้นเทพ

จุดเด่นของก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านนายโส่ย ใช้เนื้อสามชั้นมาทำการตุ๋นทิ้งไว้หนึ่งคืน จนน้ำซุปเข้าเนื้อและเนื้อนุ่มจนแทบไม่ต้องเคี้ยว ส่วนเนื้อสดใช้เนื้อส่วนสันในอย่างดี มาลวกแบบประณีต ได้ทั้งความสดและนุ่มกำลังดี ลูกชิ้นที่ใช้เนื้อล้วนๆ เด้งสดไม่เหมือนใคร เส้นก็ลวกได้รสสัมผัสพอดี ปิดท้ายด้วยน้ำซุปที่เคี่ยวจากกระดูกและเครื่องยาจีนหลากหลายชนิด

พิกัดร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายโส่ย
จากถนนพระสุเมรุให้ตรงไปทางถนนพระอาทิตย์ ร้านนายโส่ยจะอยู่ทางด้านซ้ายมือก่อนถึงซอยชนะสงครามประมาณ 50 เมตร

3. ร้านเจ๊ผอม ตลาดปีระกา

ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อสุดเก๋าแห่งตลาดปีระกา ดำเนินการโดยเจ๊ผอมที่เติบโตมากับสูตรก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่เป็นที่กล่าวขาน เรียกได้ว่าอร่อยจนคุณไม่เคยพบเจอที่ไหนมาก่อน

จุดเด่นของก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านเจ๊ผอม ตลาดปีระกา ใช้เนื้อส่วนท้องที่เป็นสามชั้นมาตุ๋นด้วยเครื่องเทศที่เป็นสูตรลับจึงทั้งหอมและนุ่มจนแทบละลายอยู่ในปาก ส่วนเนื้อสดใช้ทั้งสันนอกและสันในลวกมากำลังดี นุ่มละมุนลิ้น ลูกชิ้นใช้เนื้อล้วนๆ ในการทำ น้ำซุปที่เคี่ยวจากเนื้อสามชั้น เส้นก็ลวกมากำลังดี ไม่แข็งหรือเละจนเกินไป

พิกัดร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ๊ผอม ตลาดปีระกา
จากถนนเยาวราชตรงไปถึงซอยนาครเกษม 1 เลี้ยวเข้าซอยไปประมาณ 50 เมตร ร้านเจ๊ผอมจะอยู่ในซอยแรกทางซ้ายมือ

4. ร้านเฮ้งชุนเส็ง

สุดยอดก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่ไม่มีใครไม่รู้จัก เปิดตำนานความอร่อยมาแล้วกว่าสามรุ่นอายุคน ด้วยน้ำซุปสูตรโบราณแทรกซึมในเนื้อตุ๋นยาจีนที่เป็นทีเด็ดของร้าน จึงกล้าการันตีว่าเป็นที่หนึ่งของก๋วยเตี๋ยวเนื้อแห่งย่านคลองเตย

จุดเด่นของก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านเฮ้งชุนเส็ง เนื้อสดใช้เนื้อส่วนสะโพกลวกมาอย่างดี เนื้อตุ๋นใช้ส่วนสามชั้นที่ตุ๋นจนนุ่ม ลูกชิ้นมีทั้งแบบเนื้อและเอ็น น้ำซุปก็ตุ๋นจากเครื่องยาจีนและรากผักชีได้ทั้งรสชาติและความหอมมาอย่างครบครัน ทานกับเส้นนุ่มๆ ที่ผ่านการลวกมาเป็นอย่างดี

พิกัดร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเฮ้งชุนเส็ง
จากกถนนสุนทรโกษาตรงไปทางกรมศุลกากร ร้านเฮ้งชุนเส็งจะอยู่บริเวณปากซอยสุนทรโกษา 7 ตรงข้ามกับสนามฟุตบอลการท่าเรือไทย

5. ร้านวัฒนาพานิช

สุดยอดร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อชื่อดังของเมืองไทย ด้วยสูตรเด็ดที่มีมายาวนานกว่า 70 ปีส่งตรงจากแดนมังกร บวกด้วยเนื้อตุ๋นที่เรียกได้ว่าเป็นสุดยอด ใครๆ จึงขนานนามว่าเป็นราชันย์ของก๋วยเตี๋ยวเนื้อประจำย่านเอกมัยตัวจริง

จุดเด่นของก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านวัฒนาพานิช ใช้ส่วนสามชั้นติดมันส่วนท้องมาตุ๋นกว่าหลายชั่วโมงจนเนื้อเปื่อย นุ่ม ละลายอยู่ในปาก เนื้อสดใช้เนื้อส่วนลูกมะพร้าวมาหมักด้วยเครื่องเทศสูตรลับของทางร้านก่อนนำไปลวก ลูกชิ้นจัดมาให้ทั้งแบบเนื้อและเอ็น ได้รสชาติของเนื้อเต็มๆ คำ น้ำซุปที่เคี่ยวจากเนื้อตุ๋นและกระดูกส่วนขาและเครื่องยาจีน เส้นก็ลวกกำลังดี

พิกัดร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัฒนาพานิช
จากถนนสุขุมวิทตรงไปที่ซอยสุขุมวิท 63(เอกมัย) พอเข้าถนนเอกมัยให้ตรงไปจนถึงซอยเอกมัย 18 ร้านวัฒนาพานิชจะอยู่ถัดจากซอยเอกมัย 18 ประมาณ 20 เมตร

คะแนนเฉลี่ยความอร่อยของเส้น       ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเฮ้งชุนเส็งได้คะแนนมากที่สุด  9.7/10
คะแนนเฉลี่ยความอร่อยของลูกชิ้น    ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัฒนาพานิชได้คะแนนมากที่สุด  9.7/10
คะแนนเฉลี่ยความอร่อยของน้ำซุป    ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อกอเต็กเชียงได้คะแนนมากที่สุด  9.8/10
คะแนนเฉลี่ยความอร่อยของเนื้อสด   ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัฒนาพานิชได้คะแนนมากที่สุด  9.8/10
คะแนนเฉลี่ยความอร่อยของเนื้อตุ๋น   ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ๊ผอมตลาดปีระกาได้คะแนนมากที่สุด  9.9/10

แหล่งรวมบทความจัดอันดับ สารคดีประวัติศาสตร์ บทความสารคดีจักรวาลและดาวเคราะห์ บทความสารคดีสงคราม บทความสารคดีภัยธรรมชาติ บทความสารคดีชีวิตสัตว์ บทความสารคดีอาวุธทางการทหาร บทความสารคดีการจัดอันดับ บทความสารคดีวิทยาศาสตร์ บทความสัมภาษณ์คนดัง บทสนทนาปัญหาเศรษฐกิจ บทสนทนาประเด็นข่าวร้อน เรื่องราวน่ารู้ ความรู้ทั่วไป สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ ผู้หญิง ความงาม แม่และเด็ก สัตว์เลี้ยง อาหาร ร้านอาหาร เกมส์ เทคโนโลยี มาดูกันได้ที่  http://www.anyapedia.com
ตุลาคม 21, 2017, 01:52:31 AM
ตอบกลับ #5
  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 297
    • ดูรายละเอียด

ไขปริศนาใครคือแจ๊คเดอะริปเปอร์ (Jack The Ripper)



ตลอดเวลาที่ผ่านมามีปริศนามากมายที่มนุษย์อธิบายไม่ได้ แต่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้นำไปสู่ทฤษฎีใหม่ๆ การค้นหาหลักฐานใหม่ๆ ก็กำลังดำเนินไป มันอาจช่วยค้นหาคำตอบปริศนาต่างๆในอดีตให้เราได้ รายการ Mystery Quest ได้สืบสวนและจำลองสถานการณ์เพื่อทดสอบว่าใครกันแน่ที่เป็นแจ๊คเดอะริปเปอร์ และจากหลักฐานพบว่ามีผู้ต้องสงสัยใหม่อีกสองรายซึ่งทีมงานจะเน้นไปที่สองคนนี้ คนหนึ่งเป็นคนที่อ้างว่าเป็นแพทย์ชาวอเมริกัน ส่วนอีกคนเป็นผู้หญิงที่ฆ่าภรรยาและลูกของชายชู้ของเธอ การสืบสวนนี้ค้นหาจากหลักฐานที่เหลืออยู่เท่านั้น เพราะผู้ต้องสงสัย พยาน และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ในเวลานั้นตายไปหมดแล้ว

วันที่ 31 สิงหาคม ปี ค.ศ.1888 เวลา 03:00 น. Whitechapel District, London



กลางดึกคืนหนึ่งหญิงสาวเดินอยู่ตามลำพังบนถนน มีเงาหนึ่งเดินตามเธอมา เธอถูกรัดคอจนหมดสติ ฆาตกรนำมีดขนาด 12 นิ้วออกมาชำแหละเธอ ไม่กี่นาทีต่อมามีคนพบศพของเธอ ลำคอของเธอถูกเชือด ร่างที่ไร้วิญญาณยังคงอุ่นอยู่ นี่เป็นศพหนึ่งที่เป็นฝีมือของแจ๊ค เดอะริปเปอร์ และใครคือฆาตกรผู้นี้ ภายใต้เงาที่ลึกลับฆาตกรยังไม่ถูกเปิดเผย แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ยังคงสังหารเหยื่อซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่กลับหนีรอดจากการถูกจับกุมไปได้ ฆาตกรต่อเนื่องที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งของโลก เพ่นพ่านอยู่บนถนนของลอนดอนในช่วงทศวรรษที่ 1800 มีเหยื่อที่เป็นผู้หญิงอย่างน้อยห้าคน ฆาตกรผู้นี้คว้านอวัยวะภายในของเหยื่อออกมา ตำรวจค่อนข้างจะแน่ใจหลังจากที่ตรวจศพของเหยื่อว่าฆาตกรจะต้องมีความรู้และทักษะในด้านการผ่าตัด มันเป็นทักษะที่โดดเด่นของฆาตกรผู้นี้ และนี่ก่อให้เกิดความกลัวไปทั่วอังกฤษและทั่วโลก นับเป็นฆาตกรต่อเนื่องรายแรกของโลกก็ว่าได้

ไม่มีใครรู้ว่าใครคือฆาตกรผู้นี้ จากนั้นจู่ๆ เขาก็หายไป รายการ Mystery Quest ได้ส่งทีมงานไปตามย่านต่างๆ ของลอนดอนเพื่อทำการสืบสวน ทีมงานจะตรวจสอบหลักฐานใหม่ๆ ที่โยงไปถึงผู้ต้องสงสัยรายใหม่สองคน คนหนึ่งคือแพทย์ชาวอเมริกัน ฟรานซีส ทัมเบิลตี้ (Francis Tumblety) และอีกคนหนึ่งที่เป็นที่น่าประหลาดใจเป็นผู้หญิงที่มีชื่อว่า แมรี่ เพียร์ซี่ (Mary Pearcey) ทีมงานจะทดสอบว่า เพียร์ซี่จะมีสรีระร่างกายที่แข็งแรงพอที่จะจัดการกับเหยื่อได้หรือไม่ และพวกเขาจะเปรียบเทียบลายมือของผู้ต้องสงสัยกับข้อความที่เชื่อว่าเป็นของฆาตกรผู้นี้ ทีมงานจะทดสอบทฤษฎีเกี่ยวกับเส้นทางหลบหนีของฆาตกร และกำหนดรูปแบบทางด้านจิตวิทยา (Criminal Profile) และจะเทียบหลักฐานนี้กับผู้ต้องสงสัยแต่ละราย

ทฤษฎีที่ว่าใครคือแจ๊ค เดอะริปเปอร์อยู่กับเรามากว่า 1 ศตวรรษแล้ว ผู้ต้องสงสัยก็มีตั้งแต่ ลูอิส คาร์โรลล์ นักเขียนเรื่องอลิสอินวันเดอร์แลนด์ ไปจนถึงวอลเตอร์ ชิคเกิร์ต นักวาดภาพอิมเพรสชั่นนิสม์ที่โด่งดัง และที่แปลกที่สุดก็มีข่าวลือว่ามีคนของราชวงศ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งก็คือเจ้าชายอัลเบิร์ต วิคเตอร์หลานของพระนางวิคตอเรียที่มักจะเสด็จไปในย่านที่เกิดคดีฆาตกรรมนี้อยู่บ่อยครั้ง มีข่าวลือออกมาว่าอัลเบิร์ตคือบิดาของเด็กคนหนึ่งที่เกิดจากสาวชาวบ้านและพระราชินีทรงสั่งให้กำจัดผู้หญิงทุกคนที่รู้จักเด็กคนนี้ แต่มีทฤษฎีใหม่ล่าสุดที่ระบุว่าแจ๊คเดอะริปเปอร์ไม่ใช่ผู้ชาย ซึ่งไม่ใช่ต้องเรียกว่าแจ๊คเดอะริปเปอร์ จริงๆ ต้องเรียกจิลเดอะริปเปอร์มากกว่า

ในปี 2006 ผู้เชี่ยวชาญดีเอ็นเอจากออสเตรเลีย ได้ทดสอบน้ำลายจากจดหมายที่เชื่อกันว่าถูกส่งมาจากแจ๊คเดอะริปเปอร์ การทดสอบระบุว่าผู้ที่ปิดผนึกจดหมายฉบับนี้คือผู้หญิง ทีมงานได้แกะรอยหาหลักฐานโดยเริ่มจากการทดสอบนี้ เบรนท์ เทอ์เวย์ (Brent Turvey) มุ่งมั่นจะไขปริศนานี้ให้ได้ เขาเป็นหนึ่งในนักวิเคราะห์พฤติกรรมแนวหน้าของโลก วิธีการของเขาถูกนำไปสอนในหน่วยงานของ FBI ส่วนสจ๊วต อีแวนส์ (Stewart Evans) อดีตตำรวจชาวอังกฤษผู้เชี่ยวชาญในคดีแจ๊คเดอะริปเปอร์ได้ร่วมทำงานกับเบรนท์เพื่อไขปริศนาของคดีนี้

ผู้ต้องสงสัยใหม่อย่างแมรี่ เพียร์ซี่ได้เสียชีวิตไปในปี 1890 หลังจากฆ่าภรรยาและลูกของชายชู้ของเธอ การฆ่าของผู้หญิงคนนี้เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม เธอปาดคอเหยื่อฆาตกรรมของเธอคนนั้นลึกมากจนมันแทบจะหลุดออกมาเลยทีเดียว ก่อนถูกตัดสิน เพียร์ซี่ได้เขียนจดหมายถึงครอบครัวของเธอ ทำให้ได้เห็นถึงจิตใจของเธอ ก่อนจะสืบสวนคดีนี้ ทีมงานจะต้องกำหนดรูปแบบด้านจิตของฆาตกรรายนี้ออกมาเสียก่อน พวกเขาเริ่มต้น ณ จุดที่มีการฆาตกรรมเหยื่อรายแรก ภาพถ่ายและคำบอกเล่าต่างๆ นั้นไม่สามารถสรุปเป็นข้อมูลชี้ชัดออกมาได้ ต้องออกไปดูที่จุดเกิดเหตุ สร้างประสบการณ์ด้านเสียงและฉากของความสัมพันธ์ออกมาซะก่อน

เหยื่อรายแรก แมรี่ แอนน์ นิโคลส์ August 31, 1888 เธอถูกพบศพเมื่อเวลา 03:45 บนถนนที่มีชื่อว่าบัคโรล ศพของเธอถูกปาดคอเข้ามาที่ทั้งสองด้านจนศรีษระเกือบจะหลุด และที่ส่วนท้องก็ถูกชำแหละด้วยมีดยาวอย่างโหดเหี้ยม ตรอกตรงที่เกิดเหตุทั้งเปลี่ยวและมืด และไม่มีใครสัญจรไปมาในช่วงเช้าตรู่ มันเหมาะอย่างยิ่งสำหรับพวกโจรหรือฆาตกร มีหญิงโสเภณีมากมายที่มาหาลูกค้าอยู่ และทุกคนก็รู้ว่ามีจุดที่เงียบสงบตรงไหนบ้างที่จะทำธุระส่วนตัว ฆาตกรน่าจะเป็นคนที่รู้จักพื้นที่นี้ดี ฆาตกรผู้นี้มุ่งเป้าหมายไปยังพวกผู้หญิงหากิน และรู้ว่าเหยื่อของเขาน่าจะพาไปยังที่ๆ เหมาะที่สุด หรือจุดที่แทบไม่มีใครสังเกตเห็น รูปแบบและพฤติกรรมของฆาตกรค่อยๆ ปรากฏขึ้น ดูเหมือนเขาจะโกรธและเกลียดพวกผู้หญิงนี้อย่างมาก

การฆาตกรรมในครั้งนี้เกิดขึ้นในเขต Whitechapel ของลอนดอน มันเป็นย่านสลัมที่แออัดไปด้วยคนจน พวกเขาเหล่านี้ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างอดๆ อยากๆ นั่นทำให้ผู้หญิงหลายคนออกมาตามท้องถนนเพื่อมาขายบริการทางเพศ เมื่อเกิดคดีฆาตกรรม ความแตกตื่นจึงเกิดขึ้นทั่วพื้นที่ เมื่อผู้หญิงกลายเป็นศพทั่วลอนดอน หนังสือพิมพ์พากันประโคมข่าว และเกิดความบ้าคลั่งในการแย่งกันเพื่อระบุรายละเอียดของฆาตกรและข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ หนังสือพิมพ์ลงรูปวาดต่างๆที่เกี่ยวกับการฆาตกรรม นั่นยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของแจ๊คเดอะริปเปอร์ดูน่ากลัว ซึ่งบางส่วนก็เป็นการแต่งเติมของสื่อส่วนหนึ่ง จดหมายที่อ้างว่ามาจากฆาตกรรายนี้เริ่มปรากฏอยู่บนหนังสือพิมพ์ โดยนักหนังสือพิมพ์ที่ไร้จรรยาบรรณบางคน แต่มีจดหมายฉบับหนึ่งลงวันที่ 18 ตุลาคม และลงชื่อว่าแจ๊คเดอะริปเปอร์ ที่หลายคนเชื่อว่ามันเป็นของฆาตกร จดหมายถูกส่งไปให้คนกลุ่มหนึ่งที่กำลังออกลาดตระเวนท้องถนน มันถูกพบในกล่องใบหนึ่งที่มีไตของมนุษย์อยู่ข้างใน เหยื่อรายที่สี่ แคทเธอลีน เอ็ดโดวส์ที่ถูกฆ่าตายไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อนถูกพบศพโดยไม่มีไต ไตข้างซ้ายของเธอและมดลูกถูกตัดออกโดยฆาตกร

วิธีที่เหยื่อส่วนใหญ่ถูกฆ่าตายก็เป็นเบาะแสที่สำคัญถึงพฤติกรรมของแจ๊คเดอะริปเปอร์

เหยื่อรายที่สอง แอนนี่ แชปแมน September 8,1888
เธอถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ส่วนคอก็มีบาดแผลลึกมากไปถึงกระดูกด้านหลัง ส่วนท้องทั้งหมดก็ถูกคว้านออกมา สิ่งที่หายไปก็คือมดลูก มันไม่ใช่แค่การคว้านไส้และนำอวัยวะออกมาเท่านั้น จุดเด่นก็คือมันเป็นความพยายามกระทำกับสิ่งที่บ่งบอกเพศของเหยื่อ มันเป็นความพยายามและต้องใช้เวลาอย่างมาก มีการระบุว่าพบมีดที่อาจเป็นของฆาตกร มันมีความคมและถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ และมีความคล้ายคลึงกับมีดผ่าตัดของแพทย์ ซึ่งเป็นสิ่งบ่งบอกลักษณะของฆาตกรรายนี้ได้ รายละเอียดของการฆาตกรรมระบุว่าฆาตกรต้องมีความรู้ด้านการแพทย์ กายวิภาค สรีระร่างกาย


ผู้ต้องสงสัยแพทย์ชาวอเมริกัน ฟรานซีส ทัมเบิลตี้ ก็เป็นคนที่มีความรู้เหล่านี้ หมอทัมเบิลตี้ไม่เคยเป็นที่รู้ของประชาชนทั่วไปว่าตกเป็นผู้ต้องสงสัยจนกระทั่งมีการพบจดหมายฉบับหนึ่งที่มาจากหน่วยงานของสก็อตแลนด์ยาร์ดที่บอกว่าพวกเขากำลังสงสัยชายคนนี้ รายงานนี้ถูกเขียนขึ้นเมื่อปี 1913 หน่วยพิเศษของสก็อตแลนด์ยาร์ดหรือหน่วยข่าวกรองลับ มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟรานซีส ทัมเบิลตี้ว่าเขามักจะแต่งตัวเป็นทหารและอ้างว่าทำงานให้กับกองทัพ จากรูปถ่ายของเขาเครื่องแบบที่เขาใส่ผิดปกติมากและมันน่าจะเป็นชุดทหารปลอม

ฟรานซีส ทัมเบิลตี้ดูเหมือนศิลปินที่มีเล่ห์เหลี่ยมมาตั้งแต่วัยรุ่น เขาเติบโตขึ้นมาในโรเชสเตอร์ นิวยอร์ค และพอผ่านช่วงวัยรุ่น เขาก็กลายเป็นแพทย์คนหนึ่ง เขาสร้างเรื่องอื้อฉาวด้วยการขายสมุนไพรและยาปลอมไปทั่วอเมริกา และเมื่อปัญหาเริ่มปรากฏ เขาก็รีบย้ายออกจากอเมริกาทันที หลักฐานระบุว่าเขาเดินทางมาอังกฤษเมื่อเดือนมิถุนายนปี 1888 และช่วงเวลาที่เกิดคดีแจ๊คเดอะริปเปอร์ เขาก็อยู่ในลอนดอนด้วย หลักฐานระบุว่าเขาอาศัยอยู่ในย่านถนน Batty Street ซึ่งอยู่ติดกับถนน Birners เป็นที่เกิดเหตุที่เหยื่อรายที่สามและสี่ถูกฆาตกรรมในครั้งเดียวกันที่ถูกเรียกว่าการลงมือฆ่าซ้อน เจ้าของอพาร์ตเม้นท์แจ้งว่าชายอเมริกันที่มาเช่าพักหายตัวไปในคืนวันนั้น

Elizabeth Stride เหยื่อรายที่สามถูกพบเป็นศพ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 1988 เวลาประมาณ 01:00 น. บนถนน Birners ศพของเธอถูกปาดคอ และมีรอยฟกช้ำที่หัวไหล่ ดูเหมือนว่าอาจมีใครสักคนมาขัดจังหวะฆาตกร ศพของเธอจึงไม่ถูกชำแหละเหมือนรายอื่น ไม่เกิน 1 ชั่วโมงหลังจากนั้นเมื่อเวลา 01:45 น. ก็มีคนพบศพ Catherine Eddowes เหยื่อรายที่ 4 ศพของเธอถูกหั่นไม่มีชิ้นดี และเพียง 15 นาทีหลังจากนั้นเวลา 02:00 น. ทัมเบิลตี้ถูกพบที่โรงแรม Batty Street ทีมงานได้จำลองการเดินทางจากจุดที่ฆาตกรรม ไปยังจุดที่พบเศษเสื้อผ้าเปื้อนเลือดของเหยื่อ และจุดที่พบทัมเบิลตี้ ก็พบว่าเป็นไปได้ที่จะใช้เวลาเดินทาง 15 นาทีซึ่งสัมพันธ์กับเวลาที่เขาเดินทางกลับมาที่โรงแรม

พื้นเพของทัมเบิลตี้ก็ดูเหมือนว่าจะเกลียดผู้หญิงเอามากๆ ทัมเบิลตี้เคยเล่าว่าเขาเคยแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเขารักเธอมาก แต่ตอนหลังพบว่าเธอเป็นโสเภณี ทั้งคู่แยกทางกัน และดูเหมือนตั้งแต่นั้นมาทัมเบิลตี้ก็ไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงอีกเลย เขามีลักษณะหลายอย่างที่เข้าข่ายว่าจะเป็นแจ๊คเดอะริปเปอร์ที่ทั้งเกลียดผู้หญิงและพอจะมีความรู้ด้านการแพทย์อยู่บ้าง เขาเคยถูกจับและต้องสงสัยว่าเป็นแจ๊คเดอะริปเปอร์แต่ไม่มีหลักฐานใดๆ โยงใยไปถึง เขาประกันตัวออกมาและรีบกลับไปอเมริกาและเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Frank Townsend

ส่วนผู้ต้องสงสัยอีกคนหนึ่งที่เป็นผู้หญิง มีข่าวลือว่าจริงๆ แล้วแจ๊คเดอะริปเปอร์อาจจะเป็นผู้หญิงที่จงเกลียดจงชังผู้หญิงหากิน แต่ตำรวจในตอนนั้นไม่คิดว่าผู้ต้องสงสัยจะเป็นผู้หญิง แต่จากการทดสอบในปัจจุบันที่พบว่า DNA ที่อยู่ในน้ำลายที่ปิดผนึกจดหมายที่น่าจะเป็นของฆาตกรนั้นเป็น DNA ของผู้หญิง ทางทีมงานจึงได้ทดสอบว่าเป็นไปได้มั้ยที่ผู้หญิงจะมีแรงพอที่จะฆาตกรรมคนได้อย่างโหดเหี้ยมและรุนแรง ทีมงานได้ทดสอบด้วยการใช้เครื่องวัดแรงกดที่กระทำต่อเหยื่อโดยให้ผู้หญิงที่มีรูปร่างพอๆ กับ  แมรี่ เพียร์ซี่ ผู้ต้องสงสัย ออกแรงบีบคอและกดเหยื่อหุ่นจำลองซึ่งมีเครื่องวัดแรงกดนั้นอยู่ด้านล่าง หลังการทดสอบพบว่าเป็นไปได้ที่ผู้หญิงจะสามารถออกแรงกดและบีบคอเหยื่อให้หมดสติภายในเวลาสั้นๆ เหมือนอย่างที่แจ๊คเดอะริปเปอร์ทำกับเหยื่อ

การฆาตกรรมโหดสองแม่ลูกของแมรี่ เพียร์ซี่ ก็คล้ายกันมากกับคดีของแจ๊คเดอะริปเปอร์ แมรี่มีความสัมพันธ์กับชายที่แต่งงานแล้ว ด้วยความอิจฉาริษยา เธอฆ่าภรรยาและลูกของเขา เธอหลอกล่อเหยื่อมาที่บ้านของเธอและสังหารเหยื่อด้วยที่เขี่ยไฟในเตาผิง เธอนำทารกใส่เข้าไปในเตา หลังจากนั้นก็นำศพของทั้งสองใส่ลงในรถเข็นเด็กเพื่อนำออกไปทิ้งให้ไกลจากบ้านของเธอ ศพของผู้หญิงคนนั้นถูกพบโดยที่ลำคอมีบาดแผลที่ลึกมากซึ่งเป็นสัญลักษณ์ในการฆ่าของแจ๊คเดอะริปเปอร์ และในคำให้การของแมรี่ เพียร์ซี่ที่เธออ้างว่าเธอไม่มีทางเลือก เธอต้องนำศพของผู้หญิงคนนั้นใส่ลงในรถเข็นเด็ก เพื่อที่จะนำศพยัดลงไปในรถเข็นเด็ก เธอจึงต้องตัดส่วนคอลงไปลึกมากเพื่อให้ศพสามารถยัดลงไปได้

การสืบสวนอีกอย่างหนึ่งคือการตรวจสอบลายมือของผู้ต้องสงสัยกับลายมือในจดหมายที่คาดว่าเป็นของแจ๊คเดอะริปเปอร์ เจ้าหน้าที่ได้รับจดหมายจำนวนมากที่อ้างว่าเป็นของฆาตกรรายนี้ แต่ส่วนใหญ่ถูกพิสูจน์แล้วว่ามันถูกปลอมขึ้นมา ยกเว้นจดหมายฉบับหนึ่งที่ถูกส่งมาให้หน่วยลาดตะเวนของพลเรือน ซึ่งมันถูกส่งมาพร้อมกับไตข้างหนึ่งของมนุษย์ จดหมายนี้จ่าหน้าว่ามาจากนรก ไม่มีลายเซ็นต์อยู่ที่ท้ายจดหมาย มันมาพร้อมกับไตข้างหนึ่งของแคทเธอรีน เอ็ดโดว์ มันถูกเขียนเอาไว้ว่า "ผมส่งไตมาให้คุณครึ่งหนึ่ง มันถูกเอาออกมาจากผู้หญิงคนหนึ่ง และผมห่อเอาไว้อย่างดี ผมหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ เพื่อที่คุณจะได้กินได้ง่าย ผมอาจจะส่งมีดเล่มนั้นมาให้คุณอีก ถ้าคุณจะกรุณารอต่อไปอีกสักพัก ลงชื่อ มาจากผม ถ้าคุณทำได้"



จดหมายฉบับนี้ได้หายไปจากห้องเก็บหลักฐานของสก็อตแลนด์ยาร์ด เมื่อปี 1950 แต่ยังมีสำเนาให้ทำการเปรียบเทียบและวิเคราะห์ลายมือ นักวิเคราะห์ลายมือได้ระบุว่า ผู้ที่เขียนนี้มีลักษณะที่เป็นไปได้ว่าจะเป็นผู้ที่ชอบล่วงละเมิดทางเพศผู้อื่น และการสะกดคำในจดหมายสามารถระบุได้ว่าเป็นลักษณะการสะกดคำของชาวไอริช ซึ่งค่อนข้างระบุได้ว่าคนที่เขียนจดหมายนี้มีภูมิหลังเป็นชาวไอริช ซึ่งผู้ต้องสงสัยฟรานซิส ทัมเบิลตี้เป็นชาวอเมริกัน แต่พ่อของเขาเป็นชาวไอริช และเมื่อนำจดหมายจากนรกมาเปรียบเทียบกับจดหมายของทัมเบิลตี้ก็พบว่ามีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก สิ่งหนึ่งที่พบว่าคล้ายกันก็คือการเชื่อมโยงคำที่ไม่ปกติ และการเขียนตัววายที่ลากหางยาวไปที่คำด้านล่างที่อยู่อีกบรรทัดหนึ่ง ซึ่งสุดท้ายแล้วผู้เชี่ยวชาญด้านลายมือก็สรุปว่า มีความเป็นไปได้ว่าผู้ที่เขียนจดหมายจากนรกคือฟรานซิส ทัมเบิลตี้

สุดท้ายได้มีการวิเคราะห์พฤติกรรมของฆาตกร โดยกำหนดเป็นรูปแบบของฆาตกร (Criminal Profile) ไว้ดังนี้
- การเชี่ยวชาญด้านพื้นที่ ไม่มีความจำเป็น
- ไม่คิดว่าจะเกี่ยวข้องกับผู้ที่มีความรู้ด้านการแพทย์ เพราะบาดแผลไม่ได้เฉียบคม ลักษณะบาดแผลบ่งบอกว่าฆาตกรมีความโหดเหี้ยม มีแรงจูงใจของคนที่ต้องการแก้แค้น
- ฆาตกรจงใจกระทำต่ออวัยวะที่แสดงลักษณะของเพศหญิง และฆาตกรไม่ได้รีบร้อนในการฆ่า และใช้เวลากับการฆ่าเหยื่อ ฆาตกรเกลียดเพศหญิง ใจเย็นไม่ได้ฆ่าจากการระเบิดอารมณ์โกรธหรือความฉุนเฉียว

เมื่อเทียบรูปแบบกับฆาตกรกับผู้ต้องสงสัยแมรี่ เพียร์ซี่สรุปได้ดังนี้
- แมรี่ เพียร์ซี่ไม่ได้อาศัยย่านจุดเกิดเหตุ ซึ่งตรงนี้ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นฆาตกรได้
- แมรี่ เพียร์ซี่มีความรู้ทางด้านการแพทย์ แต่การฆาตกรรมโดยแจ๊คเดอะริปเปอร์ไม่จำเป็นต้องทำโดยผู้ที่มีความรู้ด้านการแพทย์
- ไม่มีหลักฐานอะไรบ่งบอกว่าเธอเกลียดเพศหญิง แมรี่ฆ่าด้วยความโกรธเพราะความรัก

เมื่อเทียบรูปแบบกับฆาตกรกับผู้ต้องสงสัยฟรานซิส ทัมเบิลตี้สรุปได้ดังนี้
- ฟรานซิส ทัมเบิลตี้ย้ายมาจากอเมริกาไม่ได้มีความชำนาญในพื้นที่เกิดเหตุ
- ฟรานซิส ทัมเบิลตี้มีความพยายามจะเป็นหมอ เขารู้ว่าอวัยวะแต่ละส่วนอยู่ตรงไหน แต่ไม่ได้มีความชำนาญในการชำแหละ ตรงนี้ตรงกับฆาตกร
- มีการระบุว่าฟรานซิส ทัมเบิลตี้เคยผิดหวังในความรักจากผู้หญิงและมีพฤติกรรมเกลียดผู้หญิง ไม่ชอบกลิ่นของผู้หญิง ตรงนี้ตรงกับฆาตกร
- ฟรานซิส ทัมเบิลตี้มีลักษณะใจเย็น การทำงานของเขามีการไตร่ตรอง ชอบจัดลำดับความสำคัญ

จากโปรไฟล์ของฆาตกรและของฟรานซิส ทัมเบิลตี้นั้นตรงกันทุกข้อ จึงมีความเป็นไปได้ว่าแจ๊คเดอะริปเปอร์นั้นคือฟรานซิส ทัมเบิลตี้ แต่อย่างไรก็ตามจากหลักฐานต่างๆ ที่มีเหลืออยู่เพียงน้อยนิด ไม่อาจสรุปได้ว่าแจ๊คเดอะริปเปอร์คือเขา เป็นเพียงผู้ต้องสงสัยที่ตรงกับฆาตกรที่สุดเท่านั้น

แจ๊คเดอะริปเปอร์
ใครคือแจ๊คเดอะริปเปอร์
Jack The Ripper
ฆาตกรต่อเนื่อง
ฆ่าชำแหละศพ
ตุลาคม 21, 2017, 01:53:04 AM
ตอบกลับ #6
  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 297
    • ดูรายละเอียด

เดวิด เบอร์โควิทซ์ ฆาตกรต่อเนื่องแห่งนิวยอร์ค



กลางดึกในย่านบรองซ์ของมหานครนิวยอร์ค ดอนน่า ลอเรีย สาวน้อยวัย 16 ปี กำลังนั่งคุยกับเพื่อนชายอยู่ในรถ จู่ๆ ก็มีชายคนหนึ่งเดินตรงมาหาแล้วชักปืนออกมากระหน่ำยิงใส่เธอถึง 5 นัด เลือดของดอนน่า ลอเรีย กระจายไปทั่วทั้งรถ เธอขาดใจตายทันที ในขณะที่เพื่อนชายได้รับบาดเจ็บสาหัส...นั่นคือเหยื่อคนแรกที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับความบ้าคลั่งของเดวิด เบอร์โควิทซ์ ฆาตกรต่อเนื่องที่มุ่งฆ่าหญิงสาวโดยเฉพาะ

ในตอนแรกตำรวจเชื่อว่าคดีนี้น่าจะเป็นฝีมืออันธพาลประจำถิ่น เพราะย่านบรองซ์ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความโหดเถื่อน มีเหตุตีรันฟันแทงกันเป็นประจำอยู่แล้ว แต่อีกสามเดือนต่อมาก็เกิดเหตุการณ์เดียวกันขึ้นกับ โรสแมรี่ คีแกน ซึ่งกลับจากงานปาร์ตี้พร้อมเพื่อนชาย ก่อนที่ทั้งสองจะลงจากรถ ชายคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นแล้วจ่อยิงเขาไปในระยะเผาขน เพื่อนชายของโรสแมรี่ถูกยิงเข้าที่ศรีษะ ส่วนโรสแมรี่รอดคมกระสุนไปได้อย่างปาฏิหาริย์ เธอจึงตัดสินใจเหยียบคันเร่งพารถหนีฆาตกรทันที

ต่อมาในตอนค่ำวันที่ 26 พฤศจิกายน 1976 ดอนน่า เดมาซี่ และเพื่อนสาว โจแอนน์ โลมิโน ถูกชายคนหนึ่งที่ทำทีเข้ามาถามทางเปิดฉากกราดยิงใส่ ดอนน่าบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนโจแอนน์โชคร้ายกระสุนพุ่งเข้าเจาะกระดูกสันหลัง ต้องกลายเป็นอัมพาตเดินไม่ได้ไปตลอดชีวิต จากนั้นอีกหนึ่งเดือนต่อมา เศรษฐีนีสาว คริสติน ฟรอยด์ก็ถูกยิงตายในลักษณะเดียวกัน คือไม่รู้ที่มาที่ไปคนร้าย ไม่มีเหตุจูงใจ และไม่มีใครได้รับผลประโยชน์จากการตายของเธอ ทุกคดีมีความคล้ายกัน ทำให้ตำรวจจับทางได้ว่ามหานครนิวยอร์กกำลังเผชิญหน้ากับฆาตกรต่อเนื่องเข้าให้แล้ว



สามเดือนหลังจากคดีของคริสติน่า ในเย็นวันอังคารที่ 8 มีนาคม 1977 ระหว่างที่เวอร์จิเนีย วอสเคอริเชี่ยน นักศึกษาสาวชาวบัลแกเรียกำลังเดินกลับบ้านตามปกติ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินสวนมา พอได้ระยะประชิด ชายแปลกหน้าก็ชักปืนจ่อยิงที่หัวของเธอทันที เวอร์จิเนียรีบยกหนังสือขึ้นบังตามสัญชาตญาณ แต่กระสุจก็พุ่งทะลุหนังสือเล่มหนาเจาะเข้ากลางหน้าผากจนเวอร์จิเนียล้มลงขาดใจตายคาที่ ในตอนหน้าสิ่วหน้าขวานนั้นเอง บังเอิญฝั่งตรงข้ามมีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินผ่านมา แต่แทนที่ฆาตกรจะสาดกระสุนใส่เขาเหมือนที่ทำกับเวอร์จิเนีย คนร้ายกลับยิ้มให้แล้วทักหน้าตาเฉยว่า "สวัสดี" เหตุการณ์นี้ทำให้ตำรวจมั่นใจว่าคนร้ายจะเลือกฆ่าเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น พยานผู้เห็นเหตุการณ์ได้บรรยายรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายอย่างละเอียด จนพอจะจินตนาการออกว่าเจ้าฆาตกรต่อเนื่องน่าจะเป็นชายผิวขาว อายุประมาณ 25-30 ปี สูงประมาณ 6 ฟุต รูปร่างสันทัด และมีผมสีเข้ม แต่นอกเหนือจากนี้ก็ไม่มีใครให้เบาะแสที่เป็นประโยชน์ได้อีกเลย



ข่าวฆาตกรต่อเนื่องออกอาละวาด สร้างความหวาดผวาและลุ้นระทึกไปทั่วนิวยอร์ค แต่ไปๆ มาๆ คนที่ลุ้นที่สุดกลับเป็นตัวฆาตกรเอง เมื่อรออยู่นานตำรวจก็ยังไม่สาวมาถึงตัวสักที ฆาตกรร้ายก็หมดความอดทนจึงลงมือสังหารโหดอีกครั้งในวันที่ 17 เมษายน 1977 และทิ้งจดหมายท้าทายแนบทิ้งไว้กับศพของเหยื่อว่า "ผมรู้สึกเจ็บปวดที่พวกคุณบอกว่าผมเกลียดผู้หญิง เปล่าเลยผมไม่ใช่สัตว์ร้าย ผมเป็นเพียงลูกชายของแซม เมื่อไหร่ก็ตามที่แซมดื่มหนักเขาจะร้ายกาจมาก เขาจะตบตีครอบครัว บางครั้งก็จะจับผมมัดไว้หลังบ้านหรือไม่ก็โรงรถ แซมชอบดื่มเลือด เขาจึงสั่งให้ผมออกไปหาเลือดให้ อย่างไรก็ตามเพื่อที่จะหยุดผม พวกคุณต้องฆ่าผมเสีย ฟังให้ดีพวกตำรวจ ยิงผมเสียหรือไม่ก็ไสหัวไปให้พ้นทางผม

จดหมายฉบับนี้ถูกตำรวจเก็บเงียบเป็นความลับ แต่ไม่นานจดหมายอีกฉบับที่มีเนื้อหาคล้ายกันก็ถูกส่งไปยังนักข่าวหนังสือพิมพ์ ทำให้ชาวนิวยอร์คได้รับรู้ถึงความบ้าของฆาตกรกันถ้วนหน้า ขณะเดียวกันการฆ่าต่อเนื่องก็ยังดำเนินไปไม่ขาดสาย เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 1977 เวลาตีสาม จูดี้ พลาซิโด และเพื่อนชาย ซาลวโตเร ลูโป ถูกกระสุนปริศนา 4 นัดยิงเข้าใส่หลังจากกลับจากดิสโกในย่านควีนส์ ทั้งคู่โชคดีที่เพียงแค่บาดเจ็บสาหัส แต่ก็รอดมาได้หลังจากรักษาตัวกันอยู่นาน

31 กรกฎาคม 1977 เวลาเช้าตรู่ สเตซี่ มอสโกวิทซ์ กับแฟนหนุ่ม บ๊อบบี้ ไวโอเลนเต ถูกยิงระหว่างกำลังจู๋จี๋กันอยู่ในรถ สเตซี่ตายทันที ส่วนบ๊อบบี้แม้จะรอดชีวิตมาได้แต่ก็ต้องเสียตาข้างซ้ายไปข้างหนึ่ง ความอุกอาจของฆาตกรทำให้ความหวาดกลัวยิ่งกระจายตัวออกปกคลุมนิวยอร์ค แต่ไม่ว่าฆาตกรจะเก่งแค่ไหน ถ้าลงมือสำเร็จหลายครั้งติดต่อกันแล้ว คนร้ายก็มักจะชะล่าใจจนทำผิดพลาดเสมอ ตอนลงมือฆ่าสเตซี่ คนร้ายย่ามใจขนาดหนักจนไม่รอให้มืดก่อนอย่างทุกที หญิงวัยกลางคนชื่อ คาซซิลเลีย เดวิส เพื่อนบ้านของสเตซี่จึงแอบเห็นหน้ามือปืนได้ถนัดตา

คาซซิลเลียเล่าว่าเธอประจวบเหมาะเดินสวนกับคนร้าย แต่พอเห็นปืนในมือเขา เธอก็รีบหลบเข้าบ้านแทบไม่ทัน จากนั้นพอเสียงปืนดังขึ้น คาซซิลเลียก็รีบไปแอบมองทางหน้าต่างก็ได้เห็นชายคนเดิมกำลังดึงใบสั่งจราจรออกจากหน้ารถแล้วขับหนีไป พอได้เงื่อนงำสำคัญ ตำรวจจึงรีบติดต่อไปที่สำนักงานจราจรให้ค้นหาว่ามีใครถูกออกใบสั่งในวันเวลานั้นบ้าง และใบสั่งใบนั้นนั่นเองที่เป็นจุดจบของ "เดวิด เบอร์โควิทซ์" ปีศาจฆาตกรนักฆ่าต่อเนื่องแห่งนิวยอร์ค

เดวิด เบอร์โควิทซ์ เป็นเด็กกำพร้าที่ถูกสองสามีภรรยาชาวยิว เน็ต และเพิร์ล เบอร์โควิทซ์ รับไปอุปการะ เขาเติบโตขึ้นมาในสภาพที่รู้ดีว่าตัวเองเป็นลูกกาฝาก เดวิดจึงเป็นเด็กก้าวร้าว อารมณ์ร้าย ชอบตัดสินปัญหาด้วยกำลัง ขณะเดียวกันก็รักและบูชาพ่อแม่ยุญธรรมสุดหัวใจ ถ้าหากเน็ตและเพิร์ลยังมีชีวิตอยู่ ชีวิตของเดวิดก็อาจไม่ต้องเป็นอย่างนี้ แต่โชคร้ายที่เพิร์ลตายไปเสียก่อนด้วยโรคมะเร็งทรวงอกในปี 1967 ส่วนเน็ตก็แต่งงานใหม่ ทำให้เดวิดหมดที่พึ่งทางใจ กลายเป็นเรือที่ไร้หางเสือจะควบคุมชีวิตตนเอง

ในปี 1971 เดวิดถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร เขาจึงได้มีโอกาสฝึกใช้อาวุธปืน และได้ชื่อว่าเป็นนักแม่นปืนมือฉมัง เป็นไปได้ว่าการเห็นเป้านิ่งแหลกกระจุยคามืออาจไปกระตุ้นจิตใต้สำนึกแห่งการฆ่าของเดวิดขึ้นเงียบๆ ยิ่งไปกว่านั้นหลังปลกประจำการ โชคชะตาก็ชักำาให้เขาได้เจอกับแม่ที่แท้จริงและพี่สาวต่างพ่อเข้า ทั้งคู่พยายามเข้ามาดูแลชดเชยเวลาที่หายไปให้เขาอย่างสุดความสามาถ แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว จิตใจของเดวิดซึ่งชอกช้ำกับการล้อเลียนถูกด่าว่าเป็ยลูกที่ถูกทิ้งมาตั้งแต่จำความได้ ไม่สามารถให้อภับมารดาบังเกิดเกล้า ยิ่งแม่ทำดีกับเขาเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเกลียดเธอ เกลียดพี่สาว และสุดท้ายก็เกลียดชังผู้หญิงทั้งโลก

ความเกลียดที่สุมอยู่ในอกกระพือแรงขึ้นทุกวัน จนเดวิดแทบจะทนความบ้าคลั่งของมันไม่ไหว ครั้งหนึ่งเขาต้องเขี่ยนไประบายความอัดอั้นกับเน็ต ส่วนในห้องพักของเขาเองมีลายมือเจ้าตัวเขียนไว้ลวกๆ บนกำแพงว่า "ในความกระหายเลือด ผมอยากจะฆ่าใครสักคน ผมอยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งเพื่อฆ่าให้สิ้นซาก"

ปฏิบัติการสังหารของเดวิดเกิดขึ้นครั้งแรกในวันคริสต์มาสปี 1975 เขาซื้อมีดล่าสัตว์มาเล่มหนึ่ง  ตระเวนขับรถไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความเงียบของราตรีกาล จนกระทั่งเห็นหญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมาจากร้านขายของชำ เขาก็ตรงเข้าไปแทงเธอทางด้านหลัง จากนั้นก็ขับรถต่อไป พอเจอเหยื่อรายที่สองก็ลงมือเหมือนกับรายแรก เหยื่อสาวทั้งสองคนนี้ไม่ถึงกับตาย แต่การได้เห็นเลือดสดๆ ได้มองเธอร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดก็ทำให้เดวิดสบายใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

เดวิดเสพติดความรู้สึกนี้เข้าเต็มเปา เขาจึงลงมือล่าอย่างจริงจังโดยหันไปยึดอาชีพขับรถแท๊กซี่ เพื่อจะได้ตระเวนหาเหยื่ออย่างไม่ผิดสังเกต เขาเพลิดเพลินกับการฆ่าเสียจนตั้งใจว่าจะทำไปตลอดชีวิต ถ้าไม่ถูกจับตัวได้เสียก่อน ก็คงมีหญิงสาวอีกหลายสิบรายต้องสังเวยชีวิตให้กับผู้ร้ายเลือดเย็นคนนี้



หลังจากถูกจับ เดวิดไม่ถูกประหารชีวิตอย่างที่ทุกคนเข้าใจ เพราะคณะลูกขุนเชื่อว่าเขามีอาการป่วยทางจิต อย่างไรก็ตามเขาถูกตัดสินจำคุกถึง 365 ปี ระหว่างอยู่ในเรือนจำเดวิดได้เขียนหนังสือถ่ายทอดประสบการณ์จริงออกมา ซึ่งก็ติดอันดับหนังสือขายดี ทำเงินให้เขาถึง 200,000 ดอลลาร์ (6,000,000 บาท) เลยทีเดียว

ที่มา นิตยสาร LIVE

10 สถานที่สุดแห่งความสยองขวัญ



คุณกำลังก้าวเข้าสู่โลกแห่งตำนานลึกลับ เรื่องราวภูติผีและประสบการณ์น่ากลัว ท้าทายความตายและขอต้อนรับสู่เส้นทางแห่งอาถรรพ์ ขอต้อนรับสู่ 10 สถานที่ที่น่ากลัวที่สุดในโลก
สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า
หนึ่งในสถานที่ลึกลับที่สุดในโลกคือสามเหลี่ยมในตำนานแห่งทะเลที่อยู่ระหว่าง 3 จุดในมหาสมุทรแอตแลนติก เปอร์โตริโก ฟลอริด้า และเบอร์มิวด้า ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมามีคนอย่างน้อย 1,000 คนเสียชีวิตที่นี่ เรือและเครื่องบินมากกว่า 100 ลำสูญหายไปโดยไร้ร่องรอย ขอต้อนรับสู่สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าปลายทางสยองขวัญอันดับที่ 10 คำอธิบายถึงวัตถุจำนวนมากสูญหายไปในบริเวณสามเหลี่ยมมีตั้งแต่พืชยักษ์ ระเบิดลูกไฟ ถูกสัตว์ประหลาดโจมตี มิติเวลาแปรปรวน และต่างดาวลักพาตัว ด้วยเหตุนี้จึงอาจแปลกใจที่บางคนอยากมาสัมผัสที่นี่ และบริเวณที่ดีที่สำหรับการเดินทางไปท่องเที่ยวเบอร์มิวด้าคือเกาะบิมินิ (Bimini) 50 ไมล์จากไมอามี่มุ่งสู่ศูนย์กลางของสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า และนำไปสู่เรื่องลึกลับที่สุดของเบอร์มิวด้า การสูญหายของเที่ยวบินที่ 19 ในปี 1945 ฝูงเครื่องบินรบ 5 ลำ บินขึ้นจากท่าอากาศยานฐานทัพเรือเพื่อซ้อมรบ 90 นาทีให้หลังหัวหน้าผู้ฝูงวิทยุแจ้งว่าหลงทาง และหลังจาก 3 ชั่วโมงก็ได้รับข้อความสุดท้ายที่สับสน ฝูงบินขาดการติดต่อ และเราไม่เคยได้พบซากเครื่องบิน
ฮอลลีวู้ด
ฮอลลีวู้ด แคลิฟอร์เนียเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีชื่อเสียงในโลก และในอีกด้านหนึ่งฮอลลีวู้ดก็เป็นหนึ่งในที่เที่ยวสุดสยองได้เช่นกัน และสยองพอที่จะเป็นอันดับที่ 9 ในการจับอันดับนี้ ที่โรงแรมรูสเวลต์ แขกที่นี่รวมถึงนักแสดงผู้มีชื่อเสียงจากต้นยุคของการผลิตภาพยนต์ จากชาร์ลี แชปปลิ้น สู่มารีลีน มอนโร มีเรื่องเล่าว่าบางคนก็ไม่เคยเช็คเอาท์ มีคนเชื่อว่าผีนักแสดงมอนโกเมอรี่ คลิฟต์ สิงอยู่ที่ห้อง 928 ที่โรงแรมแห่งนี้ มอนโกเมอรี่ คลิฟต์พักที่โรงแรมนี้ 2-3 เดือนก่อนถ่ายหนังเรื่อง from here to eternity คนที่เข้าพักในห้อง 928 มักจะได้ยินเสียงคนเล่นทรัมเป็ต และบางครั้งก็โทรมาต่อว่าแล้วบอกว่าช่วยบอกให้คนที่อยู่ข้างล่างหยุดเล่นทรัมเป็ตได้มั้ย แลัวเมื่อทางโรงแรมบอกกับเขาว่าเคยมีแขกที่เข้าพักห้องนั้นและเป็นคนที่ติดต่อกับวิญญาณได้บอกว่าเป็นวิญญาณของมอนโกเมอรี่ คลิฟต์ แขกคนนั้นเมื่อได้ฟังแล้วกลับไม่กลัวและอยากจะพักต่อ ซึ่งเขาคิดว่ามันน่าหลงใหล  ดาราอีกคนที่ยังสิงอยู่ในโรงแรมรูสเวลต์คือมารีลีน มอนโร เธอพักที่นี่เมื่อมาถึงฮอลลีวู้ดครั้งแรก มารีลีนพักที่ห้อง 246 ข้างสระว่ายน้ำ ตอนนั้นเป็นปี 1951 และเพราะเธอเคยพักที่นี่ เธอจึงยังคงวนเวียนอยู่ที่นี่  มอนรีลีนมอนโรตายอย่างลึกลับขณะนอนหลับในปี 1962 อายุ 36 ปี กระจกในห้องพักของเธอตอนนี้ถูกแขวนอยู่ที่ล็อบบี้ของโรงแรม  หลายคนบอกว่าเคยเห็นเงาของเธอในกระจก

ไม่ไกลกันนั้นมีโรงแรม Knockerbocker ที่นี่ก็มีแขกมีชื่อเสียงเช่นกันทั้งที่ยังมีชีวิตและตายแล้ว มีคนเคยเห็นหัวคนลอยอยู่เหนือโต๊ะพูลในผับของโรงแรม และมีคู่รักกำลังนั่งเล่นกันในนั้น ทันใดนั้นพัดลมก็โฉบลงจากเพดานลอยไปทั่วห้อง หลอดไฟอีกข้างหนึ่งของห้องก็ระเบิดขึ้น แล้วคู่รักคู่นั้นก็เห็นผีผู้ชายแต่งกายในยุค 40 ปรากฏกายขึ้นแล้วก็แว่บหายไป แต่โรงแรมไม่ใช่ที่เดียวที่จะเกิดเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ สุสานตลอดกาลของฮอลลีวู้ดเป็นที่พักของคนมีชื่อเสียงมากมาย และเป็นที่รู้กันว่ามีผีมากกว่าที่อื่นในฮอลลีวู้ด เช่นดาราดังในยุค 1920 รูดอล์ฟ วาเลนติโน่ ซึ่งตายอย่างไม่คาดคิดด้วยแผลทะลุเรื้อรังด้วยอายุเพียง 31 ปี เชื่อกันว่าเขายังวนเวียนตามโถงทางเดินที่ร่างของเขาถูกฝังเอาไว้ บ่อยครั้งที่วิญญาณของเขาเตร็ดเตร่ออกไปที่พาราเม้าท์ อาถรรพ์แห่งฮอลลีวู้ดประกอบด้วยความหลงใหลในตัวคนดัง ถ้าคุณได้มีโอกาสไปพักที่โรงแรมรูสเวลต์ ถึงแม้คุณไม่มีโอกาสได้เจอมารีลีน มอนโรในชีวิตจริง แต่คุณอาจมีโอกาสได้เจอเธอในหนังแห่งความตาย

หอคอยแห่งลอนดอน (Tower of London)
ชื่อนครลอนดอน ประเทศอังกฤษ ปกติแล้วจะไม่ค่อยได้รู้สึกถึงความน่ากลัวนัก แต่มีสถานที่หนึ่งในลอนดอนที่น่ากลัวมากพอที่จะเป็นอันดับที่ 8 เรากำลังพูดถึง 900 ปีแห่งประวัติศาสตร์ของเลือด ความตายที่น่าสยดสยองโดยกิโยตินและคมขวาน การถูกแขวนคอ ถูกยิง คมดาบ การตายอย่างทารุณต่างๆ มันเป็นปราสาทและคุกเก่าแก่ที่สุด ซึ่งน่ากลัวเหนือคำบรรยาย นักโทษมากมายถูกพามาที่หอคอย ผู้ที่ผิดด้วยข้อหาศาสนานอกรีตถูกเผาทั้งเป็น ชนชั้นปกครองถูกสังหารบนเนินของหอคอยอันเป็นการประหารต่อหน้าฝูงชน มันคือมรดกของความโหดเหี้ยมที่ให้กำเนิดตำนานเหนือธรรมชาติ ทหารยามที่ดูแลปราสาทรายงานว่าเห็นร่างหญิงไร้ศรีษระเดินมุ่งไปทางโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ นั่นคือแอนน์ โบลีน กับหัวที่อยู่ในอ้อมแขน ถ้าคุณมองหาตำนานสยองขวัญที่นี่มีให้คุณมากมาย

Mutter Museum
โครงกระดูกมนุษย์ อวัยวะที่เป็นโรคและความผิดปกติทางการแพทย์ นำไปสู่นิทรรศการที่น่าสยองที่สุดในโลก และมันก็มาอยู่ในอันดับที่ 7 มันคือพิพิธภัณฑ์แห่งประวัติศาสตร์การแพทย์มุทเทอร์ เป็นความขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับพิพิธภัณฑ์อื่นในเมืองฟิลาเดเฟีย รัฐเพนซิลวาเนีย พิพิธภัณฑ์มุทเทอร์แสดงอุปกรณ์การสอนและชุดการสอนทางการแพทย์จากปี 1800 เพื่อแสดงให้เห็นว่านักเรียนเรียนรู้ที่จะตรวจพบเชื้อโรคและเพื่อรวบรวมสิ่งที่น่าสนใจจากการศึกษาทางการแพทย์  พิพิธภัณฑ์มุทเทอร์ยังคงรวบรวมอุปกรณ์การสอน แต่เมื่อเปิดให้คนทั่วไปได้เข้าชมในปี 1963 นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาเพื่อความสยองขวัญในบรรยากาศของนิทรรศการทางวิทยาศาสตร์  มันมีทั้งพยาธิตัวตืดที่ยาวมากและทารกสามหัว จุดที่ได้รับความสนใจ รวมถึงรูปหล่อปูนขาวของแฝดสยาม ชุดสะสมอวัยวะที่เป็นโรค รวมถึงลำไส้ใหญ่ขนาดยักษ์ ชุดสะสมอันแปลกประหลาดของวัตถุที่พบในทางเดินอากาศและทางเดินอาหารของมนุษย์ โถบรรจุชิ้นส่วนตัวอย่างของมนุษย์ที่ติดเชื้อที่สยองจนทำให้คุณไม่อยากเจอกับตัวเอง แม้ว่าพิพิธภัณฑ์มุทเทอร์จะถูกออกแบบมาเพื่อการศึกษาแต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาที่นี่เพื่อความบันเทิง
Gettyburg
ดินแดนแห่งนี้เป็นที่ๆชาย 51,000 คนต้องเสียชีวิต วันที่ 1-3 กรกฎาคม 1863 คลื่นแห่งสงครามกลางเมืองก็เปลี่ยนทิศไป เมื่อเกิดสงครามที่นองเลือดที่สุดในแผ่นดินอเมริกา สงครามที่ Gettyburg มันเป็นที่ๆศักดิ์สิทธิ์ มีทหารพัธมิตรถูกฝังที่นี่ ทุกปีนักท่องเที่ยว 1,700,000 คน เดินข้ามพื้นที่ 6,000 เอเคอร์ของสนามรบ บ้างมาเพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ บ้างเพื่อระลึกถึงบรรพบุรุษ หลายคนมาด้วยเหตุผลอื่น เรื่องของสถานที่ผีสิง กลิ่นแปลกๆ และความเย็นยะเยือก กลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับนักท่องเที่ยวใน Gettyburg มีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้น บางอย่างปรากฏในรูปถ่าย

นิวออร์ลีน
วิญญาณ เรื่องลี้ลับที่อธิบายไม่ได้ ปิศาจที่น่ากลัวแห่งวูดู ที่นี่หลายคนรู้ศึกถึงวิญญาณ เวทมนต์และความเชื่อโบราณ  การติดต่อของนิวออร์ลีนกับภูตผีนั้นยาวนานและเข้มข้น การเข้าชมพิพิธภัณฑ์วูดู หรือทัวร์จตุรัสฝรั่งเศสยามราตรี เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะได้สัมผัสด้านมืดของนิวออร์ลีน เป็นที่ๆคนธรรมดาจะสามารถสัมผัสได้ถึงความลี้ลับ

Salem Massachusetts
อาณานิคมที่งดงามดั่งภาพวาด เพียง 30 นาทีจากบอสตัน เมืองเซเลมที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และหลักฐานของการปฏิวัติ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาที่นี่เพื่อสำรวจมรดกอาถรรพ์แห่งเซเลม ในปี 1692 คน 19 คนถูกแขวนคอในข้อหาเป็นแม่มด เป็นผู้หญิง 14 คน และชาย 5 คน

Area 51
เป็นที่ไกลจากผู้คน ห่างจากลาสเวกัส 75 ไมล์ไปทางตะวันตก ด้วยชื่อแปลกๆก็คือทางหลวงจากนอกโลก เป็นความลับสุดยอดของรัฐบาลที่เป็นต้นตอของการปรากฏของต่างดาว นี่คือที่สำหรับปลีกวิเวกของรัฐบาลแม้ว่าเราพยายามที่จะเข้าถึงมัน รัฐบาลปฏิเสธว่ามีที่แห่งนี้อยู่ จนปี 1995 รัฐบาลได้ยอมรับว่าได้ทดลองเครื่องบินสอดแนมที่นี่ แม้ว่ามีเครื่องบินทดสอบที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็น UFO หลายต่อหลายครั้ง ไม่ปรากฏว่ามีการติดต่อกับต่างดาวจนปี 1989 นักวิทยาศาสตร์รายหนึ่งออกมาบอกว่าพวกเขาทำงานบนยานต่างดาวในโรงเก็บบนหุบเขาที่ถูกซุกซ่อนไว้ในเขตพื้นที่ Area 51 นักวิทยาศาสตร์คนนั้นออกโทรทัศน์ท้องถิ่นในเวกัสบอกว่า "ผมเป็นนักฟิสิกส์ถูกเกณฑ์ให้ไปตรวจพิสูจน์ทางวิศวกรรมของระบบการขับเคลื่อนต่อต้านแรงดึงดูดของโลกด้วยแม่เหล็กไฟฟ้าของวัถุที่บินได้รูปจานรองถ้วยเหมือนในหนังสงครามของมนุษยชาติ"  รอบๆบริเวณนั้นไม่มีรั้วกั้น และผู้ที่อยากรู้ทั้งหลายก็ไมกล้าเข้าไป พวกเขาคอยเฝ้าดูด้วยกล้องส่องทางไกลคุณภาพสูง มีกล้องบันทึกภาพระยะไกลบนสันเขา และมีป้ายเตือนห้ามเข้า

Winchester Mystery House
อันดับ 2 ของปลายทางสยองขวัญคือพื้นที่ 160 ห้องของแมนชั่นในซานโฮเซ่ แคลิฟอร์เนีย บ้าน Winchester ที่ซึ่งเล่ากันว่ามีผีสิง บ้านถูกออกแบบแปลกๆ มีทางเดินลับและทางตันอยู่ทั่วพื้นที่ คฤหาสถ์นี้เคยเป็นบ้านของ Sarah Winchester ผู้มีสมบัติมากมายจากสามีลูกหลานตระกูลผู้ผลิตปืนไรเฟิล หลังจากการตายของสามีและลูกสาว เธอพบร่างทรงซึ่งบอกเธอว่า การตายของลูกสาวและสามีของเธอเป็นเพราะวิญญาณทั้งหลายที่ตายด้วยปืนไรเฟิล หนทางในการแก้ปัญหานี้ก็คือเธอต้องซื้อบ้านและสร้างไปเรื่อยๆ และตรายที่เธอยังสร้างบ้าน เหล่าวิญญาณก็จะไม่ทำร้าย เธอทำตามคำเตือนโดยซื้อบ้านที่ทิ้งร้าง ในปี 1884 เธอซื้อบ้านมีห้องแปดห้องที่ยังไม่ได้ตกแต่ง 38 ปีให้หลัง เธอเปลี่ยนมันให้เป็นคฤหาสถ์ 7 ชั้น แบบบ้านที่วิปริต เธอสร้างประตูที่เปิดไปเจอกำแพง หน้าต่างทางตัน ห้องประชุมที่มีทางเข้าทางเดียวสามทางออกและประตูลับที่ร่วงไปสู่ห้องครัวชั้นล่าง เธอตายในปี 1920 เมื่ออายุ 83 ปี และงานสร้างทั้งหมดก็หยุดลง

บ้านที่เกิดเหตุคดีลิซซี่ บอร์เดน
เมืองนิวอิงค์แลนด์อันเงียบสงบเป็นที่เหมาะมากสำหรับพักผ่อนหรือฆาตกรรมโหด ที่นี่เป็นบ้านเกิดของลิซซี่ บอร์เดน กับเหตุการณ์ฆาตกรรมที่โหดเหี้ยมและลี้ลับที่สุดตลอดกาล คดีที่พ่อและแม่เลี้ยงของลิซซี่  บอร์เดนถูกฆ่าตายในบ้าน คำให้การของลิซซี่ที่น่าส่งสัย จนปัจจุบันก็ยังเป็นความลับว่าเธอฆ่าพ่อและแม่เลี้ยงหรือไม่ ที่เกิดเหตุได้ถูกเปลี่ยนเป็นห้องพักและพิพิธภัณฑ์  แขกต้องจองเป็นปีล่วงหน้าเพื่อที่จะได้นอนในห้องนอนที่แม่เลี้ยงของลิซซี่ถูกฆ่าหรือเพื่อนั่งบนโซฟาที่พบศพพ่อของเธอ แม่เลี้ยงของลิซซี่ถูกฟันถึง 19 แผล เธอถูกจับตะแคง เธอเห็นฆาตกรมุ่งเข้ามาที่เธอ จากนั้นก็กระหน่ำยิงกระสุน 18 นัดเข้าที่หัว ส่วนพ่อของเธอถูกฆ่าใน 90 นาทีต่อมา และมีการแจ้งความว่าพบศพของเขาก่อน เขาถูกยิง 10 นัดที่หัว พ่อของลิซซี่มีทรัพย์สินถึงกว่า 500,000 ดอลล่าห์ ถ้าเทียบกับปัจจุบันอาจเป็นมูลค่าถึง 12 ล้านดอลล่าห์ แม้จะมีเหตุจูงใจแต่จากการสอบสวนพบว่าลิซซี่บริสุทธิ์ 

แหล่งรวมบทความจัดอันดับ สารคดีประวัติศาสตร์ บทความสารคดีจักรวาลและดาวเคราะห์ บทความสารคดีสงคราม บทความสารคดีภัยธรรมชาติ บทความสารคดีชีวิตสัตว์ บทความสารคดีอาวุธทางการทหาร บทความสารคดีการจัดอันดับ บทความสารคดีวิทยาศาสตร์ บทความสัมภาษณ์คนดัง บทสนทนาปัญหาเศรษฐกิจ บทสนทนาประเด็นข่าวร้อน เรื่องราวน่ารู้ ความรู้ทั่วไป สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ ผู้หญิง ความงาม แม่และเด็ก สัตว์เลี้ยง อาหาร ร้านอาหาร เกมส์ เทคโนโลยี มาดูกันได้ที่  http://www.anyapedia.com

เล่าเรื่องสยองขวัญ สยองกลางทุ่ง
10 โรคมฤตยูที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์
10 อันดับฆาตกรต่อเนื่องที่อำมหิตที่สุดในโลก
10 สุดยอดคนสมองเพชรที่ฉลาดที่สุดในโลก
เล่าเรื่องสยองขวัญ นั่งซากหวาดผวา ศพล่อเสือ
25 การทรมานสุดโหดในประวัติศาสตร์
มนุษย์กินคนในตำนาน ซอว์นี่ บีน (Sawney Bean)
25 อาหารแปลกจากทั่วโลก
10 อันดับสุดยอดเรื่องเล่าสยองขวัญเดอะช็อค
จัดอันดับ
เรื่องเล่าสยองขวัญ
ประวัติศาสตร์
เมนูอาหาร
สุขภาพ
ตุลาคม 21, 2017, 01:53:41 AM
ตอบกลับ #7
  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 297
    • ดูรายละเอียด

5 อันดับผีตามความเชื่อของคนอีสาน
อันดับที่ 5 ผีฟ้า
ตามความเชื่อของชาวอีสาน ผีฟ้าก็นั้นก็คือเทวดารูปหนึ่งที่มีอำนาจทุกอย่างบนท้องฟ้า อาจจะให้ดีหรือร้ายแก่มนุษย์ก็ได้ ซึ่งหัวหน้าใหญ่ของผีฟ้าก็คือพญาแถน ผีฟ้าจะให้คุณกับบุคคลที่เชื่อและศรัทธากับผีฟ้า ซึ่งมีดังนี้ มาจากการที่ผีฟ้าเลือกเอง จากการมองเห็นนิมิตร มาจากการที่เป็นหนี้บุญคุณผีฟ้า เช่นช่วยในการทำให้หายป่วย มาจากการสืบทอดบรรพบุรุษ คือ มีการสืบทอดในตระกูล แต่หากผู้ใดที่ทำผิดครูจะถูกสาปให้กลายเป็นปอบ

อันดับที่ 4 ผีเป้า
มีลักษณะคล้ายกับผีปอบ แต่จะเป็นในผู้ชาย ผีเป้าเกิดจากการที่คนๆ นั้นเรียนวิชาอาคม แล้วไม่สามารถที่จะรักษาวิชาอาคมนั้นเอาไว้ได้ มีอีกความเชื่อหนึ่งว่าผีเป้าเกิดจากคนที่ชอบกินของสุกๆ ดิบๆ ด้วยเหตุนี้คนอีสานจึงมักสอนลูกๆ ไม่ให้กินของสุกๆ ดิบๆ เพราะจะกลายเป็นผีเป้า ผีเป้านั้นมักจะไม่สู้คน เมื่อออกหากินก็มักจะพกของมีค่าไว้เสมอ เพราะหากไปเจอคนก็จะถูกจับได้ว่าเป็นผีเป้า จึงต้องพกของมีค่าเหล่านี้เอาไว้ติดสินบนหรือเป็นค่าปิดปาก เมื่อโดนจับได้จะไม่โดนขับไล่เหมือนกับผีปอบ แต่จะโดนรังเกียจแทน เพราะผีเป้านั้นไม่ทำร้ายคน ลักษณะองผีเป้านั้นจะมีแสงอยู่ที่ปลายจมูก แต่พอเมื่อเจอคน แสงนั้นจะดับลงไปทันที ในตอนกลางวันผีเป้าจะเป็นเหมือนนปกิทั่วไป แต่พอตกกลางคืนผีเป้าที่สิงอยู่ในร่างนั้นจะมีอาการหิวขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ และจะออกไปหากบกินตามทุ่งนา แต่ถ้าหากบไม่ได้ก็จะไปจับไก่ในเล้าแทน ชาวบ้านจึงมักจะไปดักจับผีเป้าตามทุ่งนาเพื่อหวังะรับเงินสินบนนั่นเอง

อันดับที่ 3 ผีแม่ม่าย
ผีแม่ม่ายจัดอยู่ในผีประเภทบังบด หรือเป็นมนุษย์ในอีกมิติหนึ่ง เมืองที่ผีบังบดอยู่นั้นนิยมเรียกว่าเมืองลับแล ว่ากันว่าเมืองนี้มีแต่แม่ม่าย ทุกคนล้วนแล้วแต่สวยงาม ผีตนนี้จะออกเที่ยวในยามค่ำคืนเพื่อหลอกล่ชายหนุ่มให้ไปเป็นสามีทีละหนึ่งคน โดยผีแม่ม่ายจะหลอกล่อจิตวิญญาณของคนๆ นั้นขณะนอนหลับ เมื่อดวงวิญญาณติดตามผีแม่ม่ายไปแล้วจะไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ เมื่อร่างของเรานั้นไม่มีดวงวิญญาณก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ หรือพูดง่ายๆ ว่าหากดวงวิญญาณของเราถูกผีแม่ม่ายหลอกล่อไปแล้วจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกคือตายนั่นเอง หากครอบครัวใดมีผู้ชายที่ไม่อยากให้ตกเป็นเหยื่อผีแม่ม่าย ให้นำหุ่นรูปผู้ชายไว้ที่หน้าบ้าน เมื่อผีแม่ม่ายจะมาเอาไปเป็นสามี ผีแม่ม่ายจะคิดว่าหุ่นนั้นเป็นชายหนุ่ม และก็จะเอาหุ่นนั้นไปแทน ว่ากันว่าผีแม่ม่ายเป็นม่ายตั้งแต่ยังสาวจึงมีความ้องการทางเพศสูงมาก หากจะให้ได้ผลดีขึ้นให้นำปลัดขิกทาสีแดงตั้งไว้คู่กับหุ่น

อันดับที่ 2 ผีจ้างหนัง
เรื่องผีจ้างหนังเป็นเรื่องเล่าที่เล่ากันว่า เรื่องเกิดเมื่อตอนปีพุทธศักราช 2532 มีคนว่าจ้างให้หนังเร่ไปฉายที่บ้านวังทอง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ซึ่งอำเภอบ้านดุง ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 100 กิโลเมตร โดยค่าจ้างนั้น ที่ตกลงกันอยู่ที่ 4,000 บาท ฉายหนังสามถึงสี่เรื่อง โดยให้ฉายช่วงเวลาสามทุ่มถึงตีสี่ พอถึงตีสี่ต้องเก็บข้าวของให้หมดก่อนที่จะสว่าง ทางหนังเร่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไรเพราะเป็นความต้องการของผู้ว่าจ้าง ถึงเวลาเริ่มฉายหนังตอนสามทุ่มก็มีผู้หญิงชุดขาวนั่งอยู่ข้างหนึ่ง และมีผู้ชายชุดดำนั่งอยู่อีกข้างหนึ่ง ไม่ว่าหนังฉายไปแบบไหน คนเหล้านั้นก็เพียงแต่มองดูไปเฉยๆ นิ่งๆ ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เมื่อถึงตอนเวลาตีสี่ ก็มีนมาบอกหนังเร่ว่าให้รีบเก็บข้าวของแล้วให้ออกไปทันทีและห้ามหันหลังกลับมาดู ทางฝ่ายหนังเร่ก็รีบเก็บข้าวเก็บของเตรียมกลับบ้าน ในระหว่างนั้นทางฝ่ายหนังเร่ก็สงสัยกันว่า ทำไมจะต้องห้ามหันหลังกลับมาดูด้วย จึงได้ลองหันหลังกลับไป พวกผู้คนที่มาดูกันหลายคนก็ต่างหายไปหมด เหลือเพียงป่าทึบๆ ให้เห็นเท่านั้น

อันดับที่ 1 ผีปอบ
ปอบเป็นผีที่คนไทยรู้จักมากที่สุด ผีปอบนิสัยจะคล้ายๆ กับผีเป้า แต่จะนิสัยแย่กว่ามากๆ และจะสิงอยู่ในตัวผู้หญิงมากกว่า ของกินของผีปอบก็เหมือนกับผีเป้าคือของสุกๆ ดิบๆ ผีปอบจะแบ่งเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

ประเภทที่ 1 ปอบที่สืบทอดมาเป็นวงศ์ระกูล ซึ่งจะสืบทอดกันทางเลือดและน้ำลาย ชาวอีสานจะชอบเคี้ยวข้าวแล้วป้อนให้ลูกกินที่เรียกกันว่าข้าวย้ำ จึงทำให้เด็กที่กินนั้นติดเชื้อปอบไปโดยปริยาย ปอบที่ติดต่อกันทางสายเลือดนั้นะมีนิสัยดุร้ายไม่มาก หลบๆ ซ่อนๆ ไม่สุงสิงกับใคร

ประเภทที่ 2 ปอบเวทย์ ปอบประเภทนี้เกิดจากผู้ที่มีวิชาอาคมแล้วผิดคำสั่งห้ามของครูอาจารย์ ทำให้กลายเป็นปอบ โดยส่วนมากจะเกิดกับคนที่โลภมากแล้วเก็บค่าครูเกินที่กำหนด เพราะในอดีตคนโบราณะเห็นน้ำใจนั้นดีกว่าเงิน เมื่อเรียกเก็บค่าครูจะเรียกพอประมาณ ไม่ละโมบเรียกเก็บมากเกินไปหรือน้อยเกินไป ปอบที่ผิดครูจะมีนิสัยดุร้ายมากและเป็นปอบที่มีคนรู้จักกันมากที่สุด

ประเภทที่ 3 ปอบเลี้ยง ปอบประเภทนี้เกิดจากวิชาอาคมของหมอผี ที่อัญเชิญผีห่า ดวงวิญญาณผีมาสิงอยู่ในกรวยดอกไม้หรือหุ่นอาคมที่ทำขึ้น เกิดเป็นปอบที่มีแต่สิ่งชั่วร้ายมารวมเป็นตัวเดียวกัน ส่วนมากปอบประเภทนี้จะถูกนำมาเลี้ยงไว้ใช้งานแต่ต้องมีของเซ่นไหว้ด้วย หากไม่ทำการเซ่นไหว้ วิชาอาคมจะเข้าแทรกซ้อนตัวจนทำให้เป็นบ้าและเสียชีวิตได้ ปอบชนิดนี้จะมีความดุร้ายมากและฉลาดอีกด้วย พวกมันจะไม่กินของสุกๆดิบๆ เหมือนปอบประเภทอื่น และจะบำเพ็ญจนวิชาอาคมแก่กล้าอีกด้วย

ประเภทที่ 4 ปอบเจ้า เป็นราชาของปอบทั้งมวล คือเป็นผีปอบที่ผ่านการขับไล่ของหมอผีมาแล้ว ปอบประเภทนี้คือปอบหนึ่งในสามประเภทข้างต้นที่ถูกทำร้ายกักขังจนเกิดการอาฆาตแค้น เมื่อถูกปลดปล่อยจะเข้าสิงสัตว์และมนุษย์และะกินทกอย่างที่ขวางหน้ารวมทั้งตับไตไส้พุง เมื่อผีปอบตัวนี้เข้าไปอยู่ที่บ้านใด บรรดาไก่เป็ดที่เลี้ยงไว้จะหมดเล้าภายในคืนเดียว เมื่อบ้านใดที่ไก่ถูกกินนหมดเล้าจะเรียกว่าห่าลง

ที่มา ยำสยอง Youtube Channel

  นั่งซากหวาดผวาศพล่อเสือ    เล่าเรื่องสยองขวัญสยองกลางทุ่ง    เล่าเรื่องสยองขวัญคุณแม่เล่าให้ฟัง 
  เล่าเรื่องสยองขวัญบ้านเก่า    เล่าเรื่องสยองขวัญ6ปีไม่เคยลืม    เล่าเรื่องสยองขวัญ แถวนี้มีเยอะ 
  เล่าเรื่องสยองขวัญทำไมไม่บวชให้    เล่าเรื่องสยองขวัญ เพื่อนเล่าให้ฟัง    ตำนานผีญี่ปุ่น คาซาเนะ 
  ตำนานผีญี่ปุ่น กาซาโดคุโร    ตำนานผีญี่ปุ่น ผีตระกูลเฮอิเคะ    มนุษย์กินคนในตำนาน ซอว์นี่ บีน 
  เล่าเรื่องสยองขวัญ แดนพิศวง    เล่าเรื่องสยองขวัญ สโมสรร้าง    เล่าเรื่องสยองขวัญ แรงงานต่างด้าว 
  เล่าเรื่องสยองขวัญลองจนเจอดี    เล่าเรื่องสยองขวัญ ร้านเหล้าผี    ตำนานผีญี่ปุ่น บ้านแห่งจาน 
  10 อันดับฆาตกรต่อเนื่องที่อำมหิต    เล่าเรื่องผี มาเอาแม่ผมไปทำไม    คดีฆาตกรรมในโรงนาสีแดง 

แหล่งรวมบทความจัดอันดับ สารคดีประวัติศาสตร์ บทความสารคดีจักรวาลและดาวเคราะห์ บทความสารคดีสงคราม บทความสารคดีภัยธรรมชาติ บทความสารคดีชีวิตสัตว์ บทความสารคดีอาวุธทางการทหาร บทความสารคดีการจัดอันดับ บทความสารคดีวิทยาศาสตร์ บทความสัมภาษณ์คนดัง บทสนทนาปัญหาเศรษฐกิจ บทสนทนาประเด็นข่าวร้อน เรื่องราวน่ารู้ ความรู้ทั่วไป สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ ผู้หญิง ความงาม แม่และเด็ก สัตว์เลี้ยง อาหาร ร้านอาหาร เกมส์ เทคโนโลยี มาดูกันได้ที่  http://www.anyapedia.com
ตุลาคม 21, 2017, 01:56:57 AM
ตอบกลับ #8
  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 297
    • ดูรายละเอียด

10 สุดยอดเรื่องเล่าสยองขวัญเดอะช็อค
เรื่องราวของประสบการณ์ประหลาด จิตวิญญาณ ภูต ผี ปีศาจ สิ่งเร้นลับที่ยังไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ โดยเฉพาะเมื่อพูดถึง ผี ขึ้นมาเมื่อไหร่ หลายคนคงหยุดนิ่งพร้อมกับความรู้สึกเสียวสันหลังวูบ เพราะไม่อยากเจออย่างแน่นอน แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะหลีกเลี่ยงได้ เพราะหลายคนก็เคยสัมผัสความสยอง จนถึงขั้นเอามาเล่าสู่กันฟังแบบสดๆ หน้าไมค์ในรายการเดอะช็อค รายการวิทยุสดที่นำเสนอ เรื่องผี วิญญาณและสิ่งเร้นลับ โดยเปิดสายให้คนทางบ้านมาเล่าประสบการณ์สยองของตัวเอง รายการนี้มีดีเจที่เชี่ยวชาญเรื่อง ผี ชื่อดังอย่างพี่ป๋อง กพล ทองพลับ และทีมงานที่ดำเนินรายการตลอดระยะเวลา 20 กว่าปีที่ผ่านมากับเรื่องเล่านับหมื่นเรื่อง และบางเรื่องยังโด่งดังขนาดนำไปสร้างเป็นภาพยนต์อีกด้วย เรื่องที่ถูกเล่าในรายการเดอะช็อคเรื่องใดที่เป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มาดูกัน

อันดับที่ 10 ลองของผีที่บ้านร้าง
เรื่องนี้แฟนรายการเดอะช็อคชื่อคุณต้นไปลองของที่บ้านร้างแถวชานเมืองที่หนึ่ง เป็นหมู่บ้านที่ปล่อยร้างไว้นานมาก เป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น คุณต้นไปลองของกับเพื่อนประมาณ 6-7 คน ขับรถกระบะกันเข้าไป พอขับเข้าไปถึงที่บ้านหลังนี้ ทุกคนกลับมีความรู้สึกว่าไม่อยากเข้าไปแล้ว รู้สึกกลัวกัน เพราะด้วยบรรยากาศด้วยอะไรหลายๆ อย่าง แต่ด้วยที่ว่าตัดสินใจมากันแล้วก็ลองเข้าไปดูหน่อยก็แล้วกัน ก็ขึ้นไปกัน พอขึ้นไปปุ๊บ ที่ข้างหน้าประตูเนี่ยมันล็อค มันเข้าไม่ได้ ก็เลยพยายามปีนขึ้นไปบนชั้นสอง ตอนแรกเพื่อนคุณต้นปีนขึ้นไปก่อน ปรากฏว่าเพื่อนรีบกระโดดลงมาจากชั้นสองแล้วบอกว่ากลับกันดีกว่า คุณต้นเห็นอาการของเพื่อนแทนที่จะกลัว กลับอยากรู้ว่าเพื่อนไปเห็นอะไร ก็เลยขึ้นไปดูบ้าง พอขึ้นไปคุณต้นก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ อีกฟากหนึ่งของห้องที่มีกระจกไฟเบอร์กลาสกั้นอยู่ คุณต้นก็คิดว่าตัวเองตาฝาด ก็ขยี้ตาก็ปรากฏว่าผู้หญิงคนนั้นเลื่อนมาอยู่ที่ตรงหน้าเขาอย่างรวดเร็ว ก็รีบวิ่งลงมาหาเพื่อนที่รออยู่และพากันกลับ พอออกรถก็รู้สึกว่ามีบางอย่างติดอยู่ที่ล้อรถ ก็ลงมาดูกัน พอหยิบดูก็พบว่าเป็นเส้นผมกระจุกใหญ่ แถมตอนออกมาที่ทางออกของหมู่บ้าน ผู้หญิงคนหนึ่งก็ยืนขวางทางอยู่อีกด้วย ก็ขับฝ่าออกมากันด้วยความระทึก

อันดับที่ 9 บ้านเราเองแท้ๆ
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดระยอง เป็นเรื่องของพี่กุ้งที่โทรมาเล่าให้ฟัง พี่กุ้งนี่ไปเรียนต่างประเทศมาซึ่งที่บ้านเขานี่ค่อนข้างจะมีตังค์ ก็เป็นบ้านใหญ่ คุณพ่อเขาเนี่ยปลูกบ้านไว้หลายหลัง ก็พอกลับไป พ่อเขาก็ยกบ้านหลังนี้ให้อยู่ พอไปอยู่แรกๆ ก็เจอเลย ในบ้านจะมีเตียงนอนที่ไปซื้อมือสองมา เป็นเตียงไม้ใหญ่ๆ แล้วในตอนที่นอนนี่เหมือนมีผู้ลายคนหนึ่งมายืนอยู่ปลายเตียง แล้วก็บอกว่าเอาที่กูคืนมา บอกอย่างนี้อยู่หลายคืน แล้วทีนี้พอคืนหลังๆ เนี่ยหลังจากผู้ชายแล้วก็มีผู้หญิงเข้ามาด้วย ผีผู้ชายจากที่ยืนอยู่ปลายเตียงก็เริ่มมานั่งคร่อมบนตัว แต่ผีผู้หญิงนี่แปลก ไม่ได้ยืนใกล้ๆ แต่ยืนอยู่ที่หน้าห้อง ตาแดงๆ และชี้หน้าด้วยความโกรธ ใส่ชุดคลุมท้องด้วย ซึ่งพี่กุ้งจะเจอผู้หญิงคนนี้บ่อยมาก จนทนไม่ไหวไปบอกคุณพ่อ คุณพ่อเขาก็เลยนิมนต์พระมาทำพิธี หลังจากทำพิธีแล้ว ผีผู้ชายหายไป เหลือแต่ผีผู้หญิง ซึ่งไม่ยอมไปซะที ทั้งๆ ที่ทำบุญให้แล้ว หลังจากนั้นก็เจอหนักขึ้นๆ บางทีนอนๆ อยู่ในห้องแล้วประตูหเองก็เปิดไปเห็นห้องโถงข้างหน้าเห็นผีผู้หญิงยืนชี้หน้าอยู่ ซึ่งในภายหลังน้องของพี่กุ้งได้โทรเข้ามาในรายการบอกว่าเขาพาเพื่อนที่ท้องมาอาศัยที่บ้านหลังนี้เนื่องจากพ่อไม่ยอมรับ แต่ก็เสียชีวิต ตายทั้งกลมอยู่ที่บ้านหลังนี้

อันดับที่ 8 เช่าแสนถูก
พี่ผู้ชายคนที่โทรมาเล่านี้ช่วงนั้นแกฐานะไม่ดีก็เลยไปหาบ้านเช่าถูกๆ แกก็อยู่กับแฟน เวลาที่อยู่บ้านหลังนี้เขาจะเจอกับผีผู้หญิงคนหนึ่ง แบบกำลังเคลิ้มๆ กึ่งหลับกึ่งตื่น ผีผู้หญิงคนนี้จะมาบอกให้ช่วย และสุดท้ายก็บอกว่าถ้าอยากเจอเขาให้ไปดูที่ข้างบ้านสิ พี่ผู้ชายคนนี้ทนไม่ไหวแกเลยไปขุดดูที่ข้างบ้าน ก็พบเป็นศพผู้หญิงคนนั้นนอนคุดคู้อยู่จริงๆ ซึ่งเป็นหญิงสาวที่ถูกฆาตกรรมโดยชายคนรักที่พอฆ่าเธอแล้วก็ลากศพไปฝังไว้ที่ข้างบ้าน และต่อมาผีผู้หญิงคนนั้นก็มาให้โชคให้พี่เขาถูกล็อตเตอรี่รางวัลใหญ่อีกด้วย

อันดับที่ 7 ผีเข้ากลางรายการ
วันนั้นมีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งชื่อพี่น้ำมนต์ อายุแกก็เยอะแล้วล่ะ แกโทรศัพท์มาเล่าในรายการเดอะช็อค โดยตั้งชื่อเรื่องว่า "เค้าหาว่าเราเป็นผี" คือเหมือนกับว่าตัวของเขาานั้นมีสองร่าง มีตัวเค้าเองกับมีอะไรก็ไม่รู้มาคอยสิงอยู่ พี่เค้าโทรมาเล่าโดยที่ตอนแรกแกก็เกริ่นก่อนนะว่าถ้าเกิดพี่คุยไปแล้วพี่มีอาการอะไรแปลกไปก็อย่าตกใจนะ แล้วแกก็เล่าต่อว่าแกมักจะมีอะไรไม่รู้เข้ามาสิง แล้วช่วงเวลานั้นแกจะไม่รู้ตัว หรือบางทีมีคนเห็นว่าตัวพี่น้ำมนต์นั้นมักจะคุยอยู่คนเดียว คุยกันไปคุยกันมาแต่เป็นสองเสียง เหมือนเป็นการแบ่งบุคลิกกัน จนกระทั่งที่พี่เขาเล่าไปถึงกลางเรื่อง สักพักนึง พี่เขาก็เงียบ แล้วก็กลายเป็นเสียงหัวเราะ แล้วก็พูดว่าเขาไม่ใช่คุณน้ำมนต์ เขาเป็นพญานาค ที่เข้ามาอยู่ในตัวพี่น้ำมนต์ เพราะพี่เขาเนี่ยเป็นคนที่บาปเยอะ ต้องเข้ามาสิงเพื่อพาไปบำเพ็ญเพียรทำความดีไถ่บาป จนสุดท้ายแกก็เงียบหายไปแล้วก็กลับมาเป็นพี่น้ำมนต์อีกครั้ง

อันดับที่ 6 กระจกโบราณ
เหตุการณ์นี้เกิดที่จังหวัดนนทบุรี ที่อาคารพาณิชย์สี่ชั้นของครอบครัวหนึ่ง ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวใหญ่ คนที่โทรมาเล่านี้ชื่อคุณเปิ้ล คุณเปิ้ลโทรมาเล่าว่าที่บ้านอาคารพาณิชย์หลังนั้นมีพี่สาวกับพี่เขยอาศัยอยู่ แล้วก็หลานอีกสองคนผู้ชายกับผู้หญิง ตัวพี่เขยเนี่ยชอบไปซื้อกระจกเก่าๆ ที่เป็นกระจกโบราณเนี่ยมาเก็บไว้ พอพี่เปิ้ลมาอยู่ด้วยก็มักจะได้ยินหลานชายเค้าซึ่งเป็นโตเป็นหนุ่มวัยรุ่นแล้วคุยอยู่กับใครก็ไม่รู้ทุกคืน ซึ่งพี่เปิ้ลเขาสงสัยมาก พอถามหลานชายว่าคุยกับใคร หลานก็ไม่อยากจะบอกแล้วก็เฉไฉไปโรงเรียนเลย ด้วยความที่อยากรู้พี่เปิ้ลก็เลยเดินขึ้นชั้นสองเพื่อจะไปดูที่ห้องของหลานชาย ระหว่างที่ขึ้นบันไดพี่เปิ้ลก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินจูงมือเด็กแล้วเดินหายเข้าไปในห้องของหลานชาย

อันดับที่ 5 เด็กพิเศษ
เรื่องนี้คนที่โทรศัพท์มาเล่าชื่อว่าคุณกร เขาเล่าว่าช่วงปิดเทอมเขาได้ไปพักที่บ้านญาติที่จังหวัดลพบุรี บังเอิญเขาไปรู้จักกับเด็กคนหนึ่ง เป็นเด็กพิเศษมีชื่อเล่นว่าอ๋อง แต่คนแถวนั้นเขาจะเรียกอ๋องกันว่า "เอ๋อ" ซึ่งบางคนในละแวกนั้นจะค่อนข้างกลัวและไม่อยากให้เข้าใกล้เด็กๆ เพราะคิดว่าอ๋องเป็นคนบ้าสติไม่ดี ครั้งแรกที่กรได้เจอและพูดคุยกับอ๋องนั้นก็เป็นบริเวณหน้าวัดที่อ๋องอาศัยอยู่ ซึ่งกรนั้นพอรู้จักชื่ออ๋องว่าบ้างก็ทักว่า อ้าว อ๋อง ไปไหนๆ คือเด็กพิเศษเวลาที่เขาพูด เข้าจะพูดสั้นๆ อ๋องชี้ไปที่จักรยานแล้วก็บอกว่า มันเสียๆ กรก็ปลอบใจอ๋องและพาอ๋องไปซ่อมรถจักรยานและเป็นจุดเริ่มต้นความเป็นเพื่อนของทั้งคู่ เมื่อกรสนิทกับอ๋อง ความพิเศษของอ๋องก็ถูกถ่ายทอดมาให้กรรับรู้มากขึ้น

มีอยู่วันหนึ่งคุณกรมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งชื่อว่าคุณเก่ง ซึ่งอ๋องกับคุณเก่งไม่เคยเห็นหรือรู้จักกันมาก่อน พอเก่งมาเยี่ยมหากรที่บ้านและอ๋องก็อยู่ด้วย อ๋องเห็นหน้าเก่งก็ชี้ไปที่หน้าของเก่งแล้วบอกว่า "เมีย" หลังจากนั้นประมาณสองสามชั่วโมงก็มีโทรศัพท์มาถึงคุณเก่งว่าภรรยาของเก่งที่ทำงานอยู่ที่โรงงานเย็บผ้านั้นได้รับอุบัติเหตุโดยจักรเย็บเข้าไปที่มือ ทุกคนในตอนนั้นก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องที่อ๋องพูดทักเก่งแต่อย่างใด แต่หลังจากผ่านเหตุการณ์ทั้งหมดจึงมาเรียบเรียงดูความแปลกประหลาดที่เกี่ยวกับอ๋องนี้ ส่วนเก่งนั้นมีอาชีพที่เกี่ยวกับมูลนิธิอาสาสมัคร พอเก่งไม่ว่างต้องดูแลภรรยาเลยวานให้กรนั้นไปทำหน้าที่แทนระยะหนึ่ง โดยให้ทำงานคู่กับชาติที่เป็นคู่หูอาสาสมัครของเก่ง อยู่มาวันหนึ่งก็ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถชนกัน เมื่อไปถึงพบว่าเป็นเหตุการณ์รถพ่วงชนกับรถกระบะ แล้วรถกระบะก็ไถลไปชนกับมอเตอร์ไซค์อีกคันหนึ่ง จากเหตุการณ์นีเทำให้คนขับมอเตอร์ไซค์เสียชีวิตและหัวขาดหาหัวไม่เจอ กรกับชาติก็ลงไปช่วยกันหาหัวของศพตรงบริเวณที่เกิดเหตุ แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ สักพักอ๋องก็พูดออกมาว่าล้อๆ กรเอะใจจึงเอาไฟฉายไปส่องหาที่ล้อรถบรรทุก ก็พบว่าหัวของศพติดอยู่ที่ร่องล้อจริงๆ ก็แปลกใจกันว่าอ๋องรู้ได้ยังไง

จนกระทั่งมาถึงเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุด วันหนึ่งกรไปเตะฟุตบอลกับเพื่อนและฝากสร้อยทองไว้กับอ๋องที่นั่งเล่นอยู่ข้างสนาม พอเตะบอลเสร็จก็เดินมาข้างสนามตรงที่อ๋องอยู่ก็พบว่าอ๋องหายไปไหนก็ไม่รู้ ซึ่งตัวคุณกรนั้นก็ไม่ได้คิดว่าอ๋องจะขโมยทองไปหรืออะไร เพียงแต่สงสัยว่าอ๋องหายไปไหนเท่านั้น จนกระทั่งกรต้องมาเข้าเวรของมูลนิธิพร้อมกับชาติ ระหว่างที่นั่งรถตรวจตรากันอยู่นั้นก็เจอเหมือนกับผู้ชายคนหนึ่งเดินอยู่ข้างถนน พอขับรถเข้าไปใกล้ก็พบว่าเป็นอ๋องที่ตัวเปียกอยู่ พอเข้าไปถามอ๋องก็บอกว่าหนาว ก็เลยพาตัวอ๋องมาเพื่อที่จะไปส่งที่บ้าน พอขับรถไปได้สักพักหนึ่ง อ๋องก็ทุบรถแล้วบอกให้หยุด พอจอดรถได้สักพักหนึ่ง ข้างหน้าก็เกิดเหตุการณ์รถสิบล้อชนประสานงากับรถบัสต่อหน้าต่อตากร ชาติ และก็อ๋อง พอช่วยเหลือเก็บกวาดอุบัติเหตุนี้แล้วก็เดินกลับกันมาที่รถ อ๋องก็ไม่อยู่ซะแล้ว ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าอ๋องคงจะเดินกลับบ้านไปเอง

พอรุ่งเช้ากรก็มานั่งที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้าน และเปิดดูช่องเก็บที่กรมักจะเอาขนมมาใส่ไว้ให้อ๋องกิน ก็พบกระดาษทิชชู่ที่ห่อสร้อยทองที่กรฝากอ๋องตอนเตะบอล สักพักหนึ่งมีคนวอแจ้งว่ามีคนจมน้ำตาย พอกรขับรถไปดูก็พบว่าศพที่จมน้ำเป็นศพของอ๋องที่คาดว่าน่าจะตายตั้งแต่ตอนที่กรเตะบอลอยู่ เพราะช่วงเวลานั้นมีกลุ่มเด็กเล่นน้ำอยู่แล้วมีเด็กคนหนึ่งจมน้ำ อ๋องก็โดดลงไปช่วยทั้งที่ตัวเองว่ายน้ำไม่เป็นและเพิ่งจะพบศพตอนเช้านี้เอง

อันดับที่ 4 แฟนเก่า
เป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งโทรมาเล่า เรื่องของเรื่องเขามีแฟนแล้วก็มีนิสัยคล้ายๆ กันคือไม่ค่อยพูด และเนื่องจากเป็นช่วงที่ย้ายที่ทำงานใหม่จึงสนใจแต่เรื่องงานเพราะอยู่ในช่วงทดลองงาน แต่ตัวผู้ชายก็พอรู้อยู่บ้างว่าแฟนสาวของเขานั้นกินยาเยอะมาก พอถามแฟนเขาก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไร เป็นแค่วิตามินบำรุงธรรมดา ตัวเขาก็ไม่ได้จะซักไซร้อะไรมากเพราะด้วยความที่ก็ยุ่งเรื่องงาน ก็ได้แต่บอกว่าตัวเองจะกินอะไรมากมายเนี่ย เดี๋ยวจะติดเอานะ จนมาช่วงหนึ่งตัวผู้ชายนั้นทำงานหนักมาก จนนอนที่ออฟฟิศเลย อยู่ไปเรื่อยๆ เขาเอะใจว่าพักนี้แฟนสาวของเขาไม่โทรมาหาเลย โทรไปก็ไม่รับสายจนกระทั่งปิดเครื่องไปเลย แต่ในระหว่างนี้เวลาที่เขากลับบ้านจะพบว่าเหมือนกับมีใครมาทำกับข้าวและซื้อของกินไว้ให้เขา แต่สุดท้ายเมื่อติดต่อไม่ได้จึงตัดสินใจเดินทางไปที่บ้านของแฟน พอไปถึงได้คุยกับพ่อและแม่ของแฟนก็ได้รู้ว่าแฟนเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสามอาทิตย์ก่อนเพราะป่วยเป็นลูคีเมีย

เมื่อรู้ว่าแฟนตัวเองตายไปเมื่อสามอาทิตย์ที่แล้วโดยที่ไม่รู้อะไรเลย และด้วยความที่เสียใจที่ไม่ได้ดูแลแฟนเลย แต่ก็ฝืนกลับมาทำงานและใช้ชีวิตต่อให้ได้ เมื่อกลับมาทำงาน เขากลับมีความรู้สึกว่าเหมือนกับมีกับข้าวอยู่ในตู้เย็นยังกับตอนที่แฟนเขายังอยู่ ด้วยความสงสัยเขาเลยไปถามยามกับแม่บ้านที่ดูแลอพาร์ทเม้นต์ว่ามีใครเข้ามาที่ห้องของเขามั้ย ยามกับแม่บ้านก็บอกตรงกันว่า ก็แฟนคุณไง ซื้อกับข้าวมาทำทุกวันเลยแล้วประมาณซักเที่ยงคืนตีหนึ่งแฟนเขาก็กลับ เขาเลยไปปรึกษากับเพื่อน เพื่อนแนะนำว่าถ้าอยากพิสูจน์ว่าแฟนของเขายังไม่ไปไหนจริง ให้เอาแป้งฝุ่นโรยให้ทั่วห้อง

พอตื่นเช้ามาเขาก็ไปดูที่พื้นก่อนว่ามีรอยเท้ามั้ย ก็พบว่าไม่มีรอยอะไร แต่กลับปรากฏรอยเหมือนมีคนเอาแขนมาพาดไว้บนตัวของเขา พอเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้เพื่อนคนอื่นฟัง ทุกอย่างมันก็เฉลยหมดเลยว่า มีอยู่วันหนึ่งที่เป็นวันเกิดเพื่อนคนหนึ่ง ทุกคนเห้นเหมือนกันหมดเลยว่าแฟนสาวของเขามาด้วยโดยนั่งอยู่ในรถ มีเหตุการณ์หลายอย่างที่ทำให้แน่ใจว่าแฟนของเขายังไม่ไปไหน สุดท้ายเขาจึงจะบวชให้แฟน จนกระทั่งตอนสึก เจ้าอาวาสก็มาบอกกับเขาว่า โยม ที่โยมมาบวชเนี่ย เขารู้นะ วันที่โยมกำลังจะเดินเข้าโบสถ์ เขามาจับชายผ้าเหลืองโยมอยู่นะ

อันดับที่ 3 กระดานอาถรรพ์
คุณเบิร์ดเป็นคนโทรมาเล่าว่า เขาได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนว่าพ่อของเพื่อนเสียชีวิต ก็เลยรวมกลุ่มกันจะไปงานศพ บังเอิญว่ามีเพื่อนคนหนึ่งเพิ่งกลับมาจากทำงานและตรงดิ่งมาที่วัดโดยที่ไม่ได้เตรียมชุดดำมาด้วย เพื่อนคนนี้ก็เดินหายไปสักพักหนึ่งก็กลับมาพร้อมกับปลอกแขนสีดำ ซึ่งไปแกะมาจากพวงหรีด ด้วยความที่เฮฮากันตามประสาเพื่อนๆ และปากไม่ค่อยเป็นมงคล เพื่อนคนนี้ก็พูดขึ้นมาว่า งานศพทำไมต้องเป็นกระเพาะปลาวะ ถ้าเป็นงานเรานะจะจัดอาหารให้แบบดีๆ เลย เพื่อนคนอื่นก็ทักกันว่าทำไมพูดอย่างนั้น ก็คุยกันไป ระหว่างที่รอแท็กซี่กันอยู่ ก็หันไปเห็นกระดานงานศพ ด้วยความคะนองก็เลยเขียนชื่อจริง นามสกุลจริงของตัวเองลงไปในกระดานพร้อมวันเผาเสร็จสรรพ ด้วยความที่เขาเป็นคนห้าวๆ กับเพื่อนก็เลยหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองมาเปิดว่าให้ตรงกับวันอาทิตย์ที่เป็นวันหยุดเพื่อที่เพื่อนๆ จะได้มางานได้

เวลาผ่านไปสักพักจนวันหนึ่งเพื่อนคนนี้โทรมาคุยกับคุณเบิร์ดว่าพักนี้เขานอนไม่ค่อยหลับและมักจะฝันว่ามีใครก็ไม่รู้พาเขาไปยังสถานที่หนึ่ง เหมือนเป็นศาลาๆ หนึ่ง แล้วที่หน้าศาลาจะมีผู้ชายผมขาวๆ ซึ่งในฝัน เพื่อนได้เข้าไปคุยกับชายคนนี้ แต่ชายคนนี้ก็นั่งเฉยๆ ไม่ยอมพูดจากับเขาเลย คุณเบิร์ดเห็นเพื่อนไม่สบายใจก็เลยชวนให้เพื่อนไปนอนที่บ้านจะได้คุยปลอบเพื่อนไม่ให้คิดมาก จนเวลาผ่านไป มีอยู่วันหนึ่งคุณเบิร์ดได้รับโทรศัพท์จากญาติของเพื่อนคนนี้ว่าเพื่อนล้มหน้าห้องน้ำและอาการหนัก พอไปเยี่ยมก็พบว่าเพื่อนปอดแฟบและสุดท้ายก็เสียชีวิต พอจะจัดงานศพก็หาวัดไม่ได้จนสุดท้ายกลับไปได้วัดเดียวกับที่พ่อของเพื่อนที่ตายก่อนหน้านี้

อันดับที่ 2 สาวชุดดำ
เรื่องสาวชุดดำเนี่ยเป็นเหมือนกับตำนานของเดอะช็อคก็ว่าได้ เพราะมีคนเจอและมาเล่าในรายการค่อนข้างบ่อย ส่วนมากที่จะไปเจอก็จะเป็นถนนเส้นประชาอุทิศ รัชดา ลักษณะที่เจอก็คล้ายๆ กันว่าเป็นผู้หญิงสองคนมายืนรอ เหมือนรอรถ และใส่ชุดสีดำที่เหมือนเพิ่งกลับจากไปเที่ยวย่านนั้น คนที่เจอและโทรมาเล่าก็จะเป็นแท็กซี่เป็นส่วนใหญ่ ส่วนเรื่องที่พีคที่สุดนั้นมีนักเที่ยวคนหนึ่งโทรมาเล่าให้ฟังในรายการ เขาไม่เคยฟังเดอะช็อคมาก่อน เขาเล่าว่าคืนวันที่เจอนั้นเขาไปเที่ยวกลางคืนเสร็จ ขากลับขับรถกลับมาคนเดียว มีผู้หญิงสองคนใส่ชุดสีดำ เหมือนสองคนนี้จะเป็นพี่น้องกันด้วยนั้นโบกรถเขาอยู่ ตามประสาหนุ่มนักเที่ยวเห็นสาวโบกรถก็เลยจอดรับ คนนึงนั่งหน้า อีกคนนั่งหลัง

ระหว่างนั้นเขาก็คุย เท่าที่จำได้คือคนข้างหน้าที่นั่งคู่เขาคุยกันแบบถามคำตอบคำ ส่วนคนข้างหลังนั้นเงียบไม่ปริปากพูดอะไรออกมาเลย จนกระทั่งขับรถมาเกือบจะถึงวัดเสมียนนารีนั้นก็จอดติดไฟแดงและมีรถไฟผ่านมาพอดี เวลาตอนนั้นประมาณตีสามถึงตีสี่ ถนนตอนนั้นเงียบมาก มีรถของเขาจอดติดรถไฟอยู่คันเดียว ระหว่างที่ที่กั้นรถไฟกำลังจะยกขึ้น เขาหันไปดูที่เบาะข้างคนขับก็พบว่าไม่มีใคร หันไปดูที่เบาะหลังก็ไม่มีใครอีกเหมือนกัน มองไปมองมามองเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ จนกระทั่งมองผ่านกระจกไปด้านหน้าก็เจอผู้หญิงทั้งสองคนที่เมื่อกี้นั่งรถของเขาอยู่ ไปนอนคลานอยู่ที่รางรถไฟ โดยที่ผู้หญิงคนหนึ่งตัวขาดครึ่งท่อน และอีกคนพยายามตะเกียกตะกายมาหา เขาตกใจมากสลบคารถไปเลย พอตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในโรงพยาบาลโดยสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ความว่ามีตำรวจมาส่ง และทุกวันนี้เขาเป็นโรคหัวใจ ผีสาวชุดดำที่กลายเป็นตำนานนั้นเพราะไม่ได้มีคนเห็นเพียงแค่คนเดียว มีแท็กซี่เจอผู้หญิงสองคนนี้บ่อยมาก มีการให้เงินโดยสารกันจริงๆ พอมาเปิดดูเงินก็กลับกลายเป็นเศษใบไม้ ดอกไม้จันทร์

อันดับที่ 1 ผีช่องแอร์
เป็นเรื่องจากแฟนรายการคนหนึ่งชื่อว่าคุณบิว เป็นนักดนตรี วันหนึ่งเขาไปเล่นดนตรีที่หาดใหญ่ พอเล่นเสร็จก็กลับมาที่ห้องพักของโรงแรม ก็นั่งสังสรรค์ดื่มกินกันเหมือนทุกครั้งที่ไปเล่นดนตรีด้วยกัน มีเพื่อนคนหนึ่งเดินมาแถวๆ หน้าประตู ที่ข้างบนเป็นช่องแอร์ที่ไม่มีฝาปิด เพื่อนคนนี้ก็ยืนมอง คนอื่นก็ถามว่ามองอะไรวะ เพื่อนคนนั้นกลับไม่พูดไม่จาอะไร เดินออกจากห้องไปเลย เพื่อนอีกคนสงสัยว่าเพื่อนคนนั้นเป็นอะไร เมาหรือเปล่า ก็เลยเดินออกไปตามดู ก่อนออกจากห้องก็แหงนมองดูที่ช่องแอร์นี้เพราะเห็นเพื่อนมองก็เลยมองบ้าง พอแต่ละคนมองก็มีอาการเหมือนกันหมดคือพอแหงนมองช่องแอร์นี้ปุ๊บก็เดินออกจากห้องไปทันที จนสุดท้ายเหลือแต่คุณบิวคนที่โทรมาเล่า แกสงสัยว่าเป็นอะไรกันไปหมด แกก็เลยเดินออกมาดูบ้าง

พอเดินมามองเขาก็เห็นเป็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเบียดตัวเองอยู่ในช่องแอร์นี้แล้วห้อยหัวลงมา เขาก็รีบเดินออกมาที่ล็อบบี้ของโรงแรมก็พบว่าเพื่อนๆ นั้นนั่งรอกันอยู่แล้ว แต่ความน่ากลัวของเรื่องเล่านี้อยู่ตรงที่ กลุ่มเพื่อนๆ ที่เจอผีช่องแอร์ในวันนั้นได้ทยอยกันตายเรียงลำดับตามคนที่เจอก่อนจนกระทั่งเหลือคุณบิวกับเพื่อนอีกคนหนึ่งที่ไปอยู่เมืองนอกแล้ว ส่วนตัวเขานั้นตอนที่เล่าก็บอกว่าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเขานั้นจะตายตามเพื่อนไปวันไหน ซึ่งเมื่อตามไปดูประวัติก็พบว่ามหญิงสาวคนหนึ่งเหมือนกับจะทำงานขายบริการถูกฆ่าตายที่ห้องนี้ โดยถูกฆ่าตัดหัวแล้วเอาหัวไปซ่อนไว้ในช่องแอร์นี้เพื่ออำพรางศพ

สยองขวัญ
จัดอันดับ
ตุลาคม 21, 2017, 02:02:53 AM
ตอบกลับ #9
  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 297
    • ดูรายละเอียด

ขายการ์ตูนตาหวาน แบบ pdf ดูในคอมพิวเตอร์หรือมือถือหรือแท็บเล็ต การ์ตูนตาหวาน การ์ตูนผู้หญิง การ์ตูนสยองขวัญ การ์ตูนตาหวาน การ์ตูน Princess หมึกจีน แบบ pdf ดูในคอมพิวเตอร์หรือมือถือหรือแท็บเล็ต โอนเงินแล้วดาวน์โหลดไฟล์ได้เลย

ดูรายชื่อการ์ตูนได้ที่ สั่งซื้อการ์ตูนตาหวาน PDF ขายการ์ตูนออนไลน์

ติดต่อแม่ค้า
ไลน์ fattycatty
อีเมล์ richyamazon@gmail.com

การ์ตูนมีหลากหลายแนว ทั้ง การ์ตูนความรักโรแมนติก 18+ แบบ hot love, Taboo
การ์ตูนโรแมนติกแนวชีค Romance, Darling, My Dear, Mini Romance
การ์ตูนโรแมนติกแนวย้อนยุค แบบ Lady หมึกจีน
การ์ตูนความรักแบบวัยรุ่น สดใส ไฮสคูล วัยเรียน แบบ Hischool, Cheese, Venus, Hello, Cherry, Strawberry,
การ์ตูนแนวอีโรติกสยองขวัญ 18+ ย้อนยุค Dark Fairy Tail ไม่เหมือนใคร แบบ Princess หมึกจีน
การ์ตูนแนวสยองขวัญ ผี ระทึกขวัญ ยุคเก่าๆ หาอ่านยาก เช่น ขวัญผวา, ก๊อก ก๊อก ก๊อก, กุกกัก


ยอดรักยอดดวงใจ
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Series Romantic เล่ม 17
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Romance เล่ม 256
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Romance เล่ม 235
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Romance เล่ม 207
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Romance เล่ม 160
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Romance เล่ม 325
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Teenage เล่ม 53
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

จูบแก้แค้น
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

รักยกกำลังสอง
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

เคานท์หนุ่มในฝัน
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Cheese เล่ม 4
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Darling เล่ม 24
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Hello เล่ม 37
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Hello เล่ม 42
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Honda ฮอนดะ
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Lady เล่ม 41
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Lady เล่ม 53
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Lady เล่ม 56
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Love Diary เล่ม 5
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Madam เล่ม 14
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Pink เล่ม 21
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Romance เล่ม 13
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

เจ้าสาวตัวปลอม
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Series Romantic 7
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Sugar เล่ม 15
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Sweet Teenage เล่ม 1
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

จูบหวานเจ้านายจอมโหด
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

หวานใจช่างร้ายเหลือ
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Cheese เล่ม 4
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

ตัวอย่างการ์ตูน คลิ๊กลิ้งค์เพื่อดาวน์โหลดการ์ตูน
CHEESE 4
https://drive.google.com/file/d/0B2rHOMg8VlgMNVQ4ZEw2NFYwNFU/view?usp=sharing

การ์ตูน อาหรับราตรี
นี่คือตำนานพันหนึ่งราตรี ในอดีตกาลที่เล่าโดย ชาห์ราซาด ไข่มุกเม็ดงามที่เกิดมาไม่เข้ากับประเทศทะเลทรายที่ร้อนแรง ในอดีตกาลมีกษัตริย์ชื่อว่า ชาห์ริอาร์ ครอบครองดินแดนกว้างใหญ่ไปจรดอินเดียและหมู่เกาะในประเทศจีน ปกครองด้วยความเที่ยงธรรมมายาวนาน เป็นที่เคารพรักใคร่ของประชาชน...

อยู่มาวันหนึ่งกษัตริย์ออกไปล่าสัตว์ แต่รีบกลับวังเพราะนึกธุระขึ้นได้ กลับมาที่วังก็เห็นภาพบาดตา กษัตริย์ที่เห็นมเหสีที่รักคบชู้ต่อหน้าต่อตา จึงบั่นคอนางขาดสะบั้นทันที หลังจากนั้นพระองค์มีคำสั่งให้ขุนนางพาสาวพรหมจรรย์ 1 คนมาทุกคืน จะมีสัมพันธ์ด้วยคืนนั้นและจะฆ่าทิ้งเช้าวันรุ่งขึ้น เป็นอย่างนี้มาตลอด 3 ปีเต็ม จนชาวบ้านหวาดกลัว สาวพรหมจรรย์ในประเทศถูกฆ่าไปเกือบหมด ขณะนั้นเองมีหญิงสาวใจกล้าอาสาไปหากษัตริย์ เธอชื่อ ชาห์ราซาด ลูกสาวขุนนาง นางไปหากษัตริย์โดยไม่ฟังคำห้ามปรามของพ่อ และแล้วในคืนนั้นเอง...










































ตุลาคม 21, 2017, 02:05:01 AM
ตอบกลับ #10
  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 297
    • ดูรายละเอียด

ขายการ์ตูนตาหวาน แบบ pdf ดูในคอมพิวเตอร์หรือมือถือหรือแท็บเล็ต
สั่งซื้อการ์ตูน Lady เล่ม 57 ที่นี่

เลดี้บ้านไร่
"เธอน่าจะดีใจนะโครเอ ที่อดีตเคาน์เตสฮอว์ธอร์นจะจ้างเธอเป็นเพื่อนคุย ตอนนี้เคาน์เตสก็อยู่กับหลานชายที่เป็นผู้สืบทอดท่านเคานท์แค่สองคน เธอน่ะพ่อเสียไปไม่มีเงินทอง ที่อยู่ก็ไม่มี นับว่าเป็นบุญเชียวนะ"

ใช่แล้ว หลังจากพ่อที่เป็นบารอนเสียชีวิต ตำแหน่งและทรัพย์สินได้ตกเป็นของหลานชาย ฉันซึ่งกำลังจะถูกขับไล่ออกจากคฤหาสน์ที่เคยอยู่ได้คุณป้าใหญ่ช่วยแนะนำกับเคาน์เตสว่าฉันถนัดในการดูแลคนป่วย แต่ลือกันว่าเคาน์เตสเป็นคนจู้จี้ถือตัว การเป็นเพื่อนคุยนั้นน่าจะหนักใจแน่

แต่ทันทีที่เดินทางมาถึงคฤหาสน์ของเคาน์เตสฮอว์ธอร์น ก็ได้พบกับชายหนุ่มผมทอง ตาสีเขียว รูปร่างสูงใหญ่ รูปหล่อ แต่เขาเดินกะเผลกข้างหนึ่งเขาทำท่าทีไม่พอใจ โวยวายกับย่าของเขาโดยไม่สนใจว่าฉันอยู่ตรงนั้นด้วย
"ผู้หญิงคนนั้นจะอยู่ที่นี่ในฐานะอะไรครับ ช่วยบอกให้ชัดเจนด้วยว่าฐานะของหล่อนคืออะไร คุณย่าก็เห็นพ้องแล้วว่าจะเลิกพาหญิงวัยกำดัดมา ถ้าหวังตำแหน่งเคาน์เตสล่ะก็ไม่มีทาง ผมไม่ได้รับสมัครภรรยา"

โครเอได้แต่ข่มอารมณ์ยืนหน้าชาอยู่ตรงนั้น!!































สั่งซื้อการ์ตูน Lady เล่ม 57 ที่นี่

ดูรายชื่อการ์ตูนได้ที่ สั่งซื้อการ์ตูนตาหวาน PDF ขายการ์ตูนออนไลน์

ติดต่อแม่ค้า
ไลน์ fattycatty
อีเมล์ richyamazon@gmail.com

การ์ตูนมีหลากหลายแนว ทั้ง การ์ตูนความรักโรแมนติก 18+ แบบ hot love, Taboo
การ์ตูนโรแมนติกแนวชีค Romance, Darling, My Dear, Mini Romance
การ์ตูนโรแมนติกแนวย้อนยุค แบบ Lady หมึกจีน
การ์ตูนความรักแบบวัยรุ่น สดใส ไฮสคูล วัยเรียน แบบ Hischool, Cheese, Venus, Hello, Cherry, Strawberry,
การ์ตูนแนวอีโรติกสยองขวัญ 18+ ย้อนยุค Dark Fairy Tail ไม่เหมือนใคร แบบ Princess หมึกจีน
การ์ตูนแนวสยองขวัญ ผี ระทึกขวัญ ยุคเก่าๆ หาอ่านยาก เช่น ขวัญผวา, ก๊อก ก๊อก ก๊อก, กุกกัก

ตัวอย่างลิ้งค์ดาวน์โหลดการ์ตูน
CHEESE 4
https://drive.google.com/file/d/0B2rHOMg8VlgMNVQ4ZEw2NFYwNFU/view?usp=sharing
ตุลาคม 21, 2017, 02:06:55 AM
ตอบกลับ #11
  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 297
    • ดูรายละเอียด

20 อันดับการ์ตูนที่ดีที่สุดตลอดกาลใน Shonen Jump ของนักอ่านชาวญี่ปุ่น
ทางนิตยสาร Da Vinci ได้ทำการรวบรวมสถิติการ์ตูนที่ดีที่สุดตลอดกาลของนักอ่านชาวญี่ปุ่น ทุกเพศ ทุกวัย เพื่อจัดอันดับการ์ตูนขวัญใจที่ดีที่สุดตลอดกาลของนิตยสาร Shonen Jump จะมีเรื่องอะไรบ้าง ลองไปดูกันดีกว่า

20  การ์ตูน To LOVE Ru  (Kentaro Yabuki: Author, Saki Hasemi: Original)
19  การ์ตูน City Hunter (Tsukasa Hojo)
18  การ์ตูน Haikyu  (Haruichi Furudate)
17  การ์ตูน Katekyo Hitman REBORN!  (Amano Akira)
16  การ์ตูน BLEACH  (Kubo Taito)
15  การ์ตูน DEATH NOTE  (Takeshi Obata: Author, Tsugumi Ohba: Original)
14  การ์ตูน Hikaru no Go  (Ken Obata)
13  การ์ตูน Rurouni Kenshin  (Nobuhiro Watsuki)
12  การ์ตูน Kuroko's Basketball  (Tadatoshi Fujimaki)
11  การ์ตูน HUNTER ? HUNTER  (Yoshihiro Togashi)

อันดับที่ 10 : การ์ตูน Saint Seiya โดย อ.คุรุมาดะ มาซามิ



อันดับที่ 9 : การ์ตูน Naruto โดย อ.คิชิโมโตะ มาซาชิ



อันดับที่ 8 : การ์ตูน Hokuto no Ken โดย อ.บุรอนสัน และ อ.ฮาระ เทะสึโอะ



อันดับที่ 7 : การ์ตูน Kochira Katsushika-ku Kameari Kouen Mae Hashutsujo (KochiKame) โดย อ.อากิโมโตะ โอซามุ



อันดับที่ 6 : การ์ตูน Captain Tsubasa โดย อ.ทาคาฮาชิ โยอิจิ



อันดับที่ 5 : การ์ตูน Jojo no Kimyou na Bouken โดย อ.อารากิ ฮิโรฮิโกะ



อันดับที่ 4 : การ์ตูน Slam Dunk โดย อ.อิโนะอุเอะ ทาเคฮิโกะ



อันดับที่ 3 : การ์ตูน Gintama โดย อ.โซราชิ ฮิเดอากิ



อันดับที่ 2 : การ์ตูน One Piece โดย อ.โอดะ เอย์อิชิโระ



อันดับที่ 1 การ์ตูน ขวัญใจของนักอ่านชาวญี่ปุ่นตลอดกาลก็คือ : Dragonball โดย อ.โทริยาม่า อากิระ



source https://pantip.com/topic/32855036

ขายการ์ตูนออนไลน์
ตุลาคม 21, 2017, 02:08:41 AM
ตอบกลับ #12
  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 297
    • ดูรายละเอียด

10 อันดับการ์ตูนมังงะที่ต้องหามาอ่านสักครั้งในชีวิต
ก่อนอื่น! ต้องขอทำความเข้าใจกันสักนิดเผื่อว่าจะมีใครงง… มังงะ ที่เรากำลังพูดถึงนี้หมายถึง หนังสือการ์ตูน ส่วนที่เราเห็นตัวการ์ตูนขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวปล่อยพลังใส่กันเป็นฉากๆ มีเสียงคนพากย์เพิ่มอรรถรสความเมามันส์แบบนั้นคือ อนิเมะ ส่วนมากแล้วการ์ตูนเรื่องนึงมักมีทั้งมังงะและอนิเมะ ใครชอบแบบไหนเลือกรับชมกันตามสะดวก และก็อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า วันนี้จะพูดถึง มังงะ ลองมาดู 10 อันดับการ์ตูนมังงะที่ต้องหามาอ่านสักครั้งในชีวิต จะแจ่มแจ๋วขนาดไหนอย่าได้พลาดเชียว!

10. HunterxHunter


การ์ตูนมังงะที่เข้ามาในอันดับ 10 คือเรื่อง ฮันเตอร์ ฮันเตอร์ ที่เขียนโดย โยชิฮิโร โตกาชิ เป็นเรื่องราวการผจญภัยของ กอร์น ฟรีคส์ เด็กชายที่ออกตามหา จิน ฟรีคส์ ผู้เป็นพ่อ และมีความใฝฝันจะเป็นฮันเตอร์ตามรอยพ่อเช่นกัน เรื่องราวระหว่างการเดินทางของเด็กชายคนนี้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้างต้องไปอ่านกันดู ว่าแต่การ์ตูนเรื่องนี้…เขียนมากี่ปีแล้วนะ?

9. Berserk


เบอร์เซิร์ก ที่เขียนโดย เคนทาโร่ มิอุระ เรื่องราวของ กัซ นักดาบในยุคกลางที่เข้าร่วมสงคราม และเข้าร่วมต่อสู้กับพระเจ้า อันดับการ์ตูนมังงะเรื่องนี้มีเนื้อหาค่อนข้างรุนแรง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการ์ตูนที่มียอดขายถล่มทลายอยู่ในอันดับต้นๆ เช่นกัน

8. Slam Dunk


การ์ตูนที่ปลุกกระแสกีฬาบาสเก็ตบอลได้เป็นอย่างดี! สแลมดังก์ เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นเขียนโดย ทาเคฮิโกะ อิโนอุเอะ เรื่องราวของกีฬา ความรัก และพองเพื่อน ความน่าประทับใจเหล่านี้ไม่แปลกหรอก ที่เรื่องนี้จะเป็นการ์ตูนขวัญใจของใครหลายๆ คน

7. Fullmetal Alchemist


ฟูลเมทัลอัลเคมิสต์ หรือชื่อไทยว่า แขนกล คนแปรธาตุ เรื่องราวของสองพี่น้อง เอ็ดเวิร์ด และ อัลฟองเซ เอลริค ที่ศึกษาวิชาต้องห้ามอย่างการเล่นแร่แปรธาตุ เป็นการ์ตูนที่เขียนขึ้นโดย ฮิโระมุ อาราคาวะ เป็นมังงะที่อัดแน่นไปด้วยการต่อสู้สุดมันส์ แถมยังซ่อนฉากเรียกน้ำตาเอาไว้มากมายอีกด้วย

6. Fairy Tail


การ์ตูนแนวแฟนตาซีที่เขียนโดย ฮิโระ มาชิม่า เล่าถึงเรื่องราวความป่วน การต่อสู้ และการผจญภัยของเหล่าจอมเวทย์แห่งกิลด์ แฟรี่เทล การพบกันระหว่าง ลูซี่ หญิงสาวผู้มีความสามารถในการอัญเชิญเทพแห่งดวงดาว กับ นัตสึ บุตรบุญธรรมของมังกรอิกนีล ผู้สามารถใช้ไฟ ทั้งสองคนได้ร่วมต่อสู่กับจอมเวทย์คนอื่นๆ จนนำไปสู่เรื่องราวความสนุกสนาน ณ ที่แห่งนี้

5. Bleach


เทพมรณะ การ์ตูนชื่อดังผลงานการสร้างสรรค์ของ คุโบะ ไทเทะ เรื่องราวของ คุโรซากิ อิจิโกะ นักเรียนมัธยมปลายผู้สามารถมองเห็นวิญญาณ ได้พบกับยมฑูตนามว่า คุจิกิ ลูเคีย แล้วเรื่องราวความสนุกสุดมันส์ในการเป็นยมฑูตของอิจิโกะก็ได้เริ่มขึ้น

4. Death Note


การ์ตูนแนวลึกลับ ผลงานเขียนเรื่องของ สึงุมิ โอบะ และวาดภาพโดย ทาเคชิ โอบาตะ เรื่องราวของยางามิ ไลท์ เด็กนักเรียนมัธยมปลายระดับหัวกะทิที่ได้พบกับสมุดเดธโน้ตของยมฑูต ลุค ที่สามารถฆ่าคนได้เพียงเขียนชื่อคนๆ นั้นลงในสมุดบันทึกเล่มนั้น ความเข้มข้นของเนื้อหา การหักมุม และมุขตลกร้ายที่แฝงอยู่ในเรื่องนำให้การ์ตูนเรื่องนี้กลายเป็นที่สนใจทั้ง มังงะ และอนิเมะเลยทีเดียว

3. Dragon Ball


ชาลา-เฮด-ชาลา เรื่องราวของการออกตามหาดราก้อนบอลให้ครบ 7 ลูก เพื่อขอพรหนึ่งข้อจากเทพเจ้ามังกร เป็นผลงานการเขียนของ โทริยาม่า อากิระ พูดถึงเรื่องนี้แล้ว… คงไม่มีใครไม่รู้จักการ์ตูนเรื่องนี้หรอกเนอะ เรียกได้ว่าหลายคนโตมากับการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องนี้เลยล่ะ

2. Naruto


นินจาจอมคาถานารูโตะ เรื่องราวของเด็กหนุ่ม อุซึมากิ นารูโตะ ผู้มีปีศาจจิ้งจอกเก้าหางถูกผนึกไว้ในตัว! เขียนโดย มาซาชิ คิชิโมโตะ มังงะเรื่องนี้สร้างความสนุกให้กับผู้ชมมายาวนานกว่า 15 ปี จริงๆ แล้วเรื่องอื่นอาจจะนานกว่าอีก เพียงแต่เรื่องนี้เหล่าแฟนๆ ของนินจาหน้าแมวได้รับชมตอนจบกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วน่ะสิ แถมตอนนี้ยังมีภาคต่อของลูกชายนารูโตะออกมาแล้ว ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าจะสนุกสนานได้เท่ารุ่นพ่อรึเปล่า

1. One Piece


“ฉันจะเป็นราชาโจรสลัดให้ได้เลย!” ประโยคที่ตัวเอกของเรื่องอย่าง กัปตันกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง มังกี้ ดี ลูฟี่ พูดไว้อยู่เสมอ เรื่องราวการผจญภัยในยุคทองของโจรสลัดที่ออกตามล่าหา วันพีช เขียนโดย เออิจิโร่ โอดะ จัดว่าเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังที่มีแฟนคลับมากที่สุดในโลกอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว ถ้านับเวลานี่ก็ปาเข้าไป 17 ปีแล้วยังไม่มีวี่แววว่าจะจบ…ได้ข่าวแว่วๆมา(อีกละ) ว่านักวาดเขาวางแผนตอนจบไว้อีก 10 ปีข้างหน้า…สู้ต่อไปนะลูฟี่ และแฟนคลับวันพีชทั้งหลาย

สุดยอดไปเลยนะเนี่ย! การ์ตูนมังงะแต่ละเรื่องนี่แทบจะเป็นตำนาน ที่เราบอกว่าต้องหามาอ่านสักครั้งในชีวิตก็เพราะไม่อยากให้คุณพลาด! เรื่องราวความสนุกครบรส กินใจแบบนี้ไง ชอบแนวไหนไปหาอ่านกันดู

ขอขอบคุณที่มาจาก daily.rabbit.co.th/การ์ตูนห้ามพลาด
ตุลาคม 21, 2017, 02:10:25 AM
ตอบกลับ #13
  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 297
    • ดูรายละเอียด

การ์ตูน Special Romance เล่ม 3 ดูรายชื่อการ์ตูนได้ที่ สั่งซื้อการ์ตูนตาหวาน PDF ขายการ์ตูนออนไลน์

การ์ตูน Special Romance เล่ม 3

ถ้าไม่จัดการให้เสร็จสิ้นเสียที เราจะไม่มีทางคืบหน้าได้แม้สักก้าว ดังนั้นจึงต้องไปเพื่อหย่าขาดอย่างเป็นทางการกับสามีที่แยกกันอยู่ ไปยังซาอิด ประเทศในตะวันออกกลาง หน้าตาของทาลิค อดีตสามีที่ไม่ได้พบกันเสียนาน ดูเคร่งเครียดขึ้นมาก ต่างจากตอนที่เจอครั้งแรกที่หอศิลป์ของลอนดอน หน้าตาอ่อนโยนกว่ามาก ตอนนั้นเรามาจากนิวซีแลนด์ มาเรียนต่อที่ลอนดอน เป็นนักศึกษาธรรมดาที่ไม่ได้สวยเลิศเลอ ส่วนทาลิค เป็นชายหนุ่มผมดำ ตาสีทอง รูปหล่อเร้าใจ ชวนให้คนรอบข้างหลงใหล คนระดับเขา มาถูกใจเราตรงไหนนะ พอรู้ตัวพวกเราก็ตกหลุมรักกันแล้ว

เราสองคนแต่งงานกันเงียบๆ อาศัยอยู่ในแฟลตแคบๆ ของลอนดอน ต่อมาทาลิคต้องกลับไปซาอิดประเทศบ้านเกิดของเขา เราก็ไปด้วยในฐานะภรรยา และในตอนนั้นเราถึงได้รู้ว่า เขาคือโอรสองค์หนึ่งของกษัตริย์แห่งซาอิด ถึงกระนั้นเราก็ไม่ได้ใส่ใจความจริง รู้สึกราวกับฝันที่ได้เป็นซินเดอเรลล่า ตัวเรานั้นยังเด็กมากๆ จึงไม่คิดว่าจะถูกพ่อของเขาปฏิเสธ พ่อของสามีไม่ชอบเราเอาเสียเลย ถึงกับใส่ร้ายว่าเรามีชู้รัก ทาลิคก็เชื่อพ่อโดยไม่ฟังเราเลย ที่นี่จึงไม่มีที่อยู่สำหรับเราอีกแล้ว





























































ขายการ์ตูนตาหวาน แบบ pdf ดูในคอมพิวเตอร์หรือมือถือหรือแท็บเล็ต การ์ตูนตาหวาน การ์ตูนผู้หญิง การ์ตูนสยองขวัญ การ์ตูนตาหวาน การ์ตูน Princess หมึกจีน แบบ pdf ดูในคอมพิวเตอร์หรือมือถือหรือแท็บเล็ต โอนเงินแล้วดาวน์โหลดไฟล์ได้เลย

ดูรายชื่อการ์ตูนได้ที่ สั่งซื้อการ์ตูนตาหวาน PDF ขายการ์ตูนออนไลน์

ติดต่อแม่ค้า
ไลน์ fattycatty
อีเมล์ richyamazon@gmail.com

การ์ตูนมีหลากหลายแนว ทั้ง การ์ตูนความรักโรแมนติก 18+ แบบ hot love, Taboo
การ์ตูนโรแมนติกแนวชีค Romance, Darling, My Dear, Mini Romance
การ์ตูนโรแมนติกแนวย้อนยุค แบบ Lady หมึกจีน
การ์ตูนความรักแบบวัยรุ่น สดใส ไฮสคูล วัยเรียน แบบ Hischool, Cheese, Venus, Hello, Cherry, Strawberry,
การ์ตูนแนวอีโรติกสยองขวัญ 18+ ย้อนยุค Dark Fairy Tail ไม่เหมือนใคร แบบ Princess หมึกจีน
การ์ตูนแนวสยองขวัญ ผี ระทึกขวัญ ยุคเก่าๆ หาอ่านยาก เช่น ขวัญผวา, ก๊อก ก๊อก ก๊อก, กุกกัก

ตัวอย่างการ์ตูน คลิ๊กลิ้งค์เพื่อดาวน์โหลดการ์ตูน
CHEESE 4
https://drive.google.com/file/d/0B2rHOMg8VlgMNVQ4ZEw2NFYwNFU/view?usp=sharing
ตุลาคม 21, 2017, 02:10:53 AM
ตอบกลับ #14
  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 297
    • ดูรายละเอียด

ขายการ์ตูนตาหวาน แบบ pdf ดูในคอมพิวเตอร์หรือมือถือหรือแท็บเล็ต การ์ตูนตาหวาน การ์ตูนผู้หญิง การ์ตูนสยองขวัญ การ์ตูนตาหวาน การ์ตูน Princess หมึกจีน แบบ pdf ดูในคอมพิวเตอร์หรือมือถือหรือแท็บเล็ต โอนเงินแล้วดาวน์โหลดไฟล์ได้เลย

ดูรายชื่อการ์ตูนได้ที่ สั่งซื้อการ์ตูนตาหวาน PDF ขายการ์ตูนออนไลน์

ติดต่อแม่ค้า
ไลน์ fattycatty
อีเมล์ richyamazon@gmail.com

การ์ตูนมีหลากหลายแนว ทั้ง การ์ตูนความรักโรแมนติก 18+ แบบ hot love, Taboo
การ์ตูนโรแมนติกแนวชีค Romance, Darling, My Dear, Mini Romance
การ์ตูนโรแมนติกแนวย้อนยุค แบบ Lady หมึกจีน
การ์ตูนความรักแบบวัยรุ่น สดใส ไฮสคูล วัยเรียน แบบ Hischool, Cheese, Venus, Hello, Cherry, Strawberry,
การ์ตูนแนวอีโรติกสยองขวัญ 18+ ย้อนยุค Dark Fairy Tail ไม่เหมือนใคร แบบ Princess หมึกจีน
การ์ตูนแนวสยองขวัญ ผี ระทึกขวัญ ยุคเก่าๆ หาอ่านยาก เช่น ขวัญผวา, ก๊อก ก๊อก ก๊อก, กุกกัก

ตัวอย่างการ์ตูน คลิ๊กลิ้งค์เพื่อดาวน์โหลดการ์ตูน
CHEESE 4
https://drive.google.com/file/d/0B2rHOMg8VlgMNVQ4ZEw2NFYwNFU/view?usp=sharing

การ์ตูนหัวใจไม่ร้างรัก ดูรายชื่อการ์ตูนได้ที่ สั่งซื้อการ์ตูนตาหวาน PDF ขายการ์ตูนออนไลน์

การ์ตูนหัวใจไม่ร้างรัก 2 เล่มจบ

การ์ตูนรวมเล่มหายาก เล่มหนา ความยาว 1,200 กว่าหน้า เรื่องราวของ ทามาเตะ บก.นิตยสารแฟชั่น สาวสวยที่มีความใฝ่ฝันว่าอยากเป็นผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ไม่อยากลาออกจากงานเพื่อมาเป็นแม่บ้านเพื่อปรนนิบัติสามี แต่อยากมีสามีที่เป็นพ่อบ้านคอยดูแลเธอ

ด้วยความที่ยุ่งกับงานและมีแนวคิดแบบนี้ ทำให้ไม่มีผู้ชายตกถึงท้องและทรมานกับการขาดเซ็กซ์ถึงหนึ่งปีแปดเดือน และเมื่อโชคชะตานำพาชายหนุ่มรูปหล่อที่สามารถตอบสนองความต้องการของทามาเตะได้อย่างถึงใจ แถมเขายังทำอาหารอร่อยอีกด้วย เป็นชายในฝันเลยก็ว่าได้ เรื่องราวเหมือนว่ากำลังจะดี แต่แล้วชายหนุ่มผู้นั้นกลับ...